เล่นสนุก สอนลูกรู้ทิศทาง


มีใครเคยหลงทางบ้าง...ยกมือขึ้น เสียงดังพรึบพร้อมเห็นมืออยู่ประปราย อย่างนี้ปกติค่ะ แต่ถ้าเคยหลงทางอยู่บ่อยๆ หรือขึ้นลิฟต์ในตึกสูงๆ แล้วมักจะหลงทิศจนจำไม่ได้ว่าทางออกอยู่ตรงไหนเป็นประจำ อย่างนี้ชักจะไม่ได้การแล้วค่ะ

เรื่องนี้ เราสามารถสอนและส่งเสริมให้เจ้าตัวน้อยให้รู้จัก “ทิศทาง” ได้เป็นอย่างดี ด้วยวิธีง่ายๆ จากการเล่นนี่แหละค่ะ

การจดจำทิศทางหรืออ่านแผนที่ได้นั้น ไม่ใช่แค่รู้เรื่องทิศเหนือ ใต้ ออก ตกเท่านั้นนะคะ แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง ใกล้ ไกล และอีกหลายๆ อย่างเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้าต้องอ่านแผนที่ สมองก็ต้องแปรให้เป็นภาพ 3 มิติ ได้เสียก่อน เพื่อให้นึกเห็นเป็นภาพจริงในความคิด ซึ่งเราเรียกทักษะนี้ว่า มิติสัมพันธ์

มิติสัมพันธ์เป็นความฉลาดด้านหนึ่งในทฤษฎีพหุปัญญาของ โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ คือ การมีความสามารถสูงในเรื่องการมองพื้นที่ ขนาด ระยะทาง ทิศทาง ซึ่งสามารถรับรู้และมองเห็นภายนอกมาแปลงเป็นการรับรู้ภายในได้ เป็นพื้นฐานสำคัญของการคิดอย่างมีเหตุผล ความสามารถเชิงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีอยู่ในทุกคน แต่ก็จะแตกต่างกันไปตามการฝึกฝน ประสบการณ์การรับรู้และระดับความสามารถของสติปัญญาแต่ละคน


ทิศทางของหนู

เจ้าตัวเล็กวัยตั้งแต่ 1 ขวบครึ่ง ไปจนถึงช่วงวัยก่อนอนุบาล จะเริ่มเข้าใจในเรื่องของพื้นที่และขนาด รวมทั้งความแตกต่างระหว่างของที่เป็น 3 เหลี่ยมและ 4 เหลี่ยมได้แล้ว แต่ความสามารถเรื่องมิติสัมพันธ์ยังจำกัดอยู่

โดยจะคิดเชื่อมโยงหาเหตุผลเฉพาะสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้เท่านั้น เช่น เข้าใจว่าสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวจะมีขนาดใหญ่กว่าชิ้นที่อยู่ไกลออกไป ทำให้อาจคิดเชื่อมโยงความคิดว่าเป็นของคนละชิ้นกันก็ได้ หรือน้ำที่มีปริมาตรเท่ากัน แต่ต่างภาชนะกัน เด็กก็จะคิดว่าน้ำในแก้วที่มีระดับสูงกว่าย่อมมีปริมาตรมากกว่า เป็นต้นค่ะ


สนุกเล่น...ส่งเสริมมิติสัมพันธ์

เรื่องนี้อย่าว่าแต่เด็กเลยนะคะ ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็หลงทิศ และจำทางไม่ได้อยู่บ่อยๆ ได้เช่นกัน แต่ก็เป็นทักษะที่จำเป็นและควรให้การส่งเสริม เพราะนอกจากให้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังจำเป็นกับทุกอาชีพ ไม่ว่าจะอาชีพเป็นแม่ค้าที่ต้องจัดเรียงของในพื้นที่อันจำกัดได้ สถาปนิก มัณฑนากร ศิลปิน หรือนักประดิษฐ์ที่จะต้องถ่ายทอดความคิดลงบนกระดาษ และต้องอ่านแผนที่ความคิดบนกระดาษให้เป็นภาพจริงในหัว คนขับรถ นักบิน นักเดินเรือที่ต้องใช้เรื่องทิศทางเป็นหลัก ยิ่งถ้าได้เริ่มฝึกกันไปพร้อมกับการเล่นเสียตั้งแต่วันนี้ รับรองได้ค่ะว่า “ทิศทาง” จะไม่ใช่เรื่องยากเกินพัฒนาการของน้องหนูหรอกค่ะ
1. เรียนรู้ได้จากของจริง
เริ่มต้นได้จากการรับรู้และเข้าใจในธรรมชาติของสิ่งต่างๆ รอบตัวไม่ว่าจะลักษณะรูปทรงสิ่งของ ระยะทาง จำนวน ทิศทาง ด้วยการให้ลูกได้สัมผัสกับของจริงและพูดคุยไปพร้อมกัน

