Q & A  Pregnancy


Q - ยาจีนกับการบำรุงครรภ์

ท้องได้ 3 เดือนแล้วค่ะ คุณแม่สามีเป็นคนจีนมียาบำรุงมาให้ทานเยอะแยะเลยค่ะ บางอันแปลก ๆ ก็ทานนะค่ะ ไม่กล้าขัดใจคุณแม่ แต่ก็กลัว ไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายกับลูกในท้องบ้างไหมคะ


A - โดยปกติแล้วพัฒนาการของทารกในครรภ์เกิดขึ้นตลอดเวลาตั้งแต่เกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน ดังนั้นการระมัดระวังในการรับประทานอาหารและการได้รับสารอาหารที่ปลอดภัยก็น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพของทารกในครรภ์ที่ดีโดยเฉพาะในระยะ 12 สัปดาห์แรก หรือสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ โดยนับจากวันแรกที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ในช่วงเวลาตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์แรกจึงไม่ควรรับประทานอะไรเพิ่มเติมเสริมจากไวตามินและแร่ธาตุเหล็กที่แพทย์แนะนำ อย่างไรก็ตาม ยาบำรุงตามตำรับของจีนถ้าเป็นยาบำรุงจริง ๆ แล้วก็ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตหรือความผดปกติของทารกมากนัก อย่างไรก็ตามถ้ากังวลใจควรจะปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์เอาไว้เป็นการส่วนตัว หรือขอตรวจอัลตร้าซาวด์สภาพของการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ซึ่งถึงจะไม่สามารถบอกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การตรวจก็บ่งบอกการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ว่าเป็นปกติ และมีความสมบูรณ์ตรงตามขนาดการตั้งครรภ์หรือไม่

Q - ออกกำลังกายแล้วเจ็บท้อง

ตั้งท้องได้ 36 สัปดาห์ค่ะ ไปเล่นโยคะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาค่ะ พอกลับตรวจดูก็ไม่เป็นอะไรค่ะแต่ในใจก็กลัวว่าจะกระทบถึงลูก ถ้าจะเล่นต่อจะได้ไหมค่ะ หรือควรจะออกกำลังกายแบบอื่นดี


A - การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบใด แต่การออกกำลังกายครั้งแรก ๆ ก็ย่อมจะมีอาการเจ็บปวดเมื่อยเป็นธรรมดา เมื่อคุณหมอตรวจแล้วว่าไม่เป็นอะไร ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ถ้ากังวลใจก็เปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ เช่นเดินบนพื้นราบเป็นต้น หรือถ้าสามารถเดินได้ในสระน้ำก็จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น

Q - คิดมากช่วงตั้งครรภ์

สภาพจิตใจช่วงตั้งท้องแย่มากเลยค่ะคุณหมอ ช่วงนี้ 5 เดือนแล้ว คิดมากว่าลูกจะเป็นอะไรไหม จะครบ 32 ไหม สามีจะกนีไปมีคนใหม่ไหม พยายามช่วงตัวเองโดยการนั่งสมาธิบ้าง ทำโน่นทำนี่ บ้างก็แล้ว ก็ยังไม่หาย จะแก้ยังไงดีค่ะ


A - นี่เป็นปัญหาของสังคมยุคใหม่ที่มีแต่ข่าวสารหรือการสื่อสารในทางลบที่ทำให้คนในยุคปัจจุบันมองโลกในแง่ร้าย คิดแต่เรื่องไม่ดี มีแต่ความหวาดระแวงแคลงใจกัน ยิ่งเมื่อเกิดการตั้งครรภ์สภาพฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนจากการตั้งครรภ์จะยิ่งทำให้เกิดอาการดังกล่าวในคนที่จิตใจไม่มั่นคงมากขึ้น คุณควรจะต้องพาตนเองออกจากเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์แก่การตั้งครรภ์ งดการบริโภคข่าวสารทั้งทางหน้าหนังสือ หรือจากวิทยุโทรทัศน์ที่ไม่เป็นประโยชน์ และหันไปอ่านหนังสือการ์ตูน เรื่องขำขัน การดูแลเลี้ยงทารก การทำอาหารเลี้ยงทารก หรือชมภาพยนต์ที่มีแต่ภาพที่น่ารักเป็นประจำก็น่าจะทำให้ดีขึ้น อย่างน้อยก่อนนอนและตอนตื่นนอนตอนเช้าก็ควรจะตั้งจิตอธิษฐานแต่ในเรื่องที่ดีงามแล้วทุกอย่างก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

Q - โทรศัพย์มือถือกับอันตรายต่อทารกในครรภ์

เป็นคนติดโทรศัพท์ค่ะ ชอบคุยโทรศัพท์นาน ๆ มาต้งัแต่ก่อนตั้งครรภ์แล้ว ตอนนี้ก็ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วค่ะ อยากถามคุณหมอว่าถ้าคุยโมรศัพท์นาน ๆ สัญญาณคลื่นโทรศัพท์จะมีอันตรายต่อลูกในท้องหรือเปล่าค่ะ


A - เรื่องแบบนี้คงจะตอบยากนะคุณ นักวิจัยหลายท่านก็ออกมาเตือนถึงอันตรายจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แต่เจ้าของกิจการโทรศัพท์มือถือก็ออกมาโต้เถียง คุณคิดว่าฝ่ายไหนน่าเชื่อถือก็เลือกเชื่อฝ่ายนั้นก็แล้วกัน แต่ไม่สามารถเลิกคุยทางโทรศัพท์ได้แล้วละก็ ทำไมไม่โทรด้วยโทรศัพท์ธรรมดาดูซึ่งถือแม้ว่าจะไม่สะดวกและไม่ทันสมัยแต่อาจจะปลอดภัยกว่าก็ได้ใครจะรู้

Q - วิตามินเสริมเมื่อตั้งครรภ์

ดิฉันอายุ 32 ปีค่ะ เป็นคนทานอาหารเสริมเยอะมาก ทั้งวิตามินอี วิตามินซี คิวเท็น ไฮยารูรอน (จากญี่ปุ่น ช่วยให้หน้าใส) พีชออย (น้ำมันปลา) ฯลฯ ตอนนี้เพิ่งทราบว่าตั้งครรภ์ (ประมาณ 3 เดือนได้) ก็หยุดกินหมดเลยเพราะกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อลูกในท้อง ไม่ทราบว่าที่กิน ๆ ไปมันจะสะสมในร่างกายมากน้ยแค่ไหน แล้วจะส่งผลกระทบอะไรกับลูกหรือเปล่าคะ


A - วิตามินและอาหารเสริมที่คุณบรรยายมาไม่น่าจะมีการสะสมในร่างกาย และเท่าที่มีรายงานมาก็ยังไม่พบว่ามีปัญหาร้ายแรงแต่อย่างใด แต่เมื่อเกิดการตั้งครรภ์แล้ว การงดเว้นการบริโภคก็น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลใจอะไรเกินไป


(update 19 พฤษภาคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol. 15 Issue 179 June 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600