โรคข้อศอกเทนนิสโรคฮิตของคนไช้ข้อมือและข้อศอกบ่อยๆ


การทำงานไม่ว่าจะเป็นงานหนักหรืองานเบา มักมีการกระดกข้อมือและเหยียดศอกอยู่เสมอ เช่น การปัดกวาดบ้าน การทาสี การตีกลอง ตลอดจนการเล่นกีฬาต่างๆ

ขณะที่ทำงานกล้ามเนื้ออาจทำงานในลักษณะเกร็งหรือทำงานซ้ำๆ กัน ส่งผลทำให้เกิดอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือดำเนินชีวิตได้ อาการปวดบริเวณข้อศอกนี้จัดเป็นกลุ่มโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว

โรคข้อศอกเทนนิส หรือเอ็น กล้ามเนื้อ ข้อศอกอักเสบ ภาษาอังกฤษเรียกว่า tennis elbow หรือศัพท์ทางการแพทย์ว่า lateral epicondylitis


อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บบริเวณข้อศอกเมื่อมีการทำงานของกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านนอกของแขน หากเมื่อทำการยืดหรือกดกล้ามเนื้อ ก็จะมีอาการเจ็บเช่นกันอาการเจ็บจะเป็นอาการเจ็บแหลมอยู่กับที่ หรือการเจ็บร้าวไปบริเวณอื่นได้ ซึ่งอาการเจ็บร้าวนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีปัญหาแบบเรื้อรัง หรือเกิดการบีบรัดเส้นประสาทหรือการตึงตัวของเส้นประสาทร่วมด้วย

อาการเจ็บอาจเป็นลักษณะเป็นๆ หายๆ หรือเจ็บตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับระยะของโรค และลักษณะการเกิดของโรค ถ้าลักษณะที่เกิดขึ้นมีสาเหตุเนื่องจากการใช้กล้ามเนื้อข้อศอกมากๆ หรือทันทีทันใดจะทำให้มีการฉีกขาดของเอ็นหรือกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้การมีการอักเสบแบบเฉียบพลัน ซึ่งจะมีอาการเจ็บ บวมและร้อนบริเวณด้านนอกของข้อศอก

ขณะที่ถ้าเป็นการเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป ความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยในระยะเริ่มแรก อาการจะไม่มากนัก ผู้ป่วยสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ถ้าทำงานต่อเนื่องนานๆ อาการจะมากขึ้น และถ้าไม่มีการรักษาหรือการจัดการที่ดีอาการจะมากขึ้นจนกระทั่งไม่สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้


สาเหตุ

กล้ามเนื้อกลุ่มนี้มีหลายมัด บางมัดทำหน้าที่กระดกข้อมือ บางมัดทำหน้าที่กระดกนิ้ว และบางมัดทำหน้าที่ร่วมกับตัวอื่นๆ ในการงอศอก กล้ามเนื้อเหล่านี้จะมีจุดเกาะที่บริเวณปุ่มกระดูก ที่อยู่ด้านนอกของข้อศอกเมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ทำงานหนัก จะส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเหล่านี้หรือเอ็นบริเวณด้านนอกของข้อศอกมีการฉีกขาด นั่นหมายถึงมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น ซึ่งจะตามมาด้วยการอักเสบและกระบวนการรักษาตนเองเป็นไปได้ด้วยดีผู้ป่วยก็จะหายเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับผู้ที่ต้องทำงาน เพราะในการการทำงานมักมีการใช้กล้ามเนื้อเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บซ้ำ จนกระทั่งเกิดการบาดเจ็บในลักษณะเรื้อรัง


อาชีพหรือกิจกรรมทำให้เกิดโรค
  • กีฬาที่มีการใช้แร็กเก็ต การเหลี่ยงแขนในท่าหลังมือ (back hand) หรือต้องกระดกข้อมือบ่อยๆ
  • งานสำนักงานที่มีการพิมพ์ดีด คอมพิวเตอร์บ่อยๆ ซึ่งกล้ามเนื้อการกระดกนิ้วและข้อมือจะทำงานมากกล้ามเนื้อนี้หลายมัดมีจุดเกาะมาที่ข้อศอก
  • งานในโรงงานอุตสาหกรรมที่พนักงานต้องใช้แรงดึงเกร็งข้อมือมากๆ
  • ช่างทาสี ฉาบปูน ต้องปัดข้อมือขึ้นลงตลอดเวลา
  • แม่บ้านที่ทำความสะอาดบ้านด้วยการปัดกวาด

