ช่วยหนูสู้ป่วยทุกฤดู


เพราะสภาพอากาศแปรปรวนในบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู พาให้เจ้าหนูป่วยเอาง่ายๆ ฉบับนี้จึงมีวิธีดูแลสุขภาพลูกรักในทุกฤดูกาลมาฝากค่ะ


ฤดูเปลี่ยน...โรคต่าง

ความจริงแล้วทุกโรคสามารถพบได้ทุกฤดูเลยค่ะ แต่บางโรคจะพบได้บ่อยๆ ในบางฤดู เนื่องจากมีความแตกต่างของสภาพอากาศในและฤดู ทั้งร้อน เย็น หรือชื้น มีผลกับการเติบโตและการแพร่ของเชื้อโรคด้วยค่ะ


สู้โรคฤดูร้อน

ส่วนใหญ่จะพบโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะเจริญเติบโตได้ดี ในอุณหภูมิสูงๆ โรคที่พบได้บ่อยคือ
โรคท้องเสีย เกิดจากการกินอาหารที่ไม่สะอาด หรืออาหารที่ปรุทิ้งไว้นาน หากลูกท้องเสียจะมีอาการปวดท้อง มีไข้ อาเจียน ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีมูกเลือดปนออกมาขณะถ่าย
  • ระวังภาวะขาดน้ำ หากลูกท้องเสียควรให้ดื่มน้ำเกลือแร่

  • รีบพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจดูอาการ เพราะถ้ามีภาวะขาดน้ำและกินไม่ได้อาจต้องให้น้ำเกลือ
ผดผื่นคัน อากาศร้อนทำให้เหงื่อออกมาก ลูกจึงรู้สึกคัน และถ้าเกามากๆ ก็อาจจะเป็นแผลพุพองตามมาค่ะ
  • ป้องกันโดยเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี

  • เมื่อลูกมีผดผื่นคันทั่วไปควรใช้คาลาไมน์หรือยาทาบรรเทาอาการ แต่ถ้าผื่นคันเป็นมากมีน้ำเหลืองไหล ควรไปพบคุณหมอ เพื่อรับสบู่ฆ่าเชื้อมาฟอกและกินยาฆ่าเชื้อ

  • หากลูกคันมากโดยเฉพาะในเด็กที่อ้วน พาไปหาหมอเพื่อตรวจดูว่าเกิดจากเชื้อราหรือไม่ เพราะต้องรักษาโดยการใช้ยาทาค่ะ
หน้ามืดเป็นลม บ้านไหนที่ลูกอยู่ในวัยซุกซน หรือชอบออกไปเล่นกลางแจ้งต้องระวังนะคะ เพราะการตากแดดนานๆ แต่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ก็อาจมีอาการหน้ามืดเป็นลมได้ เพราะร่างกายขาดน้ำ
  • วิธีป้องกัน คือให้ลูกดื่มน้ำมากๆ หรือจิบน้ำบ่อยๆ
  • ไม่ควรปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นกลางแจ้งในช่วงแดดร้อนจัด

สู้โรคฤดูฝน

ฤดูนี้มักจะมีน้ำขังและมียุงเกิดมากขึ้น และไวรัสบางประเภทก็มักระบาดมากในช่วงหน้าฝน โรคที่พบได้บ่อยคือ
โรคหวัด ทั้งหวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัส เมื่อลูกเป็นหวัดจะมีอาการไอ มีน้ำมูก อาจมีไข้ หายใจครืดคราด บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เป็นหูน้ำหนวกด้วย
  • หากลูกเป็นไข้หวัด ส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ทุเลาลงหลังรักษาตามอาการประมาณ 3-7 วัน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำจะช่วยละลายเสมหะและน้ำมูกออกมาได้ดี
แผลจากยุงกัดเด็กบางคนมีอาการแพ้ยุง เมื่อถูกยุงกัดจะเป็นผื่น บวม มีอาการคันมากผิดปกติ เมื่อเด็กเกามากๆ ก็จะกลายเป็นแผลถลอก หากมือสกปรกเชื้อโรคก็เข้าไปทางแผลนั่นเอง
  • ถ้าลูกถูกยุงกัดและถ้ายังไม่ได้เกาจนเป็นแผลถลอก อาจใช้ยาทาแก้แพ้ เพื่อลดอาการคัน หรืออักเสบ แต่ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เองค่ะ

