อยู่ไฟหลังคลอด คุณแม่ใหม่ควรรู้


วันนี้วันดี...มีเจ้าหน้าที่มาอยู่ไฟให้ที่บ้านแล้วนะคะ ปัจจุบันธุรกิจสุขภาพความงามกำลังมาแรง ทุกคนล้วนต้องการสุขภาพที่แข็งแรง และความงามที่ยั่งยืน รวมทั้งดิฉันเองก็ไม่ต้องการห่วงยางถาวรที่อยู่รอบเอว อยากให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลไปนานเท่านาน ที่สำคัญคือการมีสุขภาพที่แข็งแรง เลี้ยงลูกด้วยตนเองอย่างสบายใจ

ด้วยเหตุข้างต้นนี้เองทำให้มีบริการต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว เพราะการอยู่ไฟเป็นสิ่งที่ช่วยในการดูแลสุขภาพของแม่หลังคลอดทำให้สบายตัวอีกทั้งผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มักบอกและสอนว่าถ้าไม่อยู่ไฟ จะมีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว ปวดกระดูก และสุขภาพไม่แข็งแรง คุณแม่หลายคนก็พบประสบการณ์นี้ด้วยตนเองเช่นกัน


อยู่ไฟยุคใหม่

จากตอนที่แล้ว ดิฉันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการกินอาหาร วันนี้ขอเล่าเรื่องการอยู่ไฟแบบที่มาให้บริกาถึงบ้าน เนื่องจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วยังไม่มีบริการอยู่ไฟอย่างแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน การอยู่ไฟจึงเป็นลักษณะของการมีคนที่มีความรู้มาคอยดูแลให้ความช่วยเหลือแม่หลังคลอดที่บ้าน ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่มีธุรกิจอยู่ไฟตามบ้านและดูแลโดยบริษัทที่ส่งพนักงานมาให้บริการถึงบ้าน นับได้ว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของการนำภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนมาบริหารจัดการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน อีกทั้งส่งเสริมและอนุรักษ์ความรู้เหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์กับลูกหลานในอนาคต


ขั้นตอนอยู่ไฟ

พนักงานอยู่ไฟจะมาถึงบ้านประมาณ 08.00-09.00 น. โดยมีคอร์สแบบ 7 วัน 15 วัน ไปจนถึง 30 วัน อาจมีลักษณะอื่นตามข้อตกลงให้คุณแม่เลือกตามความสะดวกและกำลังทรัพย์ แล้วเริ่มด้วยการอาบน้ำสมุนไพรให้ร่างกายสะอาด และความอุ่นของน้ำสมุนไพรจะช่วยเปิดรูขุมขน เพื่อเป็นการเปิดผิวให้สมุนไพรสามารถซึมผ่านเข้าสู่ใต้ผิวหนัง ทำให้รู้สึกสดชื่น รวมทั้งช่วยดับกลิ่นน้ำคาวปลา

จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการนวดเพื่อผ่อนคลาย แล้วนาบหม้อเกลือ ซึ่งการใช้ความร้อนจากหม้อเกลือที่ตั้งอยู่บนเตาร้อนๆ แต่มีผ้าหุ้มอยู่เพื่อไม่ให้ร้อนเกินไป เพื่อช่วยให้ความปวดเมื่อย อ่อนล้าจากการตั้งครรภ์และการคลอดบุตรค่อยๆ ทุเลาลง หรือหายปวดเมื่อย นอกจากนี้การนาบหม้อเกลือจะทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยขับน้ำคาวปลาและของเสียต่างๆ ออกทางผิวหนัง บ้างก็ว่าช่วยสบายไขมันส่วนเกิน และช่วยลดสัดส่วนอุ้งเชิงกรานให้กลับเข้าที่ แต่ดิฉันกินอาหารบำรุงด้วย เลยไม่แน่ใจว่าที่นาบหม้อเกลือไปลดไขมันจะทันกับอาหารที่กินไปเพิ่มไขมันหรือไม่นะคะ แต่ก็พบว่าเป็นขั้นตอนที่ทำให้เรามีน้ำนมมากกว่าเดิมได้ด้วย เพราะเค้าจะนาบหม้อเกลือให้ที่เต้านมด้วย