2. ใหญ่-เล็ก ใกล้-ไกล บน-ล่าง สูง-ต่ำ ยาว-สั้น
เมื่อรู้จักและเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างรอบด้านแล้ว ในขั้นต่อไปคือการฝึกจำแนกแยกแยะความแตกต่างของสิ่งที่ได้รับรู้ โดยลองตั้งคำถามให้ลูกได้ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ลองเปรียบเทียบดูนะคะ หากจะผิดบ้างถูกบ้างก็ไม่เป็นไร เวลาเฉลยก็จับมาเทียบให้เห็นชัดๆ กันไปเลยค่ะ

3. แผนที่ฝีมือหนู
ถึงแม้เด็กในวัยนี้จะยังวาดรูปหรือเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ก็สามารถฝึกให้ลูกคิดเชื่อมโยง และรู้จักสังเกตเพื่อที่จะหาความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยการให้ลูกถ่ายทอดภาพที่เห็นรอบตัวเป็นภาพความคิดหรือแผนที่ โดยที่คุณอาจช่วยวาด ใช้สติ๊กเกอร์ ผ้าสักหลาด หรือจะทำเป็นสัญลักษณ์ก็ได้ค่ะ ทั้งหมดนี้เราเรียกว่าความคิดรวบยอดค่ะ

4. ดูป้าย สัญลักษณ์ทิศทาง
เช่น ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา วนกลับ เป็นต้น แล้วก็นำมาเล่นเป็นเกม walk rally หาสมบัติ หรือของที่ซ่อนไว้ภายในบ้าน โดยให้เริ่มฝึกสังเกตจากป้ายสัญลักษณ์ที่ติดเอาไว้ โตขึ้นมาหน่อยค่อยฝึกอ่านแผนที่หาลายแทงสมบัติกัน

5. บล็อกไม้ชวนรู้
เจ้าบล็อกรูปทรงและขนาดต่างๆ นี่แหละจะช่ยให้หนูรู้เรื่องทิศทางและมิติสัมพันธ์เป็นอย่างดี
โดยเด็กในวัย 2-3 ปี จะเริ่มเรียนรู้เรื่องบล็อกผ่านการจับสัมผัส เคลื่อนย้าย เช่น รถบรรทุก ของเล่นจูงลาก หรือเรียงบล็อกลงตะกร้า
ลองหาบัตรภาพหรือป้ายจราจรติดบนบล็อกไม้ให้ลูกคุ้นตาและฝึกเรียงดูนะคะ

6. นวดปั้น เปลี่ยนรูปทรง
แป้งโด ดินเหนียว ช่วยให้ลูกเรียนรู้การเปลี่ยนรูปทรง สังเกตความแตกต่างและเปรียบเทียบ เช่น แบ่งแป้งโดออกเป็น 2 ก้อนเท่าๆ กัน ถ้าปั้นงูตัวใหญ่ก็จะได้งูตัวสั้น แต่ถ้าอยากได้งูตัวยาวๆ ก็ต้องคลึงให้เป็นเส้นเล็กๆ

7. จิ๊กซอว์ต่อภาพ
วัยขนาดนี้ควรเริ่มที่จิ๊กซอว์แค่ 4 ชิ้น ก็พอค่ะ หลังจากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นตามวัยและความสามารถค่ะ ช่องเว้าแหว่งกับสีสัน บวกกับภาพตัวอย่างจะช่วยให้ลูกรู้จักมองหาความสัมพันธ์ระหว่างช่องว่างและสีของแต่ละชิ้นได้ แต่ไม่ควรเร่งรัดลูกนะคะ ถือว่าเป็นการฝึกเตรียมความพร้อมไปก่อน
เส่นสนุกด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้ จะช่วยฝึกเรื่องทิศทางและมิติสัมพันธ์ให้ลูกได้ แต่คุณต้องสนุกไปพร้อมกับลูกด้วยนะคะ


(update 9 เมษายน 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 305 มิถุนายน 2551 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600