10 เรื่องทางกฏหมาย แม่เลี้ยงเดี่ยวต้องรู้


ปัญหาเรื่องกฏหมาย เป็นสิ่งที่แม่เลี้ยงเดี่ยวหลายคนมักถามถึงเสมอในทุกเวทีที่มีการจัดงานเกี่ยวกับการดูแลลูก ครั้งนี้จึงได้นำ 10 คำถามยอดฮิตในทางกฏหมายมานำเสนอ เพื่อเป็นประโยชน์ให้แม่เลี้ยงเดี่ยวนำไปปรับใช้เมื่อประสบปัญหา
1. หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสใครมีสิทธิจะได้ดูแลลูก

ผู้ที่ได้สิทธิในการดูแลลูกนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ทำเพื่อประโยชน์ของเด็ก เช่น ให้ที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง ประมวงกฏหมานแพ่งฯ มาตรา 1546 บัญญัติว่า “เด็กที่เกิดจากหญิงที่มิได้สมรสกับชาย ให้ถือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฏหมายของหญิงนั้น...” หากคุณแม่ได้แต่งงานกับผู้ที่เป็นพ่อของเด็ก ถือว่าเป็นลูกโดยชอบด้วยกฏหมายของคุณแม่อยู่แล้วครับ

2. หากต้องการจะหย่ากับสามีต้องดำเนินการอย่างไร

ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ สามีไม่ยินยอมที่จะหย่า จึงต้องมีการฟ้องหย่าประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1516 ระบุสาเหต่ที่สามารถขอหย่าได้หลายประการ เช่น อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีหรือภริยา เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิน จงใจระทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี เป็นต้น ศาลที่พิจาณาคดีจะคำนึงถึงเหตผล ทั้งในทางกฏหมายและในหลักการด้านอื่นๆ ประกอบ โดยเฉพาะเรื่องลูก

3. แม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถเรียกค่าเลี้ยงดูลูกได้อย่างไร

ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นสามารถเรียกได้ทั้งในสถานะเป็น ภริยา และแทน บุตร ประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1598/38 บัญญัติว่า “ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยาหรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้นย่อมเรียกจากกันได้ ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับ...ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดู หรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ...” จึงเรียกร้องได้ตามสิทธินี้ครับ

4. แม่เลี้ยงเดี่ยวมีหน้าที่ดูแลลูกอย่างไรตามกฏหมาย

มีกฏหมายหลายฉบับ เช่น ประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1564 บัญญัติว่า “...มารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดู และให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์” มาตรา 1567 บัญญัติว่า “ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ(1) กำหนดที่อยู่ของบุตร (2) ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน (3) ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป ” หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 23 บัญญัติว่า “ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามสมควรแกขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่นแต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ...” เป็นต้น

5. ในอนาคต ถ้าลูกต้องขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน จะต้องขึ้นทะเบียนในเขตใด

พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 5 ระบุทั้งกรณีมีพ่อหรือแม่ ให้ลงบัญชีที่อำเภอท้องที่ที่พ่อหรือแม่มีภูมิลำเนาหรือเด็กที่เกิดนอกสมรสและพ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร ให้ลงบัญชีท้องที่ที่แม่มีภูมิลำเนา นอกจาก 2 กรณีดังกล่าว หากลูกมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใดก็สามารถลงบัญชีในเขตที่มีภูมิลำเนาอยู่ได้สำหรับการใช้เอกสารของพ่อประกอบนั้น จะใช้เฉพาะกรณีที่พ่อได้จดทะเบียนรับรองบุตร หรือยังไม่ได้หย่ากับแม่ จึงสามารถคัดสำเนาทะเบียนบ้านของพ่อไปประกอบได้ (สอบถามได้ที่กองสัสดี กรมรักษาดินแดน)

6. หลังอย่าแล้ว จะแบ่งสิทธิในทรัพย์สินอย่างไรบ้าง

ทรัพย์สินของคู่สมรสมีอยู่ 2 อย่าง คือสินส่วนตัว และสินสมรส สินส่วนตัวเป็นสิทธิผู้เป็นเจ้าของที่จะจัดการใดๆ สินสมรส คือที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสที่ฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส หรือเป็นดอกผลของสินส่วนตัว ประมวลกฏหมายแพ่งฯ มาตรา 1533 บัญญัติว่า “เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน” แม่เลี้ยงเดี่ยวจึงมีสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวด้วย

7. หากต้องการจะฟ้องหย่าหรือฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูจะต้องทำอย่างไร

คดีในครอบครัวอย่างการฟ้องหย่า หรือฟ้องเลี้ยงค่าเลี้ยงดูจัดเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะผลกระทบต่อลูก พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนฯ พ.ศ. 2543 มาตรา 11 ได้บัญญัติว่า คดีครอบครัว คือ คดีแพ่งที่ฟ้องหรือร้องขอต่อศาลหรือกระทำการใดๆ ในทางศาลเกี่ยวกับผู้เยาว์หรือครอบครัวที่คู่ความ สิทธิที่นำคดีกล่าวอ้างในศาลเยาวชนและครอบครัวที่ได้มีการจัดตั้งครอบคลุมในทุกจังหวัดโดยมีวิธีการพิจารณาเป็นพิเศษ และคำนึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน

8. แม่เลี้ยงเดี่ยวมีสิทธิในการใช้นามสกุลของตนเองหรือไม่

ทั้งกรณีที่ได้มีการแต่งงานกับสามีหรือกับบุคคลใดก่อนและหลัง และกรณีที่มิได้แต่งงานกับบุคลใด แม่เลี้ยงเดี่ยวย่อมมีสิทธิที่จะใช้นามสกุลของตนเองได้อยู่แล้วหากมีการสมรส พระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ 3) ฯ มาตรา 12 บัญญัติว่า “คู่สมรสมีสิทธิใช้ชื่อสกุลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามที่ตกลงกัน หรือต่างฝ่ายต่างใช้ชื่อสกุลเดิมของตน” แม่เลี้ยงเดี่ยวจึงสามารถเลือกที่จะใช้นามสกุลของตนได้

9. แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้หย่าขาดกับสามีแล้วสามารถใช้นางสาวได้หรือไม่

เดิมทีกฏหมายไม่อนุญาติให้ผู้หญิงที่แต่งงานหรือหย่าแล้วกลับไปใช้คำว่านางสาวเพราะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงหลายเรื่องทั้งการทำงาน หรือการมีครอบครัว แต่ขณะนี้ พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 บัญญัติให้หญิงที่อายุเกินกว่า 15 ปีไม่ว่าจะในระหว่างแต่งงาน หรือสถานภาพการแต่งงานได้สิ้นสุดลงแล้วจะเลือกใช้ นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจครับ ถือเป็นการปลดแอกการเลือกปฏิบัติหลายอย่างที่ผู้หญิงต้องพบเจอ

10. สถานะของลูกจะบรรลุนิติภาวะเมื่อใด

ตามประมวลกฏหมายแพ่งฯ ได้บัญญัติว่า เด็กจะบรรลุนิติภาวะที่จะมีสิทธิสมบูรณ์ในชีวิตของตนเอง ในมาตรา 19 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์” แต่อย่างไรก็ตาม การบรรลุนิติภาวะของลูกนั้นไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Single Mom และลูกขาดหายไปแต่อย่างใด
10 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฏหมายนี้คงช่วยให้แม่เลี้ยงเดี่ยวได้คลายกังวลกับปัญหาต่างๆ ได้มากขึ้นนะครับ


(update 29 มิถุนายน 2010)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.14 No.164 June 200 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600