เมื่อนาบหม้อเกลือเสร็จ พนักงานก็จะประคบหน้าท้องด้วยใบพลังพลึงสดและประคบอิฐ เพื่อดึงน้ำส่วนเกินที่สะสมในร่างกายออกมาที่เราบอกว่าลดการบวมน้ำ แล้วพลับพลึงสดก็มีสรรพคุณในการลดไขมันส่วนเกิน และช่วยสลายเซลลูไลท์ได้ด้วย แล้วขั้นตอนนี้ก็จะนำอิฐที่มีความร้อนมานาบและพันผ้าไว้ที่รอบเอวเรานี่ล่ะค่ะ ทำให้รู้สึกท้องอุ่นดีจัง ครบ 3 ขั้นตอนก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยงพอดี ยังทำให้กินได้น้อยลงเพราะมีอิฐอุ่นๆ พันอยู่รอบพุง อีกทั้งช่วงบ่ายต้องนวดตามตัว จึงไม่ควรกินอิ่มมากอยู่แล้ว


นวด อบ ขัด สบายตัว

การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายจะทำให้คุณแม่รู้สึกสบาย และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดด้วย แถมด้วยการนวดหน้านวดศีรษะทำให้สบายจนหลับก็ตอนนี้ล่ะค่ะ ซึ่งการนวดนี้จะใช้น้ำมันงาบริสุทธิ์นวด เพราะเชื่อว่าน้ำมันงาช่วยบำรุงผิวพรรณ เนื้อเยื่อ เส้นประสาท และกระดูก อีกทั้งเป็นน้ำมันที่สามารถซึมสู่ผิวหนังได้ทุกชั้น ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวชุ่มชื้น

เสร็จจากนวดผ่อนคลาย ก็มาถึงการนั่งถ่านซึ่งจะเป็นเก้าอี้เจาะรูให้เรานั่ง แล้วด้านล่างก็จะมีสมุนไพรที่ช่วยสมานแผลบริเวณฝีเย็บให้แห้งและหายเร็วขึ้น ซึ่งดิฉันเองก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรดีพอที่จะบอกได้ แต่สามารถหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บเสิร์ชข้อมูลทั่วไป ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการอยู่ไฟไว้พอสมควร

เมื่อนั่งถ่านจนควันอุ่นๆ หมดลง ก็จะถึงเวลาเข้ากระโจมหรือเข้าตู้อบโดยจะมีสมุนไพรสำหรับการอบตัว และก่อนอบตัวก็ต้องรมตาก่อน เพราะเชื่อว่าการรมตาด้วยสมุนไพร ทำให้ตาสดใส ลดอาการตาพร่ามัว ฝ้าฟางยามอายุมาก และสอดคล้องกับการกินตรงที่สมุนไพรที่ใช้ในการรมตานั้นมีผักบุ้งเป็นส่วนประกอบด้วยค่ะ ในขั้นตอนการอบสมุนไพรนี้เป็นการใช้ไอความร้อนเพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย และหลอดเลือดจะขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดไขมัน ที่สำคัญจะกระตุ้นให้น้ำนมมากขึ้น แต่ก็ไม่ควรอาบนานเกินความสามารถของร่างกาย เพราะความร้อนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ซึ่งก่อนอบควรดื่มน้ำและระหว่างอยู่ไฟก็ต้องดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากเกินไป ส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที หากรู้สึกอ่อนเพลียก็ลดเวลาลงจะปลอดภัยกว่าค่ะ

สุดท้ายก็กลับมาอาบน้ำใหม่ แล้วขัดตัวด้วยสมุนไพร คราวนี้มีการขัดตัวเพื่อขจัดคราบต่างๆ และกระตุ้นผิวหนังด้วย กรรมวิธีที่ทำมาตลอดวันเช่นนี้ ต้องทำให้คุณแม่ผิวพรรณเปล่งปลั่งแน่นอนค่ะ แต่ที่สำคัญคือสุขภาพและน้ำนมอุ่นๆ จากอกที่จะมีมากขึ้น ทำให้กำลังใจในการให้นมลูกมาอีกกองใหญ่ 'เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนทำได้แน่นอนค่ะ' หากดูแลสุขภาพให้มากพอด้วยภูมิปัญญาแบบไทยนี่แหละค่ะ


(update 30 มีนาคม 2010)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol. 14 No. 159 January 2009 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600