การตรวจร่างกาย

หากมีอาการปวดบริเวณด้านนอกของข้อศอก โดยอาการปวดนั้นเกิดขึ้นเมื่อกระดกและเกร็งข้อมือ หรือเหยียดศอกพร้อมกับงอข้อมือและกำมือ (กล้ามเนื้อจะถูกยึด) และหากเอามืออีกข้างกดบริเวณกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านนอกของข้อศอกแล้วมีอาการเจ็บ ในสันนิษฐานในเบื้องต้นได้ว่ามีอาการของโรคข้อศอกเทนนิสดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บางคนมีอาการชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย จำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายเพิ่มขึ้นเพราะลักษณะอาการชาและอ่อนแรงเป็นตัวบ่งบอกถึงการบาดเจ็บของระบบประสาท ซึ่งอาจจะมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณคอ หรือไหล่ได้


การรักษา

การบีบนวดกล้ามเนื้อและเอ็น
บริเวณที่มีปัญหา

การใช้ผ้ายืดกระชับหรือประคอง
กล้ามเนื้อและข้อ

การรักษาจะเป็นไปตามระยะของโรค หากมีการอักเสบอยู่ ควรใช้ความเย็นประคบ (เช่น ถุงน้ำแข็งหรือแผ่นเย็นห่อผ้า) และใช้ยาทาภายนอกลดการอักเสบร่วมนอกจากนั้น การพักการใช้งานเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ทางระบบกระดูกซึ่งอาจมีการรักษาทางยา การฉีดยา หรือการผ่าตัด

การรักษาเมื่อเริ่มมีอาการในระยะแรกๆ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หากไม่มีการอักเสบแล้ว การนวด คลึง และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่จำเป็น และควรปรับสภาพะงานให้เหมาะสม เพื่อลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อลงส่งผลให้ลดการเกิดโรคซ้ำ นอกจากนี้การใช้ผ้ารัดเพื่อประคองและกระชับกล้ามเนื้อ โดยรับบริเวณใต้ต่อข้อศอกลงมาก็สามารถช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงได้


การออกกำลังกาย

ท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยจะขึ้นอยู่กับระดับอาการเจ็บด้วย

การออกกำลังกายระยะแรกที่มีการอักเสบ มักเป็นการออกกำลังกายที่เบาๆ ค่อยๆ ขยับ และไม่ควรเพิ่มน้ำหนักหรือทำการยืดจนกระตุ้นอาการเจ็บ

ภายหลังจากการอักเสบลดลงแล้ว ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายโดยใช้น้ำหนักได้แต่จะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้ระดับน้ำหนักที่เมื่อยกแล้วประมาณ 10 ครั้งแล้วรู้สึกเมื่อยพอดี และทำการปรับน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ ทุก 1-2 สัปดาห์

การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยใช้ขวดที่บรรจุเป็นน้ำหนัก และอาจใช้หมอนรองที่ข้อศอกเพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อไหล่

การออกกำลังกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อที่มีปัญหา โดยการเหยียดแขน กำมือ และงอข้อมือ

การเพิ่มน้ำหนักที่ดีและสะดวกที่สุดคือการใช้ขวดน้ำและเพิ่มน้ำหนักโดยการเติมน้ำให้มากขึ้น

ผู้ป่วยสามารถทำการยืดกล้ามเนื้อโดยให้รู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่มีอาการเจ็บ และออกกำลังกายบ่อยๆ จำนวนน้อย (ห้ามออกกำลังครั้งละมากๆ) และให้สังเกตว่าเมื่อหยุดออกกำลังกายอาการเจ็บจะต้องไม่เพิ่มขึ้น


การปรับเปลี่ยนแก้ไขการทำงาน

การปรับเปลี่ยนแก้ไขการทำการสามารถใช้หลักการทางการยศาสตร์ได้ โดยพิจารณาจากหลัก 3 ประการคือการแก้ไขทางด้านวิศวกรรม การแก้ไขด้านการจัดการและการฝึกอบรม จากหลักการดังกล่าว สามารถสรุปได้วิธีดังต่อไปนี้
1. เมื่อทำงานแล้วเริ่มมีอาการเมื่อยบริเวณด้านนอกของข้อศอก ให้การพักทำงาน โดยอาจหยุดการทำงานเลย หรืออาจทำงานให้ช้าลง เราอาจเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นที่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อด้านนอกข้อศอก

2. เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม หรือใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เช่น นักกีฬาต้องเลือกไม้แร็กเก็ตให้เหมาะสมเฉพาะบุคคลและเกมการเล่นพนักงานทาสีอาจใช้อุปกรณ์ เช่น ลูกกลิ้งที่เปลี่ยนการทำงานในลักษณะการปัดแปลงเป็นการใช้มือดันขึ้นลง

3. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะท่าออกกำลังกายที่แนะนำไว้ข้างบน เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและสู้กับงานได้ การออกกำลังกายอาจถูกมองว่าต้องใช้กล้ามเนื้อทำงาน ซึ่งแน่นอนสามารถทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน แต่ถ้าออกกำลังปริมาณที่เหมาะสมตามที่กล่าวไว้ก็จะไม่ก่อให้เกิดอาการ


(update 6 กันยายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600