เตรียมตัว   เตรียมใจ...เมื่อคุณแม่คนใหม่ต้องกลับไปทำงาน


9 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ยิ่งในคุณแม่ท้องหลัง ๆ แล้ว เวลาอาจจะดูเร็วกว่าท้องแรกเป็นเท่าตัว ยิ่งเมื่อครบ 90 วัน (ลาคลอด) คุณแม่ Working Mom ยุคใหม่ ก็หนีไม่พ้นต้องกลับไปรับใช้ชาติ เอ้ย... กลับไปทำงานกันเป็นทิวแถวและหลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่ทันตั้งตัวกับการไปทำงานครั้งนี้ เรามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้คุณแม่ลองมาดูกันค่ะว่า ก่อนที่จะกลับไปทำงานเราต้องเตรียมอะไรบ้าง

เตรียมใจ

ถึงจะไม่ได้ทำงานมานาน เริ่มตั้งแต่บรรยากาศรถติดยามเช้า เจ้านายขี้บ่นยามเช้า เพื่อนร่วมงานสติแตกยามบ่าย และกลับมารถติดอีกครั้งเมื่อยามเลิกงาน ก็ทำให้คุณแม่เหนื่อยใจตั้งแต่ก่อนกลับแล้วใช่ใหมคะ อยากให้ใช้เคล็ดลับแบบนี้ค่ะ ให้ลองนั่งนึกบรรยากาศสนุก ๆ ในที่ทำงาน เช่น เวลานั่งคุยนั่งเม้าท์คนโน้นคนนี้เวลาเพื่อนร่วมงานทำเรื่องตลก ๆ (ถึงแม้บางที่หายากเหลือเกิน) และแทนที่จะคิดว่า “ต้องกลับไปเจอบรรยากาศน่าเบื่ออีกแล้ว” ให้คิดว่า “ต้องกลับไปทำงานเพราะที่ทำงานต้องการให้เรากลับไปทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่และเราเป็นตัวแปรหลักสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัท” ถึงแม้ตูจะหลอกตัวเองนิด ๆ แต่การคิดว่าเราเป็นคนสำคัญที่ทุกคนต้องการก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือค่ะ

เตรียมกาย

ร่างกายก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญ คุณแม่ควรจะเริ่มออกกำลังกายบ้าง เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเราสามารถปรับตัวต่อสภาพอากาศได้มากขึ้น ให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ป้องกันการป่วยอีกด้วย คุณแม่คนไหนที่ 3 เดือนนี้อยู่แต่ในห้องแอร์ก็ควรเริ่มสูดอากาศ จ๊อกกิ้งยามเช้าบ้าง คุณแม่คนไหนที่ต้องขับรถเอง ก็ถึงเวลาขับรถกินลมบ้างแล้วล่ะค่ะ เริ่มจากเวลาที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน ขับไป - มาแถวบ้านก่อน จากนั้นก็เพิ่มระยะทางไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ชินกับการขับรถที่ร้างมานาน

เตรียมเวลา

เรื่องการแบ่งเวลาก็เป็นเรื่องใหญ่ คุณแม่ที่เป็น Working Mom หลาย ๆ คน เลือกที่จะใช้การหักดิบที่เรียกว่า “เวลาใครเวลามัน” กันเลยทีเดียว นั่นก็คือ เวลางานเป็นงาน เวลาบ้านเป็นบ้าน ถ้าเป็นไปได้คุณแม่ก็ไม่ควรเอางานเข้าบ้าน แต่ถ้างานไหนที่จำเป็นจริง ๆ อนุญาติให้แวะ ๆ มาได้ แต่ต้องไม่กินเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตที่บ้าน เรื่องนี้จำเป็นมากนะค่ะ เพราะถ้าคุณแม่อนุญาติให้งานเข้ามาอยู่ในบ้านละก็ ชีวิตจะวุ่นวายแน่ ๆ ค่ะ

เตรียมอารมณ์

แน่นอนอยู่แล้วเมื่อกลับไปทำงาน ปัญหามากมายก็ตามมาเป็นระลอก ไหนจะงานใหม่ งานเก่า งานเข้ารายวัน เคล็ดลับง่าย ๆ ในการปรับอารมณ์ยามที่มีความรู้สึกแย่สุด ๆ ก็คือการคิดถึงเรื่องที่จะทำให้เรามีความสุขค่ะ แน่นอนยามนี้คงไม่พ้นเรื่องเจ้าตัวเล็ก เมื่อมีเรื่องที่ทำให้อารมณ์ไม่ดีเข้ามา หรือแม้แต่ยามเบื่องานสุด ๆ ให้นึกถึงลูกเลยค่ะ เอาหน้าเจ้าตัวเล็กเป็นกำลังใจ เบื่อ เหนื่อย ท้อใจ ให้เอาลูกเป็นกำลังใจ มีแรงมาลุยงานต่อแน่ ๆ ค่ะ

