มอบความปลอดภัยให้ลูกวัยซน...


“ซน” ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง อาการที่อยู่ไม่สุขชอบจับโน่นจับนี่ไปเรื่อย ถ้าจะว่ากันตามประสาพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมาแล้วหลายคน เด็กวัยซนก็คือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ขวบ (วัยเตาะแตะ) จนถึง 5 ขวบ (วัยอนุบาล) เรียกว่าตั้งแต่เริ่มเดินได้จนกระทั่งปริญญาอนุบาลกันเลยละครับ

เมื่อลูกเริ่มเดินได้แม้จะยังไม่ค่อยคล่อง แต่ขาเขาก็พร้อมจะเป็น “นักสำรวจตัวน้อย” อยู่ตลอดเวลา แถมพอใกล้สองขวบนักสำรวจตัวน้อยก็แปลงร่างเป็นจอมต่อต้านที่ดื้อเอาเรื่องซะด้วยสิครับ... สั่งให้ทำหรือไม่ให้ทำอะไร เจ้าหนูจอมซ่าส์ของเราก็ได้แต่พร่ำพูดคำว่า “ไม่” หรือ “ไม่ ๆๆๆๆ” ลูกเดียว

คุณปุ๊ก ก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่มีลูกในวัยซนที่เธอเองยังบอกว่า “ซนยิ่งกว่าลิงซะอีก” ตั้งแต่พอเริ่มเดินได้กระทั่ง 3 ขวบขนาดคุณปุ๊กเลี้ยงเอง ดูแลเอง น้องปอนจอมซนก็ยังหัวโน เข่าถลอกอยู่บ่อยๆ แต่มาเมื่อ 3-4 วันก่อนที่เธอต้องเริ่มช่วยสามีหารายได้เพิ่มยุค “แฮมเบอร์เกอร์ดีซีส” ด้วยการขายข้าวแกงหน้าบ้าน สามีจึงต้องขอให้คุณแม่ (คุณย่าของน้องปอนวัย 70 เศษ) จากต่างจังหวัดมาช่วยดูแลหลานก่อนที่เจ้าจอมซนจะเข้าเรียนอนุบาลในอีก 2 เดือนข้างหน้า ด้วยความรักและความห่วงใยหลานอยู่แล้ว คุณย่าก็เอาใจใส่หลานเป็นอย่างดี ชนิดมดไม่ให้ไต่ไรใม่ให้ตอม แต่เจ้าปอนนั้นกลับรู้ทันจึงฉวยจังหวะที่คุณย่าเผลอสัปหงก (คงเหนื่อยที่ต้องวิ่งไล่จับหลานทั้งวัน) ด้วยการปีนเก้าอี้แล้วก้าวขึ้นไปบนโต๊ะ จากนั้นก็กระโดดลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า (เลียนแบบไอ้มดแดงในทีวี) แลแล้วก็เจ็บตัวอีกจนได้คือ น้องปนขาพลิกเมื่อโดดถึงพื้น แถมศรีษะก็พลั้นไปไถลพื้นอีกด้วย เย็นนั้นเองคุณปุ๊กจึงพาน้องปอนมาพบคุณหมอ เพื่อตรวจแผลเข่าถลอกที่คุณแม่ใส่ยาและปิดแผลในเบื้องต้นแล้ว และยังอยากให้คุณหมอตรวจดูศรีษะของลูกชายด้วยว่า เป็นอันตรายอย่างใดหรือใม่....

กรณีของน้องปอนถือว่ายังโชคดี เพราะเพียงเข่าถลอกหัวโน ในขณะที่ยังมีเด็กวัยซนอีกมากมายที่หากผู้ใหญ่ไม่รู้จัก “ปลอดภัยไว้ก่อน” ก็มักจะลงเอยด้วยความเศร้าสลด เช่น กรณีของน้องอ้นวัย 5 ขวบ ซึ่งอาซัยอยู่บนชั้น 5 ของคอนโดแห่งหนึ่ง ขณะที่กำลังเล่ยซ่อนแอบกันนั้น น้องอ้นขึ้นไปยืนบนเตียงที่ตั้งชิดติดหน้าต่าง (ประเภทกระจกบานเลื่อน ไม่มีเหล็กดัด) เพื่อไปแอบแล้วพลัดตกตึกลงมาเสียชีวิต ซึ่งถ้าคุณๆ ลองพลิกข่าวหนังสือพิมพ์กรณี “เด็กตกตึก” ในหลายๆ ราย ก็จะพบว่าสิ่งที่คล้ายๆ กันก็คือ
1. ลูกอยู่ในวัยซน

