สังคมเด็กอัจฉริยะ


Ms.Margot Sunderland, Director of Education and Training, Center for Child Mental Health, London ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Science of Parenting พูดถึงช่วงวัยทองของสมองเด็กๆ จะอยู่ที่ช่วงแรกเกิดจนถึง 5 ขวบปีแรกที่สมองสามารถพัฒนา ทำการเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว และเป็นช่วงที่เด็กๆ ควรจะได้เรียนรู้ทุกประสบการณ์ที่แปลกใหม่จากพ่อแม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อจะได้เป็นผลดีต่อพัฒนาการด้านสมองของลูก

ความฉลาดทางสังคม Social Intelligence (SQ) คือความสามารถที่คนๆ หนึ่งจะเข้าถึงและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ควรจะต้องมีอยู่ในความเป็นมนุษย์ เพราะจะช่วยให้มีสุขภาพจิตที่ดีและมีความสุข แม้ว่าเรื่องของความฉลาดทางสังคมอาจจะฟังดูง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่ก็ต้องอาศัยการเป็นคนที่มีความรู้สึกไวต่อความต้องการและเป็นประโยชน์กับผู้อื่น และต้องมีทัศนคติในเชิงเมตตากรุณา และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมทั้งจะต้องมีทักษะในการปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด และมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความฉลาดด้านปัญญา IQ และความฉลาดด้านอารมณ์ EQ ที่พ่อแม่จำนวนมากต่างพากันสนับสนุนให้ลูกของตนมีความฉลาด ความสามารถด้านปัญญา ด้านวิชาการ และด้านอารมณ์อย่างมากมาย


Developing Social Skills

ความฉลาดทางสังคมไม่ได้เกิดขึ้นจากพันธุกรรม การจะพัฒนาปูพื้นฐานความฉลาดด้านสังคมที่จะพัฒนาให้ลูกเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบและมีความสุขในชีวิต ลูกๆ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเลี้ยงดูตั้งแต่เยาว์วัย เส้นทางของความฉลาดทางสังคมของลูกสามารถสร้างโดยการสอนทักษะ การซึมซับจากพฤติกรรมของพ่อแม่จากวันเป็นเดือน จนค่อยๆ ซึมซับเป็นนิสัย พฤติกรรมติดตัวของลูกไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ แต่หลายคนอาจไม่สามารถทำได้เนื่องจากการไหลไปของสังคม Social Dance ที่อยู่เหยิงและเปราะบาง คุณสามารถสอนทักษะทางสังคมง่ายๆ ให้ลูกได้รู้จัก เช่น การแนะนำตนเองกับเพื่อนใหม่ ความสามารถในการบอกถึงความรู้สึกของตนเอง เช่น เมื่อลูกโกรธและความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร การแสดงการปฏิเสธเมื่อไม่ต้องการได้ และการบอกถึงความต้องการของตนเองได้ คุณสมบัติของมนุษย์ในเรื่องนี้ เกิดขึ้นได้จากการพัฒนาเส้นทางสำคัญและความสลับซับซ้อนของเคมีที่ตอบสนองและเกิดขึ้นในสมองของมนุษย์ Dr.Margot Sunderland ได้กล่าวไว้ใน The Science of Parenting ว่าการพัฒนาความฉลาดด้านสังคมจะเกิดขึ้นได้ผ่านการสร้างประสบการณ์ และพ่อแม่เท่านั้น คือจุดเริ่มต้นทักษะอันล้ำค่าของลูก


3 หัวใจสำคัญหลัก ในการพัฒนาความฉลาดด้านสังคม
1. ศิลปะในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น หมายถึงความสามารถในการเข้าถึงความรู้สึกของผู้อื่น สามารถอ่านภาษากาย และสิ่งที่ปฏิบัติและเป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการเข้าใจถึงการแสดงออกท่าทางของผู้อื่นในสถานะใดสถานะหนึ่ง ความสามารถในการอ่านใจผู้อื่นออก และสามารถตอบสนอง ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่มองหน้าคู่สนทนาและภาษากายได้ โดยที่คุณจะต้องเข้าใจสถานะด้านอารมณ์ช่วงเวลานั้นของคู่สนทนาได้ ประเมินสถานการณ์ที่จะได้รับจากการตอบสนองของคุณได้ และปรับพฤติกรรมของคุณให้เข้ากับการตอบสนองกลับของคู่สนทนาได้เช่นกัน เช่น คุณสามารถรับรู้ได้ว่าเพื่อนของคุณกำลังเบื่อ หรือกำลังหงุดหงิด

