ปัญหา ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 เปอร์เซนต์ ที่คุณมองข้าม

เนื้อความ :
คำถาม...........
มีคำถามเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 เปอร์เซนต์ 3 ข้อ
1. ทำไมไม่คิดจากฐาน 93
2. ทำไม เราต้องจ่าย10 ไม่จ่ายแค่ 3
3. สรรพากรจะเรียกเก็บย้อนหลัง ส่วน 7 เปอร์เซนต์ที่เขาออกให้หรือเปล่า

ที่มาที่ไป.........
แต่เดิมมา เราจ่ายค่าสาธาณูปโภค ไป 100 บาท
( อย่างค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ฯลฯ )
ดูในบิล เขาระบุว่า.... (โปรดดูบิลเก่าๆเป็นหลักฐาน)
เป็นค่าใช้(หรือค่าธรรมเนียม) 93 บาท
เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7บาท
( เอาแบบประมาณๆนะครับ)
ยกตัวอย่าง ค่าโทรศัพท์ก็แล้วกัน
แปลว่า คุณใช้ 93 คุณต้องจ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 (ประโยคนี้สำคัญนะครับ)
รวมแล้วคุณจ่าย 100 ถูกไหมครับ

แต่ตอนนี้คุณต้องจ่าย 110 ไม่ใช่ 100 แล้ว
บิลจะบอกว่า เป็นค่าใช้ 100 ภาษีมูลฆ่าเพิ่ม 10
รวมเป้น 110 ใช่ไหมครับ
ทีนี้ก็มาถึงคำถามที่ 1. ที่ว่า ทำไมไม่คิดที่ฐาน 93
กล่าวคือ ค่าใช้ 93 บวก
ภาษีมูลฆ่าเพิ่ม 10 เปอร์เซนต์ คือ 9.3
ดังนั้นเราควรจ่ายแค่ 93
บวก 9.3 เป็น 102.3 แทนที่จะเป็น 110
(ดูในบิลครับ บิลเป็นของรัฐ ย่อมเป็นหลักฐานได้)

มาถึงคำถามที่ 2. เป็นการบอกว่า
เดิมจ่าย 7 เมื่อเพิ่มเป็น10 เราควรจ่ายเพิ่มแค่ 3
แต่เราต้องจ่ายจริง 10 แปลว่าอะไร....
ก็แปลว่า กำไรของสาธารณูปโภคเพิ่มทันที
สมมุติว่า จากการผลักภาระอันนี้
มาให้ประชาชนจ่ายแทน
แล้วเก็บเงินได้เพิ้มอีก 500 ล้านบาท(สมมุติ)
เงิน 500 ล้านบาทนี้
เอาเข้าไปบวกในส่วนกำไรเน็ตๆ
ไม่มีต้นทุนไม่มีค่าใช้จ่ายเลยครับ
แล้วทำไม...แล้วทำไม..
ยังต้องมาขึ้นค่าสาธารณูปโภคอีก
ถ้าเป็นบริษัททั่วไปเนียะ ขายได้เพิ่ม 10 เปอร์เซนต์
เอายอดตัวเลขนี้ไปบวกเน็ตๆในส่วนของกำไร
โดยไม่ต้องหักอะไรละก้อ
หุ้นของบริษัทนั้นพุ่งกระฉูดยิ่งกว่าจรวดเสียอีก

ส่วนคำถามที่3.เป็นเรื่องที่ผมหวั่นเกรงครับ
จากตัวอย่างของบริษัทต่างๆ
ที่ถูกสรรพากรเรียกเก็บเพิ่ม
จนคุณอากร ต้องออกมาโวยวายนั่นแหละ
สมมุติว่าคุณทำงานกับบริษัทหนึ่ง
แล้วบริษัทนั้น มีบ้านให้คุณอยู่ มีข้าวเลี้ยงคุณ
สรรพากรจะถือว่า
ค่าที่คุณอยู่บ้านฟรี หรือข้าวฟรี
ต้องตีออกมาเป็นตัวเงิน
มาบวกกับเงินเดือนที่คุณได้รับ
แล้วค่อยมาคำนวนเสียภาษีปลายปี

ฮ่า ฮ่า ทีนี้ถ้าเกิดสรรพพากรหน้ามืดขึ้นมา
จะมาเก็บภาษีย้อนหลังคุณ
บอกว่า เงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซนต์
ที่สาธารณูปโภคเคยออกให้คุณหนะ
ถือเป็นรายได้ของคุณนะ
ต้องเอามารวมกับเงินเดือน
แล้วเอามาคำนวนเสียภาษี
ฮ่า ฮ่า อย่านึกว่ามันเป็นไปไม่ได้นะครับ
คนเราเวลาหน้ามืดขึ้นมา........

หรือคุณว่าไงครับ
จากคุณ : หยองแหยง - [8 มิ.ย. 2541 09:39:21]

ความคิดเห็นเพิ่มเติม : นั่นเลย.. ใช่เลย.. ที่ว่านั่นแหละ..
แล้วอย่างงี้.. จะร้องที่ไหนได้คะ..
โดยคุณ : น้องพรผู้น่ารัก - [8 มิ.ย. 2541 11:09:40]

ความคิดเห็นเพิ่มเติม : คุณหยองแหยงเข้าใจผิดกรณีคุณอากรหรือเปล่า
ถ้าสรรพากรจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับเราได้
ก็ต่อเมื่อ เราเป็นผู้ประกอบการ
ประกอบธุรกิจเป็นประจำ
เขาใช้คำว่า ประกอบเป็นปกติธุระ
เป็นศัพท์ทางภาษีนะ

แต่กรณีค่าอาหารไม่ใช่การประกอบธุรกิจของเรา
สรรพากรจึงไม่สามารถจะเก็บภาษีพนักงานได้

ส่วนเรื่องของคุณอากรนั้น
จะสู้กับสรรพากรได้ก็ต้อง
สามารถพิสูจน์ได้ว่า การเลี้ยงอาหารพนักงาน
เป็นการทำเพื่อประกอบกิจการนะ
หมายความว่า ถ้าไม่เลี้ยงอาหารพนักงานแล้ว
จะไม่สามารถประกอบธุรกิจได้
เพราะประมวลรัษฎากร
ที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับภาษี กำหนดว่า
การนำวัตถุดิบมาใช้ในการประกอบกิจการ
ไม่ถือว่าเป็นการขาย
จึงไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
โดยคุณ : มีดบินลี้น้อย - [8 มิ.ย. 2541 18:00:22]

ความคิดเห็นเพิ่มเติม : สงสัยผมเขียนไม่ดีเอง
เลยทำให้คุณ มีดบินลี้น้อย ตีความผมผิดไป

เรื่องคุณอากรที่คุณมีดบินลี้น้อยพูดนั้นถูกต้องแล้วครับ

แต่ข้อ3 ที่ผมพูดนั้น
คนละกรณีกับที่คุณมีดบินลี้น้อยพูดครับ
แต่อุปมาในทำนองเดียวกันครับ

คือมีคนออกเงินเสียภาษีแทนคุณ
ก็ถือเป็นรายได้ของคุณ
ที่ต้องนำมารวมคำนวนภาษีด้วยครับ
โดยคุณ : หยองแหยง - [8 มิ.ย. 2541 19:07:23]

ความคิดเห็นเพิ่มเติม : โดนแบบเงียบๆกันมาหลายเดือนแล้วครับ
โดยคุณ : พจน์ - [8 มิ.ย. 2541 23:23:20]

[Back to top]


[ หัวข้อเลือก ] [ ห้องคลายเครียด ] เรื่องต่อไป