ท้องลม-ครรภ์ไข่ปลาอุก

ดิฉันมีปัญหาถามดังนี้ค่ะ ท้องลมต่างจากท้องไข่ปลาอุกอย่างไรคะ ดิฉันเป็นท้องลมค่ะ ขูดมดลูกไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 อายุครรภ์ 2 เดือน 10 วัน เสียใจมาก ทั้งๆ ที่เตรียมตัวอย่างดี
ดิฉันรับหนังสือรักลูกประจำ และเข้าใจคำว่าท้องลมพอสมควร โดยอ่านจากฉบับที่ 209 เดือนมิถุนายน 2543 หน้า 56 ของ ผศ.นพ.ดิบการณ์ บริบูรณ์หิรัญสาร สงสัยประโยคที่ว่าตัวเด็กนั้นมีความผิดปกติอยู่ก่อนแล้วจึงสลายไปเองภายหลัง

ดิฉันอายุ 34 ปี อาชีพค้าขายแบบซูเปอร์มาเก็ต สามีทำธุรกิจ อายุเท่ากัน มีลูกชายอายุ 7 ขวบ ไม่มีปัญหาตอนท้อง คลอดธรรมชาติ แพ้ท้องมากกว่าท้องหลัง คุมกำเนิดโดยการนับวัน หน้า 7 หลัง 7 ใช้ถุงยางอนามัยมากว่า 5 ปี ท้องหลังดิฉันมีประจำเดือนวันแรกคือวันที่ 1 นอนกับสามี วันที่ 10 จากนั้นไม่ได้นอนอีกเลย ไปอัลตราซาวนด์หมอว่าท้อง ดิฉันเข้าใจว่าประจำเดือนยังไม่หมดดี ใช่สาเหตุของความผิดปกติของเด็กหรือเปล่าคะ แล้วทำไมต้องรอถึง 3 เดือนจึงท้องได้ แต่ทำไมท้องไข่ปลาอุกต้องรอเป็นปี มีญาติเพิ่งขูดมดลูกโดยหมอคนเดียวกัน ดิฉันตรวจ HIV โรคเลือดมะเร็งปากมดลูกก่อนท้อง 3 เดือน เคยฉีดวัคซีนหัดเยอรมันเมื่อปี พ.ศ.2533 ถ้าดิฉันท้องในปีหน้าต้องตรวจอะไรบ้างคะ

สุมาลี บำรุงการ








ไม่ว่าจะท้องลมหรือท้องไข่ปลาอุก ก็ถือว่าได้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นแล้วทั้งสิ้น แสดงว่าฟองไข่ของคุณสุมาลีได้รับการปฏิสนธิกับตัวอสุจิเรียบร้อยแล้ว และสามารถเข้ามาฝังในโพรงมดลูกสำเร็จจนเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น เพียงแต่ภาวะท้องลมเกิดจากความผิดปกติในการแบ่งตัวของตัวอ่อนที่เกิดไม่สมบูรณ์ คือมีการสร้างถุงน้ำคร่ำและรก แต่ไม่มีการสร้างหรือเจริญเติบโตของตัวอ่อน ถ้าจะเปรียบก็คงล้ายกับการสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีผู้อาศัย ทิ้งเอาไว้ มดลูกก็จะโตต่อไปเรื่อยๆ แต่ในโพรงมดลูกจะมีแต่ถุงน้ำคร่ำ ไม่มีตัวเด็ก มองเข้าไปในถุงน้ำคร่ำจะเห็นแต่ความว่างเปล่า เหมือนมองเห็นน้ำหรืออากาศโล่งๆ ก็เลยถูกเรียกว่า ท้องลม ในที่สุดก็จะเกิดการแท้งออกมาเองตามธรรมชาติ เพราะร่างกายจะทราบดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป
สาเหตุสำคัญที่สุดในการเกิดท้องลมก็มักมาจากความผิดปกติของโครโมโซม อาจจะเกิดจากจำนวนโครโมโซมที่ขาดหรือเกินกว่าจำนวนปกติ ร่างกายก็เลยไม่รู้จะประกอบรูปร่างเด็ก ตามจำนวนโครโมโซมที่ผิดไปได้อย่างไร ขืนประกอบขึ้นมาก็คงเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่หรือกลายเป็นอสุกายก็ได้ ซึ่งในที่สุดก็ไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ ต้องเสียชีวิตอยู่ดี ร่างกายก็เลยไม่สร้างตัวเด็กขึ้นมาซะดื้อๆ หรือพยายามสร้างบ้างเล็กน้อย แต่สร้างต่อไม่ได้ก็เลยหยุดสร้าง แล้วปล่อยให้ตัวเด็กสลายหายไปเอง แบบที่อาจารย์ดิษฐกานต์ว่าเอาไว้นั่นแหละครับ