2. ความสามารถในการเจรจาต่อรอง , การตัดสินใจ , และการทำงานเป็นทีม หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณและผู้อื่น เป็นทั้งการให้และรับมากกว่าที่คุณจะเป็นฝ่ายรับข้างเดียวตลอดความสัมพันธ์ รวมถึงเป็นผู้ตามและเป็นผู้นำระหว่างความสัมพันธ์ และสถานการณ์หนึ่งอาจเห็นคล้อยตาม และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ด้วยเช่นกัน มีความสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ทำลายความสัมพันธ์ของคุณระหว่างผู้อื่นเมื่อมีความโกรธ ความไม่พอใจ สามารถสื่อสารได้ดี เมื่อเกิดความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน เมื่อคุณต้องการและไม่ต้องการสิ่งใดโดยคู่สนทนาไม่รู้สึกเสียหน้า และเสียความรู้สึก ในสานการณ์ของการไม่ลงรอย หรือความคิดเห็นไม่ตรงกัน คุณสามารถที่จะเปิดการเจรจา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับคุณ และสามารถแสดงความคิดเห็นของคุณแก่คู้สนทนา และการหาคำตอบ ทางออกโดยทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน

3. ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและห่วงใยผู้อื่น ความเห็นอกเห็นใจ ( Empathy ) ความสามารถในการ “เชื่อมต่อ” กับผู้อื่น คุณสามารถปลอบโยนผู้อื่นให้คลายความไม่สบายใจได้เมื่อเกิดปัญหาทุกข์ใจด้วยน้ำเสียงที่ออกมาจากความจริงใจที่สามารถสัมผัสได้จริง และเมื่อเสริมสร้างทักษะเพื่อให้ผู้คนชื่นชอบแล้ว ที่สำคัญความหลีกไกลพฤติกรรมเป็นพิษ คือการกระทำที่ทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่า รู้สึกไม่เก่ง หรือถูกดูถูก ถูกข่มขู่ หรือรู้สึกเจ็บแค้น หงุดหงิดหรือรู้สึกผิด แต่ในทางตรงกันข้ามผู้ที่มีความฉลาดทางสังคมจะมีพฤติกรรมที่เกื้อกูล ซึ่งได้แก่การกระทำที่ทำให้คนอื่นรู้สึกมีค่า มีความสามารถได้รับความรัก ความเคารพ ความชื่นชม คนที่มีความฉลาดทางสังคมสูงจึงสามารถดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าใกล้ ในขณะที่คนที่มีความฉลาดทางสังคมต่ำจะผลักไสผู้คนให้ออกห่าง
Dr.Karl Albrecht นักเขียนและที่ปรึกษาด้านการบริหารธุรกิจ กล่าวว่า ความฉลาดทางสังคม ( Social Intelligence ) มีองค์ประกอบ 5 ประการ ซึ่งเป็นความฉลาดที่มนุษย์สามารถพัฒนาขึ้นได้ นั่นคือ
1. การรู้เท่าทันสถานการณ์ ( Situational Awareness ) ทักษะความสามารถในการอ่านสถานการณ์ สามารถเข้าใจหยั่งรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีระหว่างบุคคลที่มีความหลากหลาย

2. การแสดงออก ( Presence ) ทักษะการแสดงออกทั้งวัจนภาษา (การพูด) และอวัจนภาษา (ภาษาท่าทาง ) จะเป็นตัวกำหนดภาพในใจของคนอื่น

3. ความจริงใจเปิดเผย ( Authenticity ) พฤติกรรมที่ทำให้คนอื่นตัดสินว่าคุณเป็นคนซื่อสัตย์เปิดเผย และเป็น “ ของแท้ “

4. ความชัดเจน ( Clarity ) ความสามารถในการอธิบายชี้แจงความคิด และแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจ

5. ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy ) ความสามารถในการ “เชื่อมต่อ” กับผู้อื่น


(update 19 กุมภาพันธ์ 2012)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.18 Issue 206 September 2010 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600