ทำไงดีลูกชายสองบุคลิก


Q - ลูกชายอายุ 4 ขวบ 1 เดือน อยู่ชั้นอนุบาล 1 เวลาอยู่ที่บ้านลูกจะซนมาก ยิ่งมีเพื่อนหรือมีใครเล่นด้วยจะยิ่งซน ไม่ฟังเสียงคุณแม่เลยค่ะ เป็นเด็กที่ค่อนข้างจะเอาแต่ใจ ชอบโวยวาย ผิดกับเวลาอยู่ที่โรงเรียนลูกจะเรียบร้อยมาก เดินเหมือนกับคนไม่มีเรี่ยวแรง ไม่ค่อยพูด ไม่กล้าแสดงออกทั้งๆ ที่ค่อนข้างเป็นเด็กเรียนดี หัวไวกว่าคนอื่น ที่โรงเรียนคุณครูใจดีทุกคนนะคะ และลูกก็ชอบ แต่ก็กลัวคุณครู อยากให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง กล้าแสดงออก ควรแก้ไขพฤติกรรมนี้อย่างไรดีค่ะ

อโนทัย/กรุงเทพ


A - โชคดีที่ลูกได้อยู่โรงเรียนที่คุณครูใจดี เพราะจะทำให้เขาค่อยๆ กล้าที่จะปรับตัวและเข้าผู้อื่นได้ง่ายขึ้น อยากให้คุณแม่ให้เวลากับลูกอีกสักเทอมในการปรับตัวเวลาอยู่ที่โรงเรียนนะคะ เพราะลูกอาจเพิ่งเคยได้เข้าสังคม อยู่ในระเบียบ ในสภาพแวดล้อมแปลกหน้าที่มีกฏกติกาเป็นครั้งแรก อาจต้องใช้เวลาในการยอมรับและทำความเข้าใจค่ะ

ในระหว่างนี้ คุณแม่ควรจะลองคุยกับคุณครู และเล่าถึงพฤติกรรมที่บ้านให้คุณครูฟัง และลองปรึกษากับคุณครู เพื่อที่จะช่วยกันหาวิธีสร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็กค่ะ การที่คุณครูชื่มชมลูกที่โรงเรียน ให้รางวัล ให้ลองออกมาเป็นตัวอย่างแล้วทำอะไรง่ายๆ ที่สำเร็จแน่นอน จะทำให้เขารู้สึกภูมิใจและค่อยๆ เกิดความมั่นใจในตนเองขึ้นมา

ขณะเดียวกันที่บ้าน ทุกคนห้ามเอาครูและโรงเรียนมาขู่ลูกโดยเด็ดขาด ห้ามพูดว่า ถ้าลูกดื้อ...แม่จะไปฟ้องคุณครู เพราะเด็กที่มีสองบุคลิก มักเป็นเด็กที่ค่อนข้างฉลาด เพราะว่าช่างสังเกต ช่างจดจำ เด็กๆ หลายคนมักมีลักษณะขี้กังวล ขี้กลัว เครียดง่าย รวมอยู่ด้วย ยิ่งถ้าเด็กเคยได้ยินคำขู่ จะจดจำสิ่งเหล่านั้น และกลัวแบบไม่ลืมเลยค่ะ

นอกจากนี้ ในส่วนของที่บ้านก้ต้องช่วยกันปรับพฤติกรรมลูก เช่นกัน ลูกจะต้องมีระเบียบวินัย กิน เล่น เป็นเวลา เมื่อถึงเวลากินก็กิน เมื่อถึงเวลานอนก็นอน คุณพ่อคุณแม่เองก็จะต้องไม่ตามใจลูกลูกนะคะ และต้องมีความเด็ดขาดเอาจริงโดยไม่ใช้อารมณ์กับลูก ใช้ภาษากายกับลูกมากขึ้น เช่น การโอบกอดเพื่อแสดงความรัก ความเข้าใจ การให้กำลังใจ การมองตาเมื่อต้องการแสดงความเด็ดขากของคำพูด ใช้การชื่นชมและให้กำลังใจกับลูกเมื่อลูกทำตามกติกาที่ร่วมกันตั้งไว้ได้ดี เช่น มีบอร์ดติดดาว ติดสติกเกอร์เด็กดี เป็นต้น

เมื่อที่บ้านและที่โรงเรียนมีแนวทางในการใช้ชีวิต การจัดระเบียบไปในทิศทางเดียวกัน ลูกจะไม่สับสนในการวางตัว เพราะจริงๆ แล้วการมีบุคลิกสองแบบของลูกนั้น ก็เป็นกลไกอย่างหนึ่ง ในการปรับตัวของลูกให้เข้ากับสภาพแวดล้อมสองแบบที่มีความแตกต่างกันค่ะ

ข้อควรระวังอีกประการคือ ผู้ใหญ่ที่อยู่แวดล้อมรอบตัวเด็กไม่ควรที่จะแสดงอารมณ์โมโห รุนแรง อาละวาด ตวาด ขว้างปาข้าวของ หรือแสดงความรุนแรงในแบบใดๆ ทั้งสิ้น ให้เด็กได้เห็นเป็นอันขาดเลยนะคะ

ที่ต้องห้ามแบบนี้เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะยิ่งกระตุ้นความกลัวความเปราะบาง การเก็บกดในตัวเด็กให้สะสมมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ความรัก ความอ่อนโยน และความจริงใจจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่อยู่รอบข้างลูกนั้น คือสิ่งที่ลูกเราต้องการ เพื่อจะได้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับลูกด้วยค่ะ

ปัญหาหลายๆ อย่างแม้จะแสดงออกที่โรงเรียน แต่หลายครั้งก็มีสาเหตุมาจากพันธุกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรืออาจจะเกิดมาจากที่บ้าน โดยที่เรารู้และไม่รู้ตัวเลยก็ได้นะคะ

เพราะฉะนั้นการสังเกตของคุณแม่ก็จะช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกได้อย่างดีที่สุด เนื่องจากปัญหาเด็กสองบุคลิกมีความหลากหลายและในแต่ละคนก็มีสาเหตุที่มาแตกต่างกันออกไปค่ะ

การแก้ไขพฤติกรรมที่ต้นเหตุ จะช่วยให้เกิดการแก้ไขถูกจุด ลองให้เวลาลูกปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ดูค่ะ โดยคอยให้กำลังใจและให้ความรัก ความเข้าใจ สักหนึ่งเทอมค่ะ ถ้าลูกยังไม่หาย คงจะต้องใช้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ และแนวทางแก้ไข หรืออาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมค่ะ

และที่สำคัญอย่าปล่อยให้ลูกเป็นแบบนี้จนเป็นผู้ใหญ่ เพราะเราไม่รู้เลยว่าภายใต้บุคลิกที่กลัวๆ เกรงๆ ของลูก ลูกกำลังเครียดหรือกังวลอะไรอยู่มากแค่ไหน

ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่นะคะ

อ.เกศินี วัฒนสมบัติ


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่27 ฉบับที่324 มกราคม 2553 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600