เรียนรู้อย่างไร พอดี ดี กับเด็กวัย 1 - 3 ปี


การเรียนรู้ของลูกวัยซน เกิดจากการเล่นและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของลูก เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างพอดี


วัยทองของการเรียนรู้

คำกล่าวที่ว่าคนเรามีการเรียนรู้ตลอดชีวิตนั้นเป็นความจริงเสมอค่ะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ทราบมั้ยคะว่าความจริงของการเรียนรู้ในลูกวัยซนคืออะไร

วัย 1-3 ขวบ ถือเป็นวัยทองของการเรียนรู้เลยล่ะค่ะ เพราะสมองของลูกวัยนี้มีการเจริญเติบโต และแตกตัวของเซลล์ประสาทอย่างมาก เพื่อรับประสาทสัมผัสทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น รูป รส กลิ่น เสียง และการสัมผัส ซึ่งทำให้เกิดการเชื่องโยงไปสู่การเรียนรู้ของลูกนั่นเอง

การเรียนรู้ของลูกวัยนี้เกิดขึ้นได้ดีที่สุดโดยผ่านการเล่นและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งพัฒนาการที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ของลูก คือพัฒนาการด้านภาษา และพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์อย่างไรก็ดี คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเน้นการส่งเสริมพัฒนาการเพียง 2 ด้านนี้เท่านั้น แต่ควรปล่อยให้ลูกได้มีการเรียนรู้รอบด้าน ภายใต้ขอบเขตของคำว่า “พอดี” ค่ะ


พัฒนาการ + การเรียนรู้อย่างพอดี

เรามาทราบถึงพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูกวัยนี้กันก่อนค่ะ

1-2 ขวบ หลังจากที่คลานต้วมเตี้ยมมานาน เมื่อเข้าสู่วัยนี้ลูกก็มีพัฒนาการทางด้านร่างกายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เดินได้ วิ่งได้ การใช้มือก็คล่องแคล่วมากขึ้นและทำได้หลายลักษณะ

ส่วนพัฒนาการทางด้านภาษาก็สามารถพูดได้เป็นคำๆ หรือพูดประโยคสั้นๆ ได้ เข้าใจคำพูดและเหตุผลง่ายๆ ของคุณพ่อคุณแม่ซึ่งลูกวัย 1-2 ขวบ จะจดจำคำพูด ลักษณะท่าทาง และเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ได้อย่างน่ารักน่าชัง

วัยนี้เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะกับคุณพ่อคุณแม่และคนใกล้ตัว แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหนูก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระ มีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม ควบคุมและทำอะไรบางอย่างได้ด้วยตัวเองค่ะ

2-3 ขวบ นอกจากเดินและวิ่งได้คล่องแคล่วแล้ว ยังสามารถปีนป่าย ไต่ ไถล ได้สบาย มือไม้ก็สามารถฉุด กระชาก ลาก หมุน ได้ถนัด แถมยังชอบขีดๆ เขียนๆ เป็นจิตรกรน้อย

ส่วนพัฒนาการด้านภาษาลูกวัยนี้จะเล่าเรื่องได้บ้างแล้วค่ะ มีการแสดงสีหน้า อารมณ์ขณะพูดได้ดีขึ้น สำหรับพัฒนาการด้านสังคม ก็สามารถอยู่รวมกลุ่มกับเพื่อนวัยเดียวกันได้ แต่การเล่นร่วมกันยังไม่ชัดเจน จะเป็นลักษณะสังเกตการณ์หรือดูเชิงเพื่อนลูกวัยนี้ยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง มีความเป็นตัวของตัวเองสูงและรู้สึกเป็นอิสระมากขึ้น

เมื่อดูการพัฒนาการของลูกวัยซนแล้ว จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมในแต่ละวันคุณพ่อคุณแม่ถึงมีเรื่องปวดหัวกับพฤติกรรมของเจ้าจอมซนนัก ก็เพราะเป็นวัยเรียนรู้โลกกว้าง เป็นนักสำรวจพร้อมกันนั้นก็เริ่มเป็นหนูน้อยนักทำลายด้วย เพราะอยากรู้อยากเห็นไปทุกอย่าง จึงชอบแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ ลองผิดลองถูก ทำแล้วทำซ้ำ เพื่อตอบสนองความพอใจและความอยากรู้ของตัวเองค่ะ

นอกจากต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของลูกวัยนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกให้พอดี ไม่ปล่อยให้ลูกเรียนรู้โดยลำพัง และไม่ปิดกั้นจนเกินไป การเรียนรู้อย่างพอดีจะดีต่อตัวลูกซึ่งก็คือ เรียนรู้ทุกอย่างซึ่งไม่เป็นอันตราย ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ทำให้เสียทักษะด้านอื่นๆ เช่น เสียวินัย ไม่รู้เวลา เป็นต้น

