ลิฟต์ มรณะภัยที่คาดไม่ถึง!!!


ข่าวเด็กชายวัย 14 โดนลิฟต์ขนของในโรงงานหนีบศีรษะจนตายคาที่ เมื่อ 15 มี.ค. (พญาไท กทม.) ที่ผ่านมา คงสร้างความตกตะลึงให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย เพราะเหตุว่าเด็กๆ วันนี้คุ้นเคยและใช้บริการลิฟต์กันตั้งแต่วัยแบเบาะ นับตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาล ขึ้นๆ ลงๆ คอนโดที่พัก ไปเดินเที่ยวหรือดูหนังในห้าง ไปพักตามโรงแรม กระทั่งบางสถานศึกษา (โดยมากเป็นมหาวิทยาลัย) ก็ยังมีลิฟต์บริการ

หรือแม้แต่บรรดาลิฟต์ขนของตามห้าง ตามโรงงานเราก็ยังเจอะเจอกันอยู่ หนำซ้ำเมื่อปีที่แล้วช่างซ่อมลิฟต์แท้ๆ (11 มี.ค. 52 ครองเตย กทม.) ก็ยังพลาดพลั้งโดนลิฟต์ของอาคารสูง 35 ชั้นหนีบร่างจนดับอนาถ ในขณะที่ซ่อมลิฟต์ เรื่องราวของลิฟต์เมื่อเกิดเป็นข่าวขึ้นครั้งใด ก็มักนำซึ่งความสยดสยองและเศร้าสลด

“ 3 นักศึกษาราชภัฏเชียงใหม่กดลิฟต์ขึ้นชั้น 10 แต่ลิฟต์เกิดติดค้างระหว่างชั้น 9 และชั้น 10 นักศึกษาสองคนแรกโดดออกมาทางช่องประตูลิฟต์ ส่วนคนที่สามกับเหยียบขอบประตูลิฟต์พลาด ทำให้พลัดร่วงตกลงไปในช่องลิฟต์และเสียชีวิต”

“ลิฟต์อาคารซิตี้แบงก์ขาดผึงขณะที่ช่างซ่อมบำรุงกำลังเปลี่ยนสายสลิง ผลคือช่างซ่อมตาย 3 แขนขาด 1 !”

“เด็กหญิง 10 ขวบตกลิฟต์ห้างสยามพารากอนชั้น 2 แพทย์ระบุสมองได้รับการกระทบกระเทือนหนักสันนิษฐานว่าเด็กเอื้อมมือออกมาเล่นน้ำตกเทียม โดยลิฟต์มีช่องเปิดอยู่”

“ลิฟต์” นั้นก่อกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยชาวอเมริกันได้ใช้เป็นครั้งแรกเมื่อ 150 ปีมาแล้ว (ค.ศ. 1857) แม้จะใช้มันมาอย่างเนิ่นนานและมีพัฒนาเทคโนโลยีกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ตึกเอ็มไพร์สเตท นิวยอร์ก มีลิฟต์ 73 ตัว มีความเร็วระหว่าง 183-427 เมตรต่อวินาที หากขึ้นลิฟต์ที่ชั้นแรกจะขึ้นไปชั้นที่ 80 จะใช้เวลาแค่ 80 วินาที

แต่นักวิจัยอเมริกันต้องตะลึงงันเมื่อพบว่า ตัวเลขคนบาดเจ็บและเสียชีวิต เพราะลิฟต์นั้นมันมากมายอย่างคาดไม่ถึง! โดยส่วนใหญ่เกิดจากโดดประตูลิฟต์หนีบ สะดุดหกล้มตอนที่ก้าวเท้าเข้าหรือออกจากลิฟต์ โดยที่ลิฟต์ยังจอดไม่สนิท ( แต่บ้านเราที่เป็นข่าวบ่อยๆ ก็คือข่าวลิฟต์ก่อสร้างร่วงกระแทกพื้นพร้อมคนงาน นอกจากนั้นยังพบอีกว่าลิฟต์ในสหรัฐฯ ที่เลยกำหนดตรวจเช็กมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เมืองนิวยอร์กมีลิฟต์ไม่น้อยที่ไม่ได้ตรวจสอบมานานถึง 3 ปีครึ่ง ( จากรายงานข่าว ของ ABC News )

