เลือกคลอดแบบไหนดีเป็นเรื่องที่ว่าที่คุณแม่กังวล ใกล้ถึงวันคลอดยิ่งกังวลมากขึ้น คุณแม่บางคนอยากคลอดเอง อยากรู้ว่ากว่าจะผ่านบทแรกของการเป็นแม่ยากสักแค่ไหน แต่บางคนก็ยังหวาดหวั่นกับการคลอดธรรมชาติ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทางไหนจะคลอดธรรมชาติหรือว่าผ่าคลอด อยากให้ว่าที่คุณแม่พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้
คลอดธรรมชาติ ห้องรอคลอด คลอดทางช่องคลอด
อยากคลอดเองต้อง สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันสูง เบาหวาน ฯลฯ และอุ้งเชิงกรานไม่แคบเกินไป คุณแม่ส่วนใหญ่ที่จะคลอดแบบธรรมชาติได้ลูกมักอยู่ในท่าปกติคือกลับหัวลง และที่สำคัญแม่และลูกต้องไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตขณะคลอด เพราะถ้ามีความเสี่ยง คุณหมอจะทำการผ่าตัดคลอดให้ เพื่อความปลอดภัยค่ะ
เวลา กำหนดแน่นอนไม่ได้ ทั้งการเจ็บครรภ์และช่วงระยะเวลาคลอด
กระบวนการคลอด ช่วงเวลาจะไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้ ทั้งการเจ็บครรภ์และช่วงระยะเวลาการคลอด ซึ่งการคลอดธรรมชาติมี 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่ระยะแรกจะมีสัญญาณเตือน เช่น เจ็บท้องเป็นพักๆ น้ำเดิน มีหยดเลือดจางๆ อาการเจ็บท้องจะค่อยๆ ถี่ขึ้น และปากมดลูกก็จะค่อยๆ เปิด จนเข้าสู่ระยะที่ 2 ปากมดลูกจะเปิดเต็มที่ประมาณ 10 ซม. ฝีเย็บคุณแม่จะเป่งพองเพราะศีรษะลูกดันเพื่อจะโผล่ออกมาให้ได้ ในตอนนี้เองคุณหมอจะตัดฝีเย็บ และบอกให้หยุดเบ่งเพราะจะมีลมเบ่งเป็นแรงขับดันจากภายในขับเคลื่อนเจ้าตัวน้อยออกมาเอง และระยะสุดท้ายของการคลอดคือ คลอดรก ซึ่งจะออกมาภายใน 15 นาทีหลังคลอดตัวลูก
1 วันหลังคลอดเอง เมื่อคุณหมอดูแลความเรียบร้อย ทำคลอดรกและเย็บแผลฝีเย็บให้แล้ว จะให้คุณแม่นอนพักในห้องคลอดเพื่อดูอาการอีก 2 ชั่วโมง แล้วย้ายไปพักผ่อนที่ห้องพักฟื้น คุณแม่ที่รู้สึกหิวจะกินอาหารได้ตามปกติ และเวลาเช้า-เย็นพยาบาลจะเอาไฟมาอังแผลฝีเย็บเพื่อให้แห้งเร็วขึ้น ซึ่งคุณแม่อาจจะรู้สึกตึงที่แผลนิดหน่อย แต่สามารถขยับตัวลุกนั่งและให้นมลูกได้
พักฟื้น คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติจะฟื้นตัวได้เร็วเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็กลับมาสดชื่น แม้ว่าจะเจ็บแผลบ้าง หลังจากคลอดแล้วคุณแม่อยู่พักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 3 วัน ก็สามารถกลับไปเลี้ยงลูกที่บ้านและทำงานเบาๆ ได้ตามปกติ แต่ช่วงแรกๆ ต้องดูแลแผลฝีเย็บเป็นพิเศษ ใช้ยาพ่นแผลเย็บและยาทาริดสีดวงทวารตามแพทย์สั่ง แช่น้ำอุ่นจัดในอ่างอาบน้ำทุกวัน วันละ 2 ครั้ง และควรหาห่วงยางมารองนั่งเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักกดทับบริเวณแผลฝีเย็บ
ค่าใช้จ่าย
โรงพยาบาลของรัฐ : ประมาณ 9,000 บาท
โรงพยาบาลเอกชน : ประมาณ 14,000 บาท
ผ่าคลอด ห้องผ่าตัด คลอดทางหน้าท้อง
