รักมั่นคง...ช่วยลูกพัฒนาดี

ก้านแก้ว เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ พญ.จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์


ความสัมพันธ์ที่มั่นคง เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกขวบปีแรก แต่จะเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสัมพันธ์ที่ดีมีคำตอบค่ะ


ขวบปีแรก...โหยหาความเชื่อใจ

ทฤษฎีพัฒนาการ (psychosocial development) ของอิริคสัน บอกว่าเด็กวัยขวบปีแรก จะเกิดความไว้ใจ เชื่อใจคน ผ่านการตอบสนองความต้องการอย่างเหมาะสมจากผู้เลี้ยง ซึ่งเป็นพื้นฐานของพัฒนาการด้านอื่นๆ ต่อไป เพราะสิ่งสำคัญในการเลี้ยงดูเด็กวัยนี้นั้น ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงดูที่มีความเข้าใจความต้องการชฃของเด็กและตอบสนองได้อย่างถูกต้อง โดยอาศัยความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจในการเลี้ยงดูค่ะ

ขวบปีแรกเป็นช่วงของการสร้างสัมพันธภาพ ถ้าเด็กได้รับการดูแลอย่างเข้าใจจากพ่อแม่หรือคนที่เลี้ยงดู เขาจะผูกพัน ไว้เนื้อเชื่อใจ ความมั่นคงทางอารมณ์ก็จะเกิดขึ้น

ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องตอบสนองความต้องการพื้นฐานของลูกอย่างเหมาะสม เช่นหิวก็กินนม ผ้าอ้อมเปียกก็เปลี่ยนให้ เป็นต้น

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงลูกหรือไปฝากเลี้ยงที่สถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งต้องทำทุกอย่างตามตาราง เช่นเวลาให้นม 9 โมง เปลี่ยนผ้าอ้อม 10โมง โดยที่เด็กแต่ละคนต่างมีความต้องการที่ไม่เท่ากัน ถ้าเขาหิวแต่ยังไม่ถึงเวลาตามที่กำหนดก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลา สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐาน ทำให้เด็กไม่ไว้ใจคนเลี้ยงดูไม่ไว้ใจสภาพแวดล้อม และทำให้มีอารมณ์ไม่มั่นคง


ความรักความอบอุ่น พลังสร้างความสัมพันธ์

วิธีเลี้ยงลูกเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก ก็คือการดูแลเอาใจใส่และมอบความรักให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อพัฒนาการของลูกการเลี้ยงดูที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ลูกจะรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้น ส่งผลให้จิตใจและอารมณ์ของลูกมั่นคงและรู้สึกปลอดภัย ซึ่งทำได้ดังนี้
  • ยิ้ม ยิ้มให้ลูก หรือยิ้มตอบเมื่อลูกยิ้มให้ ลูกก็จะจดจำใบหน้าของพ่อแม่ และเกิดความผูกพันระหว่างกัน

  • กอด เป็นภาษากายที่จะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยว่าจะมีผู้ดูแลอยู่ข้างๆ เสมอ

  • สบตา เวลาที่ลูกจ้องมอง พ่อแม่ควรคุยพร้อมกับสบตากับลูก เวลานี้แหล่ะค่ะที่เด็กๆ จะได้สังเกตใบหน้า ท่าทางและอารมณ์ของพ่อแม่และถ้าพูดคุย สบตากันมากขึ้นเท่าไร ความผูกพันก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

  • เล่น ทั้งการเล่นจ๊ะเอ๋ ร้องเพลง หรือพูดคุยหยอกล้อกับลูกก็ช่วยเพิ่มเติมความรัก ความอบอุ่นได้เช่นกัน

กระตุ้นพัฒนาการผ่านสัมพันธภาพ

พ่อแม่ที่มีความรัก ความเอาใจใส่จะรับรู้ได้ว่าลูกมีความต้องการอะไร ลูกทำหน้าแบบนี้หมายถึงอะไร และจะตอบสนองความต้องการของลูกได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันเด็กๆ ก็พร้อมที่จะเรียนรู้โลกกว้าง เช่น เห็นแม่พูดคุยด้วย ก็ส่งเสียงร้องโต้ตอบพัฒนาการทางภาษาก็เกิดขึ้น เมื่อลูกเอื้อมมือมา แม่ก็ส่งของเล่นให้ ลูกก็ได้เขย่าได้ยินเสียง เป็นการกระตุ้นพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก

พอเริ่มคลาน พ่อก็มาเรียกอยู่ข้างหน้า เด็กก็จะพยายามคลานไปหา ก็ช่วยฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั้งแขนและขาไปในตัว


ความสัมพันธ์ไม่ดี = พัฒนาการไม่ดี

เด็กที่ถูกเลี้ยงมาด้วยการขาดความสัมพันธ์ที่ดี ส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ เด็กจะไม่ไว้ใจใครเพราะความต้องการพื้นฐานของพวกเขาไม่ได้ตอบสนอง เช่น เวลาหิวก็ไม่มีใครหานมมาให้ ร้องไห้ก็ไม่มีใครสนใจ เด็กก็จะไม่เชื่อใจใครเลย กลายเป็นเด็กที่ขาดปฏิสัมพันธ์ ส่งผลต่อการขาดความกระหายที่จะเรียนรู้ พัฒนาการก็จะช้าตามไปด้วย

เช่นเดียวกันกับเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรุนแรง เด็กจะเสียพลังงานไปกับการคอยระวังภัยอยู่ตลอดเวลา ว่าจะเจ็บตัวหรือไม่ ทำให้เด็กมีความเครียดเกิดขึ้น ส่งผลให้สารคอร์ติซอลที่มีอยู่ในร่างกายหลั่ง พลังงานที่เด็กจะนำไปใช้ในการเรียนรู้ก็หมดลง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเลี้ยงดู เอาใจใส่มอบความรักความอบอุ่นอย่างเต็มที่ให้ลูกขวบปีแรก แต่ถ้าช่วงวัยต่อไปเลี้ยงดูด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ดีก็จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของลูกได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การเลี้ยงดูลูกน้อย จึงต้องใช้ความรัก ความเข้าใจ ความเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องทุกช่วงวัย เพราะวงจรแห่งการเจริญเติบโตของเด็กเชื่อมโยงกัน พ่อแม่จึงควรจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับลูกไปพร้อมๆ กับทำความเข้าใจพัฒนาการของลูกด้วยค่ะ

ความรัก ความอบอุ่น และการเอาใจใส่ เป็นเครื่องมือในการสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่กับลูกน้อย เพื่อเป็นพื้นฐานของการเจริญเติบโตและพัฒนาการในอนาคต


(update 6 เมษายน 2011)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 27 ฉบับที่ 327 เมษายน 2553 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600