หลังคลอด ความสะอาด สำคัญนะ


เพราะในช่วงหลังคลอด ความสกปรกมีโอกาสมาเยือนร่างกายคุณแม่ได้ง่ายจนอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ ความสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ


ระวัง! ความสกปรกหลังคลอด

หลังคลอดเปรียบเสมือนกับช่วงหลังออกกำลังกายอย่างหักโหมมาหมาดๆ นอกจากจะเกิดความอ่อนเพลียอย่างมากแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็ได้กลายเป็นแหล่งสะสมความสกปรกและเชื้อโรคไปเรียบร้อยเลยค่ะ
  • เริ่มตั้งแต่ขณะรอคลอด ซึ่งคุณแม่ต้องนอนอยู่ในห้องคลอดเป็นเวลานาน ร่างกายเหนียวเหนอะหนะ หมักหมมไปด้วยคราบเหงื่อไคล และของเสียต่างๆ และไม่สามารถอาบน้ำชำระร่างกายได้เพราะมีอาการปวดจนเพลียจากการคลอดและฤทธิ์ยาแก้ปวด

  • หลังคลอดร่างกายของคุณแม่ก็เปื้อนเปรอะด้วยคราบเลือดน้ำคาวปลา ที่แม้จะทำความสะอาดไปบ้าง แต่ก็ยังไม่สะอาด 100%

  • ถึงคราวที่คุณแม่ออกจากโรงพยาบาล กลับมาฟื้นฟูร่างกายและดูแลลูกน้อยที่บ้าน โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด ที่ร่างกายและส่วนต่างๆ ยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ชั้นไขมัน ที่ยังคงหนาอยู่ เหงื่อออกมาก ที่สำคัญยังมีน้ำคาวปลา คราบน้ำนม กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงแผลหลังคลอดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ จึงต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษค่ะ

สะอาดทั้งตัว หัวจรดเท้า

การดูแลรักษาความสะอาดร่างกายของคุณแม่หลังคลอดก็เหมือนกับคนทั่วไปค่ะ เพียงแต่ต้องเพิ่มความใส่ใจเป็นสองเท่าด้วยการอาบน้ำบ่อยๆ สระผม แปรงฟันให้สะอาด ตัดเล็บมือเล็บเท้าให้สั้นเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และสิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษก็คือ เรื่องของเหงื่อไคล และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะมีมากกว่าตอนยังไม่ตั้งท้อง ฉะนั้นตามข้อพับ จุดอับต่างๆ เช่น รักแร้ แขนพับ ขาพับ หรือขาหนีบ ต้องคอยหมั่นสำรวจไม่ให้เกิดความอับชื้น ที่อาจกลายเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียได้

นอกจากนี้ควรจะสวมใส่เสื้อผ้าสะอาด ไม่อับชื้น เมื่อพบว่าเสื้อผ้าเกิดความสกปรก ไม่ว่าจากคราบน้ำนม น้ำคาวปลา หรือของเสียต่างๆ ควรเปลี่ยนทันที เพราะเสื้อผ้าสกปรก แฉะชื้น เป็นที่ชื่นชอบของเชื้อโรคค่ะ


เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ

อาบน้ำเรียกความสดชื่น คุณแม่จะช่วยเหลือตัวเองได้ภายหลังจากคลอดแล้วประมาณ 12-24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถอาบน้ำชำระร่างกายรวมถึงสระผมให้สะอาดได้ทันทีโดยไม่มีอันตราย

ช่วงสัปดาห์แรกๆ คุณแม่อาจต้องใส่ใจเรื่องการอาบน้ำเป็นพิเศษ โดยอาบบ่อยกว่าปกติ เพราะคุณแม่จะมีเหงื่อออกมากเหนียวเหนอะหนะ นอกจากไม่สบายกายแล้วยังทำให้ไม่สบายใจไปด้วย ซึ่งหลังคลอดมีโอกาสที่คุณแม่จะเกิดภาวะซึมเศร้าเครียดได้ง่าย จึงต้องทำตัวเองให้สดชื่นตลอดเวลาด้วยการอาบน้ำที่จะสามารถเรียกความสดชื่นกลับมาได้ทั้งกายและใจ

ไม่ว่าจะอาบด้วยน้ำเย็น หรือน้ำอุ่น ควรใช้วิธีตักราด หรืออาบจากฝักบัว ไม่ควรแช่ในอ่าง หรือถ้าแช่ก็ทำได้แต่ไม่นานค่ะพอขึ้นจากอ่างคุณแม่ต้องใช้ฝักบัวรดหรือใช้ขันตักน้ำสะอาดราดตัวอีกครั้ง เพราะการอาบน้ำแบบแช่ อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่แผลและช่องคลอดได้ แถมยังมีน้ำคาวปลาที่จะไหลออกมาปะปนกับน้ำในอ่าง แทนที่จะช่วยให้สะอาดก็จะเป็นการเพิ่มความสกปรกได้ค่ะ

