5 คำถาม-คำตอบ ช่วยลูกแฮปปี้ที่โรงเรียน


ชีวิตของวัยคิดส์ ถ้าจะให้สนุก มีความสุขกับการเรียนรู้ในรั้วโรงเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักตอบคำถามต่อไปนี้ด้วยค่ะ ซึ่งไม่ธรรมดานะคะ เพราะสามารถส่งผลให้การเรียนรู้ของวัยเยาว์นี้เปี่ยมสุขหรือทุกข์ได้ทีเดียว


5 คำถาม...ต้องห้าม !

5 คำถามต่อไปนี้ ไม่ควรถามลูกเลยค่ะ เพราะส่งผลต่อจิตใจลูกสุดๆ แต่ก็ยังพบว่า เจ้าหนูวัยเริ่มต้นเรียนกลับถูกถามบ่อย
1. ทำไม ลูกไม่ได้ดาวเหมือนเพื่อน เป็นคำถามเปรียบเทียบที่ทำให้ลูกรู้สึกไม่ดี เพราะทำร้ายจิตใจลูกสุดๆ สิ่งที่พ่อแม่ควรต้องรู้ คือพัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน และคงไม่มีเด็กคนไหนอยากทำได้ไม่ดีหรอก ดังนั้นพ่อแม่ต้องคิดถึงจิตใจของลูกเป็นสำคัญ และควรสอนลูกให้รู้ว่าการทำดีก็เพราะนั่นคือสิ่งที่ดี ไม่ใช่ทำเพื่อต้องการคำชื่นชม หรือได้รับรางวัล หรือถ้าจะเปรียบเทียบก็ต้องเปรียบเทียบกับตัวเองว่าทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า ไม่ใช่ทำเพื่อแข่งขันกับคนอื่นอยู่เสมอ

2. ทำไม ไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยดูทีวี คำถามนี้เหมือนพ่อแม่ให้ลูกมีสิทธิ์ในการเลือกว่าจะดูทีวีก่อนหรือจะทำการบ้านก่อน ซึ่งจริงๆ พ่อแม่ต้องการให้ลูกทำการบ้าน ฉะนั้น ถ้าคิดว่าเป็นสิ่งที่ลูกต้องทำก็ไม่ต้องถาม แต่ควรจะปิดทีวีและบอกลูก “ได้เวลาทำการบ้านแล้วจ้ะ” ด้วยคำพูดที่ไม่ดุลูก และเพื่อให้ได้ผลระยะยาว พ่อแม่ต้องสร้างกรอบให้ลูกรู้ว่าอะไรทำได้ไม่ได้และควรบอกลูกให้ชัดเจน เช่น “อันนี้เป็นกฎของบ้าน เมื่อลูกกลับมาถึงบ้านลูกต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนทำอย่างอื่น” การให้ลูกปฏิบัติเช่นนี้สม่ำเสมอ ไม่นานลูกก็จะรู้หน้าที่ของเขาค่ะ

3. ทำไม ลูกทำอะไรช้าจัง-ทำไมลูกทำเสื้อสกปรกแบบนี้ การที่พ่อแม่บอกลูกว่าเขาเป็นยังไงเขาก็จะเป็นอย่างนั้น ซึ่งเป็นการตีตราลูกไปโดยปริยาย เช่น “ทำไมหนูโง่อย่างนี้ ทำไมหนูดื้ออย่างนี้” เป็นการบอกลูกกลายๆ ว่าเขาเป็นยังไง และถ้าลูกได้ยินบ่อยๆ เขาก็จะทำอย่างนั้นจริง พ่อแม่อยากให้ลูกทำอะไรเร็วก็ต้องกำหนดเวลาให้ชัดเจน เช่น “วันนี้เราไม่มีเวลามากนะ หนูมีเวลากินข้าง 20 นาที” ตั้งนาฬิกาให้ลูกดูว่าถึงตรงนี้เราต้องไป ลูกจะอิ่มหรือไม่ก็ต้องหยุดกิน เพื่อลูกจะได้รู้ว่าเขาต้องทำอย่างไร รู้จักจัดการกับตัวเองได้

