20  ความเชื่อหลังคลอด


อย่างนี้ถูกหรือไม่นะ
คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคบได้ยินเรื่องความเชื่อต่าง ๆ กันมากมายบางเรื่องก็น่าจะเป็นจริง บางเรื่องฟังดูน่าตกใจว่าจริงหรือนี่ บางเรื่องก็ชวนให้สงสัย วันนี้เรามี นพ. ปภากร มิ่งมิตรพัฒนะกุล สูติ-นรีแพทย์ จากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพมาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้กันค่ะ


Check-list
1. อาการปวดมดลูกใน 1-2 วันแรกหลังคลอดเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับมารดาหลังคลอด
จริง เพราะมดลูกต้องบีบตัวลงมาให้ท่าขนาดปกติภายในสองสัปดาห์หลังคลอด

2. น้ำคาวปลาปกติจะมีนานประมาณ 2 สัปดาห์
จริง เพราะเมื่อมดลูกเล็กลง น้ำคาวปลาที่ออกจากโพรงมดลูกก็จะลดลงจนหมดภายใน 2 สัปดาห์

3. หลังคลอดอาจจะมีก้อนหรือเต้านมบวมบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา
อันนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือถ้าในช่วง 1 สัปดาห์หลังคลอด เป็นช่วงที่มีน้ำนมจะยังออกไม่ดี ตรงนี้อาจจะมีการคัดบริเวณเต้านมได้บ้าง แต่พอน้ำนมออกได้ดีแล้วจะคัดตึงเฉพาะเวลาให้นมลูก เมื่อให้นมลูกเสร็จแล้วอาการเหล่านี้จะหายไป แต่หากอาการยังไม่หายไปอาจเป็นไปได้ว่ามีการติดเชื้อในเต้านม

4. อาการริดสีดวงทวารที่เป็นในระหว่างตั้งครรภ์จะสามารถหายเองได้หลังคลอด
ไม่จริง ความรุนแรงของริดสีดวงจะลดลงได้ ในคนที่เป็นน้อยอาการก็เหมือนจะหาย แต่คนที่เป็นมากก็อาจจะมีอาการเหลืออยู่ซึ่งก็ต้องไปพบแพทย์เป็นกรณี ๆ ไป

5. ในคุณแม่ที่ให้นมเองจะไม่มีประจำเดือนมาประมาณ 6-8 เดือน เป็นเรื่องปกติ
จริง แต่มักจะพบในรายที่ให้นมแม่เป็นหลัก ไม่มีการให้นมผสมร่วมด้วย อันนี้เกิดจากการที่เมื่อน้ำนมไหลออกมา ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนตัวหนึ่งออกมากดการตกไข่เมิ่อไม่มีการตกไข่ ก็จะไม่มีประจำเดือน แต่ถ้าให้นมแม่ไม่สม่ำเสมอฮอร์โมนตัวนี้ก็จะหลั่งออกมาไม่สม่ำเสมอเหมือนกัน ก็จะไม่สามารถกดการตกไข่ได้

6. หลังคลอดบุตรใหม่ ๆ ไม่ควรอาบน้ำโดยการนอนแช่อ่าง
จริง เพราะการอาบน้ำโดยการลงไปนอนแช่อาจจะเสี่ยงต่อการที่เชื้อแบคทีเรียจะเล็ดลอดเข้าช่องคลอดแล้วเกิดการอักเสบที่มดลูก ถึงแม้ว่าตามธรรมชาติเมื่อลงไปแช่น้ำแล้วก็ไม่จำเป็นว่าน้ำจะเข้าไปในช่องคลอดก็ตาม แต่นี่ก็เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรปฏิบัติ

7. หลังคลอดปกติควรออกกำลังกายเบา ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้น้ำคาวปลาออกดี และมดลูกเข้าอู่เร็ว
จริง แต่ต้องระวังในส่วนของคุณแม่ที่ผ่าคลอด เพราะอาจจะมีอันตรายต่อแผลที่ผ่า ไม่ควรกำลังกายในบริเวณหน้าท้อง ให้ออกกำลังกายในบริเวณอื่น ๆ แทน

8. คุณแม่ควรสวมยกทรงอยู่เสมอ เพื่อลดความเจ็บปวดของอาการเต้านมคัดและป้องกันการหย่อนยาน
จริง เพราะถ้าหากเต้านมคัดแล้วไม่มีอะไรประคองไว้ คุณแม่จะยิ่งรู้สึกเจ็บ การสวมยกทรงก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรเป็นยกทรงที่คับเกินไป เพราะการสวมยกทรงที่คับจะส่งผลต่อปริมาณน้ำนมที่น้อยลง

9. ในคุณแม่ที่คลอดโดยการผ่าตัด ช่วงหลังคลอดใช้ผ้ารัดหน้าท้องไว้ขณะเดินแผลจะได้ไม่เคลื่อนไหวเพื่อลดการเจ็บแผล
จริง การใช้ผ้ารัดจะช่วงบรรเทาการเจ็บปวด ยกเว้นในเวลานอนไม่ต้องรัด

10. ในคุณแม่ที่ให้นมเองอย่างเดียวโดยไม่ใช้นมผสมจะช่วยลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ได้บ้าง
จริง เพราะในกระบวนการให้นมคุณแม่ก็จะต้องใช้พลังงานในการให้นมด้วย แต่ถ้าหากต้องการลดน้ำหนักได้ดี ควบคุมปริมาณอาหารร่วมด้วย

11. หากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีสีแดงตลอดภายในเวลา 15 วันหลังคลอด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอาการผดปกติทันที
จริง อันนี้แสดงว่ามีการอักเสบภายในมดลูก ลักษระนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ทั่วไป เนื่องจากน้ำคาวปลาที่ออกมาเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย ในบางครั้งก็อาจจะมีแบคทีเรียเล็ดลอดข้าไป ทำให้เกิดการอักเสบได้ การป้องกันคือต้องรักษาความสะอาด ทายาแก้อักเสบครบตามที่แพทย์ให้ และหมั่นสังเกตอาการตนเอง และมาพบแพทย์ทันทีที่มีอาการผิดปกติ

12. คุณแม่รู้สึกเจ็บปวดแผลฝีเย็บอยู่ตลอดเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังคลอดเป็นเรื่องปกติ
ไม่จริง เพราะในภาวะปกติหากอยู่เฉย ๆ ไม่ควรจะมีอาการเจ็บปวด แต่ถ้าเดิน หรือเคลื่อนไหวก็อาจจะมีอาการบ้าง ในกรณีที่เจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาถือเป็นความผิดปกติ

13. ปกติแล้วแผลฝีเย็บจะหายเองได้ภายใน 7 วันหลังคลอด
จริง ในภาวะปกติ แผลฝีเย็บจะสมานกันเองในเวลาไม่เกิน สัปดาห์

14. หลังคลอดจะมีประจำเดือนมาครั้งแรกนปริมาณมาก หรือนานกว่าปกติ เพราะรังไข่จะยังปรับตัวได้ไม่ดี
จริง บางครั้งอาจเกิดจากไข่โตขึ้นและมีเยื่อบุที่หนาขึ้นเป็นรอบเดือนที่ไม่ปกติ พบมากในคุณแม่หลังคลอดเป็นวงจรรอบเดือนที่ผิดปกติซึ่งจะหายเองได้ในประมาณ 1-2 รอบเดือน

15. หากมีอาการท้องผูกหลังคลอดห้ามใช้ยาระบายเด็ดขาด
ไม่จริง สามารถใช้ยาระบายได้ แต่ควรเป็นยาระบายที่เป็นสมุนไพรซึ่งไม่ตกค้างทั้งในร่างกาย และน้ำนม จึงไม่เป็นอันตราย

16. ไม่ควรรับประทานวิตามินเสริมนะหว่างให้นมบัตร
ไม่จริง การรับประทานวิตามินเสริมนั้นทำได้แต่ไม่ครทานมากเกิน บางครั้งจะกลายเป็นว่าหลายขนานเกินไป หรือเกินมาตรฐาน ส่งผลต่อร่างกายเพราะแพทย์จะมีการให้วิตามินแก่คุณแม่หลังคลอดโดยให้รับประทานต่อจากช่วงตั้งครรภ์อยู่แล้ว ซึ่งตรงนั้นก็เพียงพอ

17. หลังคลอดควรรับประทานยาขับน้ำคาวปลา เพื่อให้น้ำคาวปลาหมดไวและมดลูกเข้าอู่ได้ดียิ่งขึ้น
ไม่จริง แต่เรื่องนี้ในทางการแพทย์ไม่ห้าม แต่ถ้าถามว่าต้องกินไหม ก็ไม่จำเป็นและการที่กินมากเกินไปในบางครั้งก็อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติทางชิ่งคลอดได้ และถ้าหากให้น้ำคาวปลาหมดเร็วและมดลูกเข้าอู่ได้ดีคือการให้นมแม่ เพราะขณะให้นมมดลูกจะรัดตัวอย่างรุนแรงทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วและน้ำคาวปลาหมดไวไปด้วย

18. การอยู่ไฟทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว และไม่เป็นไข้ร้อน ๆ หนาว ๆ เรื่องนี้จริง ๆ แล้ว
ไม่จำเป็น เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการปพทย์นั้นดีขึ้น โอกาสที่จะติดเชื้อหรือไม่สบายรุนแรงหลังคลอดนั้นน้อยลงมาก

19. การเดินบ่อยและออกกำลังกายหลังคลอด จะทำให้แผลฝีเย็บฉีกขาดหรืออักเสบได้ง่าย
ไม่จริง การเดินบ่อยและออกกำลังกายไม่มีผลต่อการทำให้แผลฝีเย็บฉีกขาด การเดินในชีวิตประจำวันจึงทำได้ไม่มีปัญหา

20. หลังคลอดห้ามนอนกลางวันจะทำให้ตัวบวม
ไม่จริง การนอนพักผ่อนเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อคุณแม่มาก เพราะต้องใช้พลังงานมากทั้งในการให้นมและเลี้ยงลูกจึงไม่มีกฏใดห้ามการนอนกลางวัน
คงคลายสงสัยกันไปได้บ้างนะคะ อย่างไรก็ตามเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่หลังคลอดนั้นมีอีกมาก ทางที่ดีที่สุดคือคุณแม่ต้องพยายามสังเกตตนเอง หากเกิดภาวะผิดปกติก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อนที่อาการจะลุกลามมาก เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และเจ้าตัวเล็กค่ะ


(update 19 พฤษภาคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol. 15 Issue 179 June 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600