แม้ว่าลิฟต์จะไม่ใช่สิ่งอำนวยความสะดวกที่ปลอดภัยทั้ง 100% แต่ตัวเลขของภัยที่เกิดจากความบกพร่องชำรุดของลิฟต์นั้น เทียบไม่ได้เลยกับสาเหตุที่เกิดจากความประมาทของ “คน” ที่ใช้ลิฟต์ และต่อไปนี้คือข้อเสนอแนะที่คุณพ่อคุณแม่อาจนำไปสอนลูกๆ หลานๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ลิฟต์ครับ
1. สอนลูกๆ ว่า ลิฟต์เขามีไว้ใช้งานเพื่อให้คนเดินขึ้นหรือลงหลายๆ ชั้นจะได้ไม่เมื่อย ดังนั้นมันย่อมไม่ใช่เครื่องเล่นในสวนสนุกที่ขึ้นๆ ลงๆ ด้วยความสะใจ และปุ่มในลิฟต์ก็ไม่ใช่ปุ่มคีย์บอร์ดของเกมออนไลน์ที่พอเข้ามาในลิฟต์ปั๊บก็กดปุ่มปุ๊บ แล้วก็กดๆๆๆๆ กดทุกเบอร์ทุกปุ่มที่มีด้วยความมันส์ เพราะนั่นอาจสร้างความเดือนร้อนและอันตรายให้กับคนส่วนใหญ่และตนเอง ถ้าลิฟต์ค้างหรือเกิดร่วงลงมา

2. ระยะนี้มักพบกระทู้ที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์อันหึ่งที่แพร่ไปทั่วหลายต่อหลายเว็บ ที่โปรยหัวไว้ว่า “วิธีแก้เซ็งเมื่ออยู่ในลิฟต์” เด็กๆ อ่านแล้วขอให้อ่านแค่ขำๆ และห้ามทำตามอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะมีข้อหนึ่งที่ระบุว่า “ให้แกว่งตัวโยกๆ เยกๆ ไปๆ มาๆ ในลิฟต์ พร้อมเปล่งเสียงว่า ฮุยเล...ฮุยเล!” ขืนใครหลงทำตามอาจพบชะตากรรมเช่นเดียวกับเด็กนักเรียนไฮสคูลในสหรัฐ ( Harry Truman high school ) ที่เล่นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเพื่อนชายวัยทโมนอยู่ในลิฟต์ แล้วไปชนกระแทกประตูลิฟต์จนเปิดอ้า ผลก็คือร่างของเขาพลัดจากช่องลิฟต์แล้วร่วงลงกระแทกพื้นล่างสุดและเสียชีวิตทันที ดังนั้นต้องสอนเด็กๆ นะครับว่า ยามอยู่ในลิฟต์จะต้องไม่กระโดดโลดเต้นใดๆ ทั้งสิ้น

3. ลิฟต์ไม่ใช่เครื่องเล่นผาดโผน ดังนั้นจงอย่าเอาอย่างวัยรุ่นฝรั่ง (บางกลุ่ม) ที่ชอบท้าความตายโดยใช้ชื่อกลุ่มว่า Elevator Surfing โดยงัดช่องเพดานลิฟต์แล้วขึ้นไปยืนแอ่นอยู่บนหลังบนตู้ลิฟต์โดยเด็กชายวัย 15 ผู้ประกาศตัวว่าเป็นแชมป์ “ลิฟต์เซิร์ป” แล้วต่อมาไม่นานได้พาดเข้าไปติดกับสายเคเบิลในสภาพหัวห้อยโตงเตงและสิ้นใจตายในที่สุด

4. น้ำท่วม...ฟ้าผ่า...แผ่นดินไหว...ไฟไหม้ “ห้ามใช้ลิฟต์” น้ำท่วมห้ามใช้ลิฟต์เพราะในขณะนั้นกระแสไฟฟ้ามักจะถูกตัดในขณะใดก็ได้ ถ้าเป็นเวลานั้นเราอยู่ในลิฟต์ก็อาจติดค้างในนั้นได้

ฟ้าผ่าหรือพายุฝนฟ้าคะนองห้ามใช้ลิฟต์เพราะอาจไฟดับ ( โดยเฉพาะลิฟต์รุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีไฟฟ้าฉุกเฉินสำรอง ) ทางที่ดีก็คือ ให้อยู่ภายในอาคารนั่นแหละครับ แล้วรอจนกว่าฝนฟ้าจะสงบแล้วจึงค่อยใช้ลิฟต์

แผ่นดินไหวห้ามใช้ลิฟต์ แม้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้น้อย และไม่รุนแรงเหมือนบ้านเมืองอื่นเขา แต่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย (มิฉะนั้นคงไม่เกิด “สึนามิ” ) มีข้อแนะนำว่า เมื่อแผ่นดินไหวให้อยู่ห่างจากหน้าต่าง,ประตู,กระจก และหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ หากจำเป็นก็ให้มุดลงใต้โต๊ะทำงานเพื่อศีรษะจะได้ไม่ถูกวัตถุสารพัดชนิดหล่นใส่