2. มักตั้งสิ่งของเครื่องใช้ (เตียง, ตู้, โต๊ะ, ชุดเครื่องเสียง, ทีวี, ฯลฯ) ชิดหน้าต่าง

3. หน้าต่างนั้นเป็นแบบบานเลื่อนและไร้เหล้กดัดอย่างรายน้องปอนนอกจากที่จะต้องคอยดูอย่าให้คลาดสายตายิ่งกว่านี้ (อย่าเผลอหลับ) ก็จะต้องจัดการลากโต๊ะให้ห่างจากหน้าต่างทันที

พื้นบ้าน

นอกจากระวังเรื่องหน้าต่างแล้ว พื้นบ้านก็จะต้องเป็นพื้นที่ที่จะต้องปลอดภัยนอกจากจะไม่ปล่อยให้พื้นเปียกน้ำเฉอะแฉะ หรือเป็นคราบมันแผลบที่อาจทำให้ลูกลื่นหกล้มแล้ว บรรดาของเล่น เครื่องเรียนต่างๆ ก็ไม่ควรทิ้งระเกะระกะตามพื้น เพราะนั้นล้วนอาจทำให้เจ้าวัยซนเดินสะดุดหรือลื่นล้ม แขน ขา ปากหรือหัวกระแทกพื้นได้ หนทางที่ดีก็คือ ควรเคลียร์พื้นที่เพื่อความมั่นใจด้วยการหมั่นกวาดเช็ดถูบ้าน นอกจากจะทำให้ที่อยู่อาศัยของเราสะอาดสวยงามไม่มีสิ่งกีดขวางให้ลูกสะดุดหกล้มบาดเจ็บแล้ว ก็ยังทำให้สบายใจว่า ลูกน้อยของเราจะไม่มีสิ่งที่ทำอันตรายและคว้าสิ่งของเข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดผลไม้ กระดุม หรือ เหรียญ อย่าลืมนะครับว่า สิ่งใดก็ตามถ้าอุดตันหลอดลมเด็ก มีเวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตของพวกเขา


บันไดบ้าน

ก็เช่นเดียวกันครับที่ต้องไม่วางของเกะกะกีดขวางทางขึ้นลง พื้นบันไดก็จะต้องไม่เปียกหรือทำน้ำหกและอย่าอาบน้ำยาใดๆ จนบันไดลื่นถาวรเลยนะครับ คิดถึงภัยที่อาจเกิดกับลูก มากกว่าความเงางามมันแวบๆ เถิดนะครับ


ห้องครัว

ในขณะที่คุณกำลังก้มหน้าก้มตาทำกับข้าวก็อย่าเผลอปล่อยให้ลูกมายืนมองตาแป๋ว หรือวิ่งเล่นไล่กันในบริเวณที่คุณกำลังถือมีด ถือตะหลิว หรือเปิดเตาทำอาหาร เพราะลูกอาจโดนน้ำมันร้อนๆ กระเด็นเข้าใส่ หรือลูกอาจคว้ามีดทำครัวที่คุณเผลอวางไว้หมิ่นเหม่ (บรรดามีดเล็ก มีดใหญ่ ตลอดจนที่เจาะ ที่งัดกระป๋องเมื่อใช้เสร็จแล้วอย่าลืมวางไว้ให้เข้าที่ อย่าเผลอลืมทิ้งไว้อย่างเด็ดขาด เพราะมันอาจไม่พ้นเงื้อมมือของลูกๆ และเห็นอีกทีก็ตอนที่เจ้าหนูเอาไล่ฟันกันแบบหนังซามูไรซะแล้ว) หากกำลังต้มน้ำหรือต้มน้ำแกงอยู่บนเตา ต้องไม่ให้ลูกน้อยอยู่บริเวณนั้นอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับการระวังไม่ให้ลูกเข้ามาใกล้ในขณะที่คุณกำลังยกน้ำแกงร้อนๆ เพื่อนำไปวางไว้บนโต๊ะอาหาร


โต๊ะอาหาร

ที่เป็นกระจกหรือมีเหลี่ยมมีมุมโมเดิร์นงดงามไม่เหมาะเสียเลย ถ้าบ้านนั้นมีเด็ก ยิ่งในวัยซนก็อาจวิ่งหรือเดินเข้ามาชนเปรี้ยงเข้าให้ จึงควรเลือกซื้อโต๊ะทรงกลมหรือทรงรีที่มีความมั่นคงแข็งแรง และที่สำคัญคือ หากบ้านที่มีเด็กเล็กก็อย่าใช้ผ้าปูโต๊ะเลยนะครับ เพราะเด็กอาจดึงผ้าปูพรวดลงมาพร้อมด้วยกระติกน้ำร้อน ชามน้ำแกงร้อนๆ ก็ได้


ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ และถังน้ำ

แทบไม่น่าเชื่อว่าในปีๆ หนึ่ง จะมีเด็กๆ ไม่น้อยเลยที่ตกตุ่มน้ำ โอ่งน้ำหรือศรีษะจมลงไปจนเสียชีวิต ดังนั้นคุณจะต้องปิดฝาให้มิดชิดทุกครั้งหลังการใช้งาน ส่วนถังน้ำก็ต้องหมั่นตรวจเทน้ำออกให้หมดและวางคว่ำลงทุกครั้งหลังการใช้งาน ส่วนถังน้ำก็ต้องหมั่นตรวจเทน้ำออกให้หมดและวางคว่ำลงทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ


ห้องนอน เตียงนอน

ข้อดีของการใช้เตียง 2 ชั้นก็คือ การเหลือเนื้อที่ในห้อง ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับให้ลูกเล่นได้ หรือตั้งโต๊ะทำการบ้านได้อย่างสะดวกสะบายแต่หากลูกอายุยังไม่เกิน 6 ขวบก็อย่าให้นอนเตียงชั้นบน (กรณีใช้เตียงแบบ 2 ชั้น) เพราะเสี่ยงต่อการตกเตียงครับ เตียงเด็กควรจัดให้เข้ามุมเพื่อฝาห้องจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้ตกเตียง แถมไม่เปลืองเนื้อที่ของห้องอีกด้วย การเลือกเตียงนั้นไม่ว่าจะเป็นแบบชั้นเดียวหรือ 2 ชั้น จะต้องเลือกไม้ที่เลียบลื่น ไม่มีเศษเสี้ยนแหลมคมใดๆ น็อตแต่ละตัวของเตียงจะต้องล็อคไว้อย่างแน่นหนา ไม้ที่ประกอบกันจะต้องเรียงอย่างถูกต้องเข้าที่ ดังนั้นก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะควักกระเป๋าซื้อจะต้องสำรวจให้ถี่ถ้วนด้วยนะครับ


ยาฉีดยุง น้ำยาหยอดจักร น้ำยาซักผ้า ครีมทารองเท้า

กระทั่งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค หรือวัตถุมีพิษทุกประเภทจะต้องเก็บซ่อนไว้ในตู้ที่ปิดล็อคสนิท หรือไว้อยู่บนที่สูงเกินกว่าที่ลูกจะเอื้อมหยิบถึง


รูปลั๊กไฟ

ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จอมซนหลายคนชอบเอานิ้วหรือเอาของแหลมๆ ไปแทงไปแหย่เล่นแล้วเกิดไปช็อต ไฟดูดกันจนถึงแก่ชีวิต จึงต้องติดตั้งปลั๊กไฟให้อยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร หรือถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนไปไว้ในที่สูง ก็จะต้องหาฝาครอบหรือแผ่นเยบรูปลั๊กไฟมาปิดให้เรียบร้อย


สายไฟจากบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้า

ที่มักเผลอหรือละเลยจนปล่อยให้ห้อยย้อยลงมา ก็ช่างล่อตาล่อใจเด็กจอมซนให้ดึงเล่น กระชากเล่น จึงควรม้วนเก็บให้เข้าที่ทั้งเมื่อใช้เสร็จแล้วหรือระหว่างกำลังใช้อยู่


เท่าที่หยิบยกมาคุยกันในครั้งนี้ ใครที่มีลูกน้อยวัยซนก็คงรู้สึกเหมือนต้องรับศึกหนัก เห็นทีจะต้องคอยเอะอะเอดตะโร และคอยห้ามปรามไปซะทุกอย่าง แต่ใจเย็นๆ ครับ การทำเช่นนั้นกลับจะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของลูกในทุกๆ ด้านไปซะก่อน หนทางที่ถูกต้องก็คือ ควรให้เด็กมีอิสรภาพในการเคลื่อนไหวที่จะเรียนรู้ โดยผู้ใหญ่เราควรประคับประครองและดูแลความปลอดภัยให้ลูก ...ดังนั้น การให้อิสรภาพแก่ลูก โดยดูแลอย่างใกล้ชิดไปด้วยจึงเป็นสิ่งจำเป็นครับ


(update 21 กรกฎาคม 2010)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.16 Issue 188 March 2009 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600