4. ทำไม ลูกไม่แบ่งขนม-ของเล่นให้เพื่อน การหวงขนมหรือของเล่นเป็นธรรมชาติของเด็ก หากพ่อแม่อยากให้ลูกรู้จักแบ่งปันก็ต้องสอนเขา เพราะเด็กทุกคนควรมีสิทธิ์ในของๆ เขา ถ้าเราไปบังคับให้เขาแบ่ง เขาจะไม่อยากแบ่งและหวงมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าถูกแย่งสิ่งของไปจากมือ ลูกจะไม่พอใจได้ค่ะ ถ้าอยากให้ลูกรู้จักแบ่งปันก็ต้องเตรียมของเผื่อไว้ แล้วบอกว่า “ชิ้นนี้ของหนู ส่วนชิ้นนี้สำหรับแบ่งเพื่อนจ๊ะ” แต่ไม่ใช่ทำให้ลูกรู้สึกว่า หนูกินยังไม่พอเลยจะแบ่งให้คนอื่นได้ยังไง

5. ทำไม หนูพูดไม่เพราะ เด็กจะไม่รู้ว่าคำไหนเพราะหรือไม่เพราะ เช่น คำว่า “เยี่ยว” หรือพูดไม่มีค่ะ-ครับ ซึ่งบางครั้งเด็กก็ลืม ไม่รู้ว่าคำไหนที่ควรพูด-ไม่ควรพูด
ดังนั้นถ้าได้ยินลูกพูดไม่เพราะ พ่อแม่ควรบอกลูกทันทีว่าคำนี้ไม่เพราะ ไม่ควรพูด เช่น “คำว่าเยี่ยวเราจะไม่พูดนะลูก แต่เราจะพูดว่าปัสสาวะหรือว่าฉี่” หรือ “อย่าลืมค่ะ-ครับ” ซึ่งพ่อแม่ควรพูดกับลูกให้ชัดเจนพูดบ่อยๆ เพื่อให้ลูกเข้าใจคำที่ถูกต้องค่ะ


5 คำตอบ...ต้องพูด !

นี่คือคำถามที่ลูกมักถามบ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาใจลูกมาจากโรงเรียนและต้องการคำตอบจากพ่อแม่เพื่อความกระจ่างค่ะ
1. ทำไม หนูถูกคุณครูดุ คำตอบที่ดีที่สุดจะต้องไม่โกหกลูกค่ะ พ่อแม่ต้องมีสติและไม่ตอบคำถามด้วยอารมณ์ เพราะการที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับลูกที่โรงเรียน ก็จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ๕
ดังนั้นควรคุยกับลูก... “เล่าให้แม่ฟังซิ ครูพูดอะไร” เพื่อให้ลูกค่อยๆ ขยายความ แต่ไม่ใช่ตั้งคำถามว่าลูกไปทำผิดมา หรือไม่สนใจหาเหตุผล มุ่งมองว่าเป็นความผิดของครูอย่างเดียว เช่น “ไหนครูว่าอะไร บอกแม่ซิ แม่จะไปจัดการให้” ถ้าคิดว่าครูพูดแรงไปควรคุยกับครูอย่างสงบและมีสติว่าลูกรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ครูพูด

2. ทำไม รองเท้าหนูถึงไม่สวยเหมือนเพื่อน-ทำไมเพื่อนมีของเล่นเยอะ คำถามแบบนี้เป็นการเปรียบเทียบของเด็กค่ะ คุณแม่อาจพูดว่า “เรามาช่วยกันแต่งรองเท้าหนูให้สวยขึ้นด้วยกันไหมคะ” หรือ “รองเท้าคู่นี้ยังใช้ได้อยู่ ถ้าคู่นี้พังแล้ว ค่อยซื้อคู่ที่หนูอยากได้ แต่หนูต้องช่วยแม่เก็บเงินนะ” หรือ “แต่ละครอบครัวมีเงินไม่เท่ากัน มีวิธีใช้เงินก็ต่างกัน” พ่อแม่ควรอธิบายให้ลูกรู้ถึงสถานะด้านการเงินของครอบครัวอย่างมีเหตุผล แต่ไม่ควรพูดว่า “ซื้อของเยอะแยะทำไม บ้านเราไม่มีเงินนะ” ที่สำคัญ พ่อแม่ต้องทำให้ลูกรู้ว่าไม่ควรเอาตัวเองเทียบกับคนอื่น และพ่อแม่ต้องไม่เอาลูกไปเทียบกับคนอื่นเช่นกัน