สำหรับคุณแม่ที่ผ่าท้องคลอด เนื่องจากมีแผลหน้าท้อง จึงต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด อาจใช้การเช็ดตัวแทนการอาบน้ำไปก่อน พอแผลเริ่มดีขึ้นจึงค่อยอาบน้ำแต่ต้องมีพลาสติกหรือผ้ายางปิดกันไว้บ้าง ส่วนคุณแม่ที่หมอปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือฟิล์มป้องกันน้ำ สามารถอาบน้ำในช่วงแรกๆ หลังคลอดได้ เพียงแต่ต้องระวัง อย่าให้มีน้ำเล็ดลอดเข้าไปในแผลได้ค่ะ ส่วนเรื่องสระผมควรมีคนช่วย หรือเข้าร้านใช้บริการช่างทำผลเพื่อความสะดวก

แผลไม่แยก ถ้าดูแลเป็น แผลฝีเย็บเป็นส่วนที่คุณแม่จะต้องใส่ใจในการดูแลรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ เพราะถ้าไม่ระมัดระวังอาจทำให้แผลแยก และเกิดการติดเชื้อได้

เนื่องจากแผลฝีเย็บอยู่ใกล้ทวารหนัก เป็นที่อับชื้นจึงเกิดความสกปรกได้ง่าย คุณแม่จึงต้องทำความสะอาดบ่อยครั้งทั้งเช้าและเย็น ( อาจทำความสะอาดขณะอาบน้ำก็ได้ ) รวมถึงทุกครั้งหลังปัสสาวะหรืออุจจาระ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ นั่นคือล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้งเสมอ
  • วิธีล้างก็ควรปล่อยให้น้ำไหลผ่าน หรือใช้ฝักบัวฉีดเบาๆ จากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่ควรฉีดตรงก้นเพราะอาจทำให้เศษอุจจาระหรือของเสียกระจายเข้าสู่แผลจนเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้

  • วิธีเช็ดแผล ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เช็ดครั้งเดียวทิ้ง ไม่ควรใช้สำลีก้อนเดิมมาเช็ดซ้ำอีก

    คุณแม่อาจสงสัยว่า ล้างแผลด้วยน้ำอย่างเดียวจะสะอาดหรือคำตอบคือสะอาดค่ะ แต่เพื่อความสบายใจคุณอาจใช้สบู่อ่อนๆ สำหรับทารกแรกคลอดถูนิดหน่อย ตามด้วยล้างน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้งก็เพียงพอแล้วค่ะ
จัดการน้ำคาวปลา ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังคลอด จะยังคงมีน้ำคาวปลาไหลออกมาทางช่องคลอด จึงต้องใส่ผ้าอนามัยซับไว้ตลอดเวลา ซึ่งถ้าจัดการกับเรื่องนี้ไม่ดี ก็มีสิทธิ์จะเกิดปัญหาตามมาได้ เนื่องจากน้ำคาวปลาคือเลือดที่ไหลออกมาจากการเกิดแผลในผนังมดลูกหลังคลอดรก และเลือดที่ว่าก็คืออาหารอันโอชาของแบคทีเรียนั่นเองค่ะ ฉะนั้นบริเวณช่องคลอดและแผลฝีเย็บซึ่งต้องเปื้อนเปียกน้ำคาวปลา ถ้าปล่อยให้แฉะตลอดเวลา แบคทีเรียก็จะถามหาได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากทั้งคุณแม่ที่คลอดเองและผ่าท้องคลอด คือหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ เพราะบ่อยไว้จนอับชื้นบริเวณช่องคลอดหรือแผล ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์เท่านั้นนะคะ แต่จะเป็นการหมักหมมของเชื้อโรค และทำให้เกิดการอับเสบตามมาได้ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวคุณแม่ต้องรีบไปพบแพทย์


สะอาด...ได้มากกว่าความสะอาด

เมื่อร่างกายได้รับการดูแลจนสะอาดสะอ้านแล้ว จะเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูสุขภาพกาย โดยไม่ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ ทั้งทางแผลหลังคลอดและช่องคลอด ไม่เพียงเท่านั้น สุขภาพจิตของคุณแม่ก็พลอยดี สดชื่น แจ่มใสไปด้วย ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดก็น้อยลง ความหงุดหงิด ความเครียดก็เบาบางลงเช่นกัน

นอกจากนี้ ผลพลอยได้ที่สำคัญที่สุดคือเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียต่างๆ จากร่างกายของคุณแม่ ไม่มีสิทธิ์ที่จะแพร่กระจายไปยังลูกน้อยได้ เพราะถูกกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการทำความสะอาดนั่นเองค่ะ

ความสะอาดเป็นพื้นฐานของการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจหลังคลอด คุณแม่ต้องไม่ลืมดูแลให้ตัวเองสะอาดอยู่เสมอนะคะ


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600