  • แต่หากลูกเกาจนเกิดแผลเป็นแผลติดเชื้อ หรือแผลพุพองที่มีน้ำเหลืองซึม ควรล้างแผลให้สะอาดโดยใช้สบู่อ่อนๆ และพาไปหาคุณหมอเพื่อรับยาฆ่าเชื้อค่ะ
ไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะ อาการมีตั้งแต่รุนแรงน้อย แค่มีไข้ คลื่นไส้ ไปจนถึงรุนแรงมาก เช่น ไข้สูง กินไม่ได้ มีจุดเลือดออก ปวดท้อง อาเจียนเป็นเลือด จนถึงช็อก เสียชีวิตได้
  • ถ้าลูกมีอาการไข้สูงลอย คลื่นไส้ กินไม่ได้ ปวดท้อง ควรพาไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจ วินิจฉัยโรค หากมีอาการหนักอาจจำเป็นต้องเจาะเลือด และให้น้ำเกลือในโรงพยาบาลค่ะ
    สัตว์มีพิษ ฤดูนี้สัตว์มีพิษ เช่น ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ อาจจะหนีน้ำหรือเกิดมากขึ้น อาจมากัดหรือต่อยลูกได้ ถ้าลูกถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ให้ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำและสบู่ อาจให้กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ แล้วรีบพาไปหาคุณหมอทันทีค่ะ

สู้โรคฤดูหนาว

มักพบโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เช่นเดียวกับฤดูฝน และมีโรคอื่นๆ ที่พบได้บ่อยคือ
ไข้ออกผื่นจากเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส ซึ่งสามารถเกิดได้ในทุกฤดูกาล แต่จะเกิดในช่วงฤดูหนาวได้มากที่สุด หรืออาจเป็นหัด หัดเยอรมัน ส่าไข้ เป็นต้น
  • ในปัจจุบันจะมีวัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมันและอีสุกอีใส ถ้าลูกได้รับวัคซีนก็จะมีภูมิคุ้มกันและไม่เป็นโรคเหล่านี้ ยกเว้นในบางโรคที่อาจเป็นได้อีกหลังฉีดวัคซีน เช่น อีสุกอีใส แต่อาการจะไม่รุนแรงเท่ากับเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีน แต่หากเป็นไข้ออกผื่นจากเชื้อไวรัสตัวอื่น ในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค
ไวรัสลงกระเพาะ หรือการติดเชื้อไวรัสทางเดินอาหาร คือจะมีอาการท้องเสีย ในเด็กบางคนอาเจียนแต่ถ่ายไม่เหลว โรคนี้สามารถพบได้ทุกฤดูเช่นกันค่ะ แต่มักจะพบได้บ่อยๆ ในฤดูหนาวและฤดูฝน เพราะอากาศเย็นและชื้นทำให้ไวรัสเจริญเติบโตได้ดี
  • ข้อสังเกตว่าอาการท้องเสียนั้นต่างจากอาการติดเชื้อแบคทีเรีย คือลูกมีหรือไม่มีไข้ก็ได้ อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำโดยที่ไม่มีมูกเลือดและมักจะพบในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

  • หากสงสัยว่าลูกจะติดเชื้อไวรัสลงกระเพาะ ควรรีบพาไปพบคุณหมอค่ะ

How to...ช่วยหนูสู้ป่วย

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอด้วยวิธีง่ายๆ คือ

ลูกเล็ก
  • ให้ลูกได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เพราะจะเป็นการเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ลูกค่ะ
  • พาลูกไปฉีดวัคซีนตามตารางอย่างครบถ้วน และอาจเลือกฉีดวัคซีนทางเลือกตามความเหมาะสมและการตัดสินใจของคุณพ่อคุณแม่แต่ละท่าน
  • หลีกเลี่ยงการพาลูกไปยังสถานที่ที่มีความแออัดมากๆ เพราะจะทำให้ลูกมีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆ ได้มาก
  • เตรียมอาหารที่สะอาดและปรุงสุกใหม่ๆ ให้ลูก
ลูกวัยเรียน
  • สอนให้ลูกล้างมือบ่อยๆ ไม่ว่าฤดูไหนก็ตาม เพราะมือเป็นตัวนำเชื้อ เพียงแค่เล่นของเล่น ไปจับของ จับมือเพื่อน ซึ่งอาจมีเชื้อโรคอยู่ก็จะทำให้ติดเชื้อได้ง่าย8
  • หากลูกมีอาการไอ จาม ควรสอนให้ลูกปิดปาก รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้คนป่วย เพราะอาจมีอาการไอ จาม ทำให้ลูกติดเชื้อโรคได้

  • หากกลับจากข้างนอกซึ่งอากาศร้อน เข้ามาในบ้านก็เจอห้องแอร์เย็นๆ อาจต้องหาเสื้อหนาๆ ใส่ให้ลูกเพื่อเพิ่มความอบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณลำคอค่ะ
การรักษาสุขอนามัยอยู่เสมอ เป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนแต่ได้ผลดี บวกกับความรักและความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่ด้วย จะทำให้เจ้าตัวเล็กสุขภาพแข็งแรงและพร้อมจะเรียนรู้ในทุกฤดูกาลค่ะ


(update 1 เมษายน 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 305 มิถุนายน 2551 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600