3. ทำไม หนูไม่ได้รางวัลเหมือนเพื่อน เด็กๆ ส่วนใหญ่มักจะเอาตัวเองเทียบกับคนอื่น ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องทำให้ลูกรู้สึกว่าสิ่งสำคัญในการเรียนหนังสือไม่ใช่รางวัลที่ลูกได้รับ แต่อยู่ที่ความภูมิใจของพ่อแม่ เช่น “คนอื่นเขาว่ารูปของหนูไม่สวย ไม่เป็นไร แต่แม่ว่ารูปนี้สวยมาก เรามาช่วยกันทำกรอบนะ” แม้ว่าของรางวัลจะทำให้เด็กตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่ผลร้ายที่ตามมาอาจจะทำให้ลูกยึดติดกับวัตถุ จนเขาไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าที่เขาได้รับค่ะ

4. ทำไม หนูถูกเพื่อนแย่งของเล่น เมื่อเจอคำถามแบบนี้พ่อแม่ต้องใจเย็นๆ และสงบสติอารมณ์ก่อนถามลูก เช่น “เกิดอะไรขึ้น แล้วหนูรู้สึกยังไง ช่วยกันคิดซิว่า ทำยังไงไม่ให้เพื่อนแย่งของเล่นเราอีก”

ซึ่งคุณอาจบอกลูกว่า “ถ้าเป็นของเล่นที่โรงเรียนหนูก็ต้องแบ่งให้เพื่อนเล่นด้วย เพราะทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน” หรือจะบอกว่า “คอยแป๊บนึง เล่นเสร็จแล้วจะให้” หรือให้เพื่อนเอาของเล่นชิ้นอื่นมาแลกก็ได้ค่ะ แต่ไม่ใช่พูดกับลูกโดยไม่ทันคิด เช่น “ถ้าเพื่อนชกเราๆ ก็ต้องชกเพื่อนไปเลย” คำตอบที่ไม่ได้กลั่นกรองอาจทำให้ลูกไม่มีเพื่อน และไม่รู้จักการเข้าสังคมได้ค่ะ

5. ทำไม หนูทำไม่ได้เหมือนเพื่อน ถ้าลูกตั้งคำถามนี้ พ่อแม่ต้องดูว่าลูกทำอะไรไม่ได้และให้กำลังใจลูกพร้อมกับช่วยหาทางออกให้ เช่น คนเราไม่เหมือนกัน ทำอะไรได้ไม่พร้อมกัน ถ้าหนูอยากทำ...เป็นเรามาฝึกด้วยกันดีไหมจ๊ะ”

เมื่อลูกทำอะไรได้ไม่ควรชมมากเกินไป เช่น “โอ้โห...ลูกแม่เก่งจัง” แต่ควรชมให้เฉพาะเจาะจงในสิ่งที่เป็นจริง เน้นที่ควรพยายาม ความตั้งใจ ความอดทนของลูก
พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นผู้รอบรู้ในทุกเรื่องก็ได้ ถามลูกบ้าง ตอบลูกบ้างหรือบางเรื่องช่วยกันคิด หาคำตอบร่วมกัน อย่าใจร้อน แค่นี้ก็สามารถช่วยให้ลูกแฮปปี้ที่โรงเรียนได้แล้วค่ะ


(update 16 เมษายน 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 305 มิถุนายน 2551 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600