เบบี๋ก็เครียดเป็น...!!


แม้ลูกจะเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน ยังไม่สามารถรับรู้อะไร ได้มากเท่าผู้ใหญ่แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้กังวลจส่งผลให้เบบี๋เครียดได้ค่ะ

ความรู้สึกกังวลของทารกน้อยเริ่มขึ้นตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่ เวลาที่คุณแม่รู้สึกกังวลหรือเครียด เจ้าตัวน้อยก็จะดิ้นตุบๆ หัวใจเต้นเร็วตามแม่ไปด้วย พอออกมาดูโลกกว้าง ก็ต้องเจอกับแสงจ้าๆ ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานด้วยตนเอง ต้องหายใจเอง มีความรู้สึกหิว แถมสิ่งใหม่ๆ รอบตัวก็สร้างความรู้สึกกังวลให้ไม่น้อย ไม่ว่าจะความมืด การแยกจากการไม่ได้รับการตอบสนอง แต่ก็ถือเป็นสัญชาติญาณปกติที่เด็กทุกคนต้องมีค่ะ

อย่างไรก็ตามทารกยังเล็กเกินกว่าที่จะพูดให้เราฟังได้ว่า เขากำลังกังวลกับอะไรอยู่ แต่จะใช้ภาษาท่าทางแทนว่า เริ่มมีความกังวลเกิดขึ้นกับหนูแล้วนะ ด้วยอาการหงุดหงิด งอแง ตื่นและนอนไม่เป็นเวลา (แต่อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นก็ได้เหมือนกันค่ะ) ซึ่งความกังวลในเด็กแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนมีอาการนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็หายไป บางคนเป็นนาน แล้วแต่พื้นอารมณ์ของเด็กแต่ละคนด้วยค่ะ ซึ่งพื้นอารมณ์ของเด็กแยกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ
1. แบบเลี้ยงง่าย กินง่าย นอนง่าย ไม่ค่อยโยเย ไม่ร้องกวน อารมณ์ดี

2. แบบเลี้ยงยาก แบบนี้จะเลี้ยงยากที่สุดค่ะ กินยาก นอนยาก ขี้หงุดหงิด ร้องโยเย พอหงุดหงิดแล้วมักเป็นนานและเป็นนานและรุนแรง กว่าจะสงบก็เหนื่อย

3. แบบปรับตัวช้า เวลาท่เด็กเกิดความรู้สึกเสียใจ หงุดหงิด หรือกังวล การปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกตินั้นยากกว่าเด็กเลี้ยงง่าย แต่ก็ไม่เท่ากับเด็กเลี้ยงยากค่ะ

คลายกังวลให้เจ้าตัวน้อย
  • ใจเย็นและปลอบโยน ในการเลี้ยงลูกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นที่สุดค่ะ เพราะเราต้องเป็นที่พึ่งให้กับลูก ไม่ดุ หรือใส่อารมณ์เวลาที่ลูกงอแง แต่ต้องปลอบโยน ให้ความอบอุ่น มั่นใจว่าลูกกำลังได้รับการดูแลและมีความปลอดภัยในสถานการณ์นั้นๆ เพราะเด็กๆ ยังไม่สามารถฟังเหตุผลได้ แต่สามารถรับรู้จากน้ำเสียงที่อ่อนโยนการดูแลในสถานที่ที่คุ้นเคย สงบเงียบ หรือพาไปในที่ลูกชอบ จะช่วยให้ลูกสงบงค่ะ ในช่วงแรกที่คุณแม่ยังไม่สามารถปรับตัวได้คือยังใจร้อนหรือเครียดเวลาที่ลูกร้อง ก็ต้องหาผู้ช่วยที่สงบและใจเย็น ไม่ขี้กังวลมาช่วยดูแลลูกก่อนค่ะ

  • ไม่ทำให้ลูกกลัว เวลาที่ลูกมีความกังวลแล้วแสดงอาการงอแง หงุดหงิด แล้วคุณพ่อคุณแม่เสียงดังกับลูกจะทำให้ให้ลูกกลัว เด็กบางคนจะมีอาการหงอย ซึม เก็บกด คือจะเปลี่ยนความกังวลเป็นอาการทางกาย เป็นความเจ็บป่วยไม่สบาย ไม่กิน น้ำหนักลด ไม่โต ท้องเสีย ท้องผูก ซึ่งอาจหาสาเหตุไม่เจอ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ต้องหาแพทย์พาะทางหลายสาขารวมทั้งจิตแพทย์ และปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดู


กังวลกับเครียด

คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่าสำหรับเจ้าตัวน้อยนั้นความเครียดกับความกังวลเหมือนกันหรือเปล่า คำตอบก็คือไม่เหมือนกันค่ะ

ความกังวลเป็นความรู้สึกที่ยังไม่แน่ใจต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจเป็นอาการส่วนหนึ่งของความเครียด แต่ไม่รุนแรงเท่าความเครียด เจ้าตัวเล็กจะเกิดความเครียดขึ้นก็ต่อเมื่อรู้ว่าไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการแน่นอน โดยส่วนมากความเครียดจะมีสาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น
  • พ่อแม่ใจเย็น แต่ลูกใจร้อน
  • เด็กใจร้อน แต่พ่อแม่เฉื่อยชา
  • หรือพ่อแม่เข้าไปยุ่งหรือกระตุ้นเขามากเกินไป
ซึงเด็กวัย 0-1 ปี คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามเรียนรู้ลูกให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการของลูกให้ถูกต้อง ก็จะลดความกังวลและเครียดของลูกได้ค่ะ

ถ้าเบบี๋เครียด คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะเวลาที่ลูกเครียด ลูกจะหดหู่ เลี้ยงยาก ไม่สดใส งอแง ตาลาย กินอาหารได้น้อย แล้วจะส่งผลให้คุณแม่เครียดไปด้วย พอคุณแม่เครียดก็ส่งผลมาที่ลูก ทำให้ลูกเครียดอีก สะท้อนกลับไปมาระหว่างกันอยู่เช่นนี้ล่ะค่ะ

เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรสร้างความผูกพันพื้นฐานให้แน่นก่อน โดยการดูแลตอบสนองให้ความรัก เอาใจใส่ รู้จักลูกให้มาก แล้วความมั่นคงทางจิตใจของลูกจะมากขึ้น ลูกจะได้ไม่เป็นเด็กที่ขี้กังวลหรือเครียดง่ายด้วยค่ะ

การเลี้ยงเบบี๋ให้มีความสุขนั้นไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แค่คุณรู้จักลูก พร้อมให้การตอบสนองลูกให้ถูกต้อง ทันเวลา และพูดคุยปลอบประโลมลูกบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เด็กจะเรียนรู้ถึงความรักที่คุณมีให้ แล้วอะไรๆ ก็จะง่ายขึ้นค่ะ


(update 12 กรกฎาคม 2010)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 27 ฉบับที่ 314 มีนาคม 2552 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600