สัญญาเตือนคลอดเองไม่ได้ การผ่าคลอดมาจากหลายสาเหตุด้วยกันคือ ลูกไม่กลับหัวแต่เอาก้นลง รกเกาะต่ำ ลูกตัวโตกว่าเชิงกรานของแม่ ลูกในท้องมีภาวะขาดออกซิเจน หรือมีอันตรายที่ควรให้รีบคลอดทันที แม่อาจมีโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดอันตรายหากคลอดเอง เช่น เป็นความดันโลหิตสูง รวมถึงการตัดสินใจของตัวคุณแม่เองและครอบครัว
เวลา สามารถนัดหมายกับคุณหมอเพื่อกำหนดวันและเวลาผ่าคลอดได้ และจะใช้เวลาในการผ่าตัดก็ค่อนข้างแน่นอนคือประมาณ 1-2 ชั่วโมงค่ะ
กระบวนการคลอด เมื่อคุณหมอพิจารณาแล้วว่าต้องผ่าตัดคลอด คุณแม่จะต้องเลือกว่า จะใช้วิธีการบล็อกหลังหรือดมยา ถ้าดมยาคุณแม่จะสลบไปเลย ไม่รับรู้ว่าคุณหมอทำอะไรกับตัวเองบ้าง แต่ถ้าบล็อกหลัง คุณหมอจะฉีดยาเข้าที่ไขสันหลังแล้วระหว่างผ่าตัดคุณแม่จะยังคงมีสติตลอดเวลา แต่ร่างกายส่วนล่างต่ำกว่าสะดือลงไปจะชา ทำอะไรก็ไม่รู้สึกระหว่างที่คุณหมอทำคลอด
หลังจากเริ่มรู้สึกชาหรือหมดสติแล้ว คุณหมอจะเริ่มผ่าบริเวณหน้าท้องด้านล่าง ซึ่งมักผ่าตามแนวขวางที่เรียกว่า บิกินี่ ยกกระเพาะปัสสาวะขึ้น กรีดมีดที่มดลูก แล้วเจาะถุงน้ำดูดน้ำคร่ำที่อยู่รอบๆ ตัวเด็กออก ดึงตัวเด็กออกมา และขณะที่ลูกคลอดจะมีการฉีดยาซินโทมิทรีนเพื่อช่วยให้รกลอกตัว และทำคลอดรก จากนั้นจึงเย็บปิดแผล หลังผ่าตัดเสร็จแม่จะถูกพาไปห้องพักฟื้น ส่วนลูกอาจไปที่ห้องทารกแรกเกิดเพื่อเฝ้าดูอาการทั้งแม่และลูกต่อไป
1 วันหลังผ่าคลอด คุณแม่ที่ดมยาจะไม่ได้เห็นหน้าลูกทันทีต้องรอให้ฟื้นและร่างกายแข็งแรงก่อน หลังฟื้นจะรู้สึกเจ็บแผลผ่าตัดมาก เจ็บแน่นระคายคอเพราะต้องใส่ท่อคาอยู่ในคอระหว่างผ่าตัด ส่วนคุณแม่ที่บล็อกหลังผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บทันทีแต่ยังชาต่ออีก 2-3 ชั่วโมง และในช่วงนี้คุณแม่ต้องนอนราบต่ออีกประมาณ 12 ชั่วโมง เนื่องจากการบล็อกหลัง จึงต้องมีการใส่สายปัสสาวะให้ด้วย ถ้าคุณหมอใส่ยาแก้ปวดร่วมกับยาชาตอนบล็อกหลังก็จะไม่เจ็บแผลไปอีก 1 วันเต็มๆ และหลังผ่าตัดคุณแม่ต้องงดน้ำงดอาหารประมาณ 24 ชั่วโมง จึงจะกลับมาเริ่มกินอาหารอ่อนๆ ได้
พักฟื้น คุณแม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงนี้ควรพยายามเดินหรือเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นระบบไหวเวียนเลือด และการทำงานของระบบลำไส้ ยิ่งเดินมากเท่าไรแผลก็จะหายเร็วมากขึ้นเท่านั้น แต่อย่าเพิ่งยกของหรือออกกำลังกายหนักๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ แม้จะเห็นว่าแผลหายดีแล้วก็ตาม
ค่าใช้จ่าย
โรงพยาบาลของรัฐ : ประมาณ 25,000 บาท
โรงพยาบาลของเอกชน : ประมาณ 35,000 บาท
ความสัมพันธ์ของร่างกายระหว่างแม่กับลูก เป็นกลไกอันมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติจัดไว้ให้ระหว่างการคลอด เพราะฉะนั้นหากไม่มีความผิดปกติ การคลอดธรรมชาติก็เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด และเพื่อให้การคลอดสมบูรณ์แบบที่สุด คุณแม่ควรเตรียมพร้อมทั้งกายและใจค่ะ
(update 21 เมษายน 2009)
[ ที่มา..
นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.152 June 2008 ]
|