ไฟไหม้ห้ามใช้ลิฟต์ อย่าเผลอใช้ลิฟต์เป็นทางหนีไฟ ให้วิ่งลงทางบันไดหนีไฟดีกว่าครับ

5. เด็กๆ หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนเลยว่า ลิฟต์บางแห่งนั้นมีสองประตู นั่นทำให้เด็ก (หรือผู้ใหญ่) ที่ชอบยืนพิงผนังลิฟต์ถึงกับล้ม หรือร่วงจากลิฟต์ลงมา! ดังนั้นวิธีสังเกตก็คือ ให้ดูจากเส้นแบ่งครึ่งที่ประตูลิฟต์

6. เมื่อประตูลิฟต์เปิดแล้วเห็นคนยืนอยู่กันแน่นก็ให้รอรอบต่อไป อย่าฝืนโดยพยายามอัดเข้าไปให้ได้เพราะจะทำให้ลิฟต์ค้างและเกิดอันตรายได้ครับ

7. การยืนรอลิฟต์ที่จะได้ทั้งความปลอดภัย และมารยาทอันดีนั้นก็คือการยืนเข้าแถวก่อน-หลัง โดยยืนสองข้างซ้าย-ขาว แล้วเว้นช่วงประตูหน้าลิฟต์ เพื่อให้คนที่อยู่ในลิฟต์ได้ออกมาก่อน

8. หากยืนอยู่ไกลจากปุ่มกดขึ้นลงชั้นต่างๆ นั้น ไม่ต้องพยายามแทรกตัว หรือยื่นมือเบียดผู้อื่นเพื่อไปกด แต่ให้บอกผู้อื่นที่อยู่ใกล้ปุ่มกดช่วยกดให้ด้วยโดยบอกด้วยความสุภาพ และขอบคุณทุกครั้งที่เขาช่วยกดให้

9. สำหรับข้อแนะนำสำหรับคุณผู้หญิงหรือนักเรียนหญิงก็คือ

- หากมองเข้าไปในลิฟต์ แล้วเห็นผู้ชายลักษณะน่ากลัว หรือดูท่าจะไม่น่าไว้ใจได้ก็ไม่ควรเข้าไปในลิฟต์

- หรือในขณะที่ยืนอยู่ในลิฟต์ แล้วพบว่าผู้ชายแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้วางใจทำท่าจะเข้ามาให้รีบเดินออกจากลิฟต์ทันทีครับ

- เมื่ออยู่ในลิฟต์ให้เลือกยืนใกล้ปุ่มกดขึ้นลงหรือจุดที่ใกล้ประตู (เพื่อเตรียมออก) จะปลอดภัยกว่าการเลือกยืนตรงกลางหรือติดผนังลิฟต์ด้านในสุด

10. ถ้าติดค้างในลิฟต์ ต้องใจเย็น อย่าร้อนรนเกินไปจนหายใจหอบ เพราะจะทำให้เหนื่อยและอาจเป็นลมได้ ให้กดสัญญาณขอความช่วยเหลือ หรือสัญญาณติดต่อภายนอก ( Emergency Phone )

11. เพื่อความปลอดภัย ได้ออกกำลังกาย และช่วยประหยัดหากจะขึ้นหรือลงที่ไม่กี่ขั้นและพอไหว ก็ใช้ “เดิน” กันเถิดครับเพราะเป็นที่รู้กันว่า การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีเยี่ยมแล้วคุณยังได้ชื่อว่า “ประหยัดช่วยชาติ” เพราะทราบหรือไม่ว่า การกดลิฟต์แต่ละครั้งนั้นเท่ากับสูญเสียพลังงานไปครั้งละ 7 บาท
อย่าลืมนะครับที่จะต้องเตือนลูกว่า ลิฟต์ไม่ใช่ของเล่น (เพราะที่เรามักพบเห็นอยู่เสมอก็คือเด็กๆ ที่ชอบกดลิฟต์เล่นขึ้นๆ ลงๆ) สำหรับเด็กที่โตพอจะรู้ความ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องสอนวิธีการใช้ลิฟต์ และกดปุ่มไหนยามเกิดเหตุฉุกเฉิน (บรรดาปุ่มปมทั้งหลายในลิฟต์มักเป็นภาษาฝรั่ง) และให้จำไว้เสมอว่า ยามที่เกิดเหตุไฟไหม้ห้ามใช้ลิฟต์เป็นทางหนีไฟ แต่ให้วิ่งลงทางบันไดครับ และเพื่อป้องกันยามที่ลิฟต์หนีบ ลิฟต์ค้าง ผู้ใหญ่ควรเข้าลิฟต์ก่อนและออกที่หลัง เพื่อคอยกดปุ่มเปิดประตูค้างไว้เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อนครับผม


(update 14 ตุลาคม 2011)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.17 Issue 202 May 2010 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600