เตรียมนมให้ลูกน้อย

ในคุณแม่ที่ให้นมลูกเอง การเตรียมทำสต๊อกน้ำนมเป็นเรื่องที่จำเป็นมากนะคะ ใครจะรู้ว่าคุณให้นมลูกได้ถึง 3 เวลาเลยแม้จะไปทำงาน ด้วยการทำสต๊อกน้ำนมนี่แหละค่ะ โดยรายละเอียดคุณแม่สามารถดูได้ใน ที่นี่มีเคล็ดลับและวิธีเก็บรักษาน้ำนมจนถึงการให้ความรู้ตอบข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับนมแม่ได้ดีทีเดียวค่ะ

เมื่อคุณแม่เริ่มไปทำงาน ก็ให้กินนมที่เราปั๊มเก็บไว้ ระหว่างที่อยู่ที่ทำงานก็ปั๊มนมทุก 3 ชั่วโมง พยายามกำหนดเวลาให้ตรงกันทุกวัน เช่น ตอนเช้าให้ลูกดูดก่อนไปทำงาน พอถึงที่ทำงานก็ปั๊มตอน 10.00 / 13.00 / 16.00 น. แช่ตู้เย็นหรือเตรียมกระติกใส่แล้วนำกลับมาให้ลูกกินในวันรุ่งขึ้น วันเสาร์-อาทิตย์ ก็ให้ลูกดูดนมแม่ทุกมื้อเพื่อรักาปริมาณน้ำนม เพราะไม่มีเครื่องปั๊มนมยี่ห้อไหนดีเท่ากับลูกดูดเองค่ะ

เตรียมพี่เลี้ยง

นี่ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ ยิ่งในบ้านครอบรัวเดี่ยวที่ทั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำงานทั้งคู่ และไม่มีญาติสนิทมิตรสหายมาช่วยเลี้ยงเจ้าตัวเล็กละก็ ต้องลองมองหาเนอร์สเซอรี่หรือพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้สักคนแล้วละค่ะ การเลือกพี่เลี้ยงนี่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ยังเพื่อความไม่ประมาทเพราะพี่เลี้ยงจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ใกล้ชิดลูกเรามาก มีหลักการง่าย ๆ 5 ข้อมาฝากค่ะ
1. มีประสบการณ์ อันนี้สำคัญมาก ยิ่งโดยเฉพาะในคุณมามือใหม่ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจลูกมากนัก อายุงานนี่ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจค่ะ

2. เป็นคนสะอาด อันนี้ดูจากภายนอกก็ออก ยิ่งพี่เลี้ยงต้องใกล้ชิดลูกเท่าไหร่เรื่องความสะอาดต้องสำคัญมากเท่านั้น เพราะถ้าพี่เลี้ยงเป็นแหล่งของเชื้อโรคเสียเอง คงไม่ดีแน่ค่ะ

3. กิริยามารยาทดี ไม่เฉพาะแต่มารยาทแต่หมายถึงพฤติกรรมโดยรวมด้วยหากพี่เลี้ยงมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว กระโดกกระเดก ลูกก็จะซึมซับเอาพฤติกรรมนั้นเข้ามาด้วย เพราะพี่เลี้ยงถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ลูกใกล้ชิดมากที่สุดค่ะ

4. มีอีคิว พี่เลี้ยงเด็ก ซึ่งก็คือคนแปลกหน้าที่ยังไม่เคยรู้จักกันเลยแม้แต่น้อยก่อนที่คุณจะชี้ว่าฉันต้องการคนนี้เพราะหน้าตาดี ก็ควรดูด้านอารมณ์ด้วยว่ามีความเป็นผู้ใหญ่ สามารถควบคุมอารมณ์ได้หรือยัง

5. มีความรู้เรื่องพัฒนาการเด็ก แค่ดูแลอาจจะไม่พอ หากลูกได้รับการกระตุ้นเสริมพัฒนาการด้วยแล้วยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าตัวเล็กมากเลยทีเดียว ความรู้ในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก เพราะนอกจากจะดีในทางส่งเสริมแล้ว พี่เลี้ยงยังมีส่วนช่วยในการสังเกตอาการผิดปกติหรือพัฒนาการที่แปลกไปของลูกน้อยได้อีกทางหนึ่งด้วย


(update 22 พฤษภาคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol. 15 Issue 179 June 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600