ปล่อยลูกเล่นเพื่อเรียนรู้ อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นค่ะ ว่าการเรียนรู้ของลูกวัยนี้เกิดขึ้นได้โดยผ่านการเล่น เขาจะเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าชั่งเย้ายวนให้ลองเล่นดูสักครั้ง บางอย่างที่ไม่ใช่ของเล่นก็ปล่อยให้ลูกเล่นบ้าง แล้วค่อยอธิบายให้เขาเข้าใจ เช่น ลูกเล่นแชมพู ก็บอกเขาว่ามันคืออะไร เอาไว้ทำอะไร ถ้าเขาอยากรู้ให้ลองเทมาดูได้ ให้เขาแตะดู ดมกลิ่นได้ แต่ต้องบอกด้วยว่ากินไม่ได้ ไม่ใช่ของกิน หรือลูกชอบขีดๆ เขียนๆ จนเลอะเทอะไปทั่ว ก็ควรกำหนดขอบเขตให้เขียนได้ในกระดาษ ส่วนโต๊ะ เก้าอี้ หรือผนังไม่ใช่ที่ขีดเขียน ต้องบอกเหตุผลสั้นๆ ให้เขาเข้าใจ และเมื่อไรก็ตามที่ลูกเข้าใกล้ปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ ที่นอกจากไม่ใช่ของเล่นแล้วยังอันตรายอีกด้วยต้องปรามไม่ให้ลูกเล่นทันที ถ้าไม่ฟังก็อาจตีที่มือเขาเบาๆ 2-3 ที พร้อมกับบอกเหตุผลว่าทำไมถึงเล่นไม่ได้ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้เล่นอิสระอย่างสนุกสนานและมีความสุข แต่ต้องอยู่ในสายตาด้วยค่ะ

ชีวิตประจำวันก็เรียนรู้ได้ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกด้วยกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การกิน อาบน้ำ แปรงฟัน ขับถ่าย การแต่งตัว ฯลฯ ควรปล่อยให้เขาได้ทำกิจกรรมเหล่านั้นด้วยตนเอง รวมทั้งหมั่นพูดคุยกับลูก ไม่ขี้เกียจตอบคำถาม ไม่เห็นว่าสิ่งที่ลูกทำเป็นเรื่องไร้สาระ นอกจากนั้นควรหาโอกาสพาลูกออกไปเรียนรู้โลกกว้างด้านนอกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นที่สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งพาลูกไปซื้อของ เพื่อให้เขาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน

คุณพ่อคุณแม่ที่คิดว่าทีวีและวีซีดีต่างๆ เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับลูกวัยนี้ แล้วปล่อยให้ลูกนั่งจดจ่อหน้าจอวันละหลายๆ ชั่วโมงนั้นถือเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ค่ะ เพราะการเรียนรู้จากทีวีและวีซีดีไม่ได้เกิดจากสถานการณ์จริง ซึ่งจะทำให้ลูกสูญเสียการเรียนรู้ด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านภาษาและสังคมไป


ปล่อยเกินไป+ ปิดกั้นเกินไป = ไม่พอดี

การที่คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกเรียนรู้ด้วยตนเองมากเกินไปโดยไม่ควบคุม และไม่คอยอยู่ใกล้ๆ เพื่ออธิบายให้ลูกเกิดความเข้าใจและเรียนรู้อย่างถูกต้อง จะก่อให้เกิดความเสียหายได้ค่ะ เพราะลูกอาจเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างผิดๆ นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเอง เช่น เอานิ้วแย่รูปลั๊กไฟจนโดนไฟดูด เป็นต้น รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายกับข้าวของ ทำให้ลูกไม่รู้เวลาจนเสียวินัยได้

ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณพ่อคุณแม่กลัวจะเกิดอันตราย กลัวเชื้อโรค กลัวลูกสกปรก จนไม่ยอมให้ลูกเล่นหรือทำอะไรเลย ห้ามแตะนั่นต้องนี่ แถมบอกไม่ฟังยังตีลูกบ่อยๆ นั่นเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้ของลูกมากเกินไป ทำให้ลูกมีพัฒนาการช้า กลายเป็นเด็กที่ขาดความมั่นใจ ไม่มีความพร้อมที่จะออกสู่โลกภายนอกได้ค่ะ

ไม่ปล่อยเกินไป ไม่ปิดกั้นเกินไป รวมทั่งส่งเสริมอย่างพอดี แค่นี้ลูกจอมซนก็เกิดการเรียนรู้ พร้อมก้าวสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจแล้วค่ะ


(update 4 กุมภาพันธ์ 2012)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 28 ฉบับที่ 329 มิถุนายน 2553 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600