คุณแม่ที่มีประวัติการแท้งจากท้องลมบ่อยๆ เมื่อสามารถตั้งครรภ์ครั้งต่อไปสำเร็จ ควรที่จะได้รับการตรวจเช็กโครโมโซมด้วย เพราะมีโอกาสที่ลูกในท้องจะมีความผิดปกติของโครโมโซมเช่นกัน ภาวะท้องลมยังดีที่แท้งไปแล้วก็ปล่อยให้ท้องใหม่ได้ตามปกติ จะท้องต่อไปเลยหรือเว้นไว้ 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายและจิตใจฟื้นตัวดีค่อยท้องใหม่ก็ได้ ผิดกับท้องไข่ปลาอุกที่ต้องงดเว้น การตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 ปี เนื่องจากท้องไข่ปลาอุกถือเป็นโรคหรือความผิดปกติของเนื้อรก ทำให้เนื้อรกเกิดภาวะบวมน้ำ เกิดเป็นเม็ดๆ พองเป็นถุงน้ำคล้ายพวงองุ่นหรือเม็ดสาคูเต็มโพรงมดลูกไปหมด คนโบราณมองดูเม็ดเหล่านี้ว่าคล้ายฟองไข่ของปลาอุก ก็เลยตั้งชื่อว่า ท้องไข่ปลาอุก และเนื่องจากเนื้อรกเป็นตัวสร้างฮอร์โมน HCG ซึ่งเชื่อว่าทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง ดังนั้นในท้องไข่ปลาอุกปริมาณของ HCG จึงมีสูงกว่าปกติมากตามขนาดของเนื้อรกที่บวมขึ้นมา คนไข้ท้องไข่ปลาอุกจึงมีอาการแพ้ท้องรุนแรงมาก ผิดกับภาวะท้องลมที่มักจะสบาย ส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอาการแพ้ท้องเลย

นอกจากนี้ในท้องไข่ปลาอุกส่วนใหญ่มดลูกจะมีขนาดโตกว่าอายุครรภ์มากเนื่องจากการบวมของเนื้อรก บางรายท้องแค่ 3 เดือน มดลูกโตเหมือนคนใกล้คลอดเลย นอกจากนี้ก็ยังอาจจะมีอาการของครรภ์เป็นพิษ เกิดขึ้นได้ตั้งแต่อายุครรภ์น้อยๆ บางครั้งเนื้อรกบวมมากจนเกิดการปริหรือขาดเป็นบางส่วน ทำให้มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดได้ แต่ที่อันตรายที่สุดก็คือสามารถกลายเป็นมะเร็งไข่ปลาอุก และลุกลามไปยังช่องคลอดหรือปอดได้ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นในท้องไข่ปลาอุกเมื่อได้รับการรักษาโดยการดูดหรือขูดมดลูกออกไปแล้ว ต้องห้ามท้องต่ออย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าโรคจะหายขาดและไม่เป็นมะเร็งไข่ปลาอุกต่อไป ในรายท้องไข่ปลาอุกที่มีอาการรุนแรง หลังจากขูดมดลูกแล้ว แพทย์อาจต้องให้ยาเคมีบำบัด เพื่อป้องกันการเป็นมะเร็งต่อไปอีกระยะหนึ่งด้วย

สำหรับคุณสุมาลีทิ้งระยะการมีบุตรห่างไปสักหน่อย ตอนนี้อายุ 34 ปีแล้ว คุณแม่ที่มีอายุมากขึ้นก็มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดท้องลมได้บ่อยขึ้น ดังนั้นท้องครั้งต่อไป ควรที่จะได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์ตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อที่จะได้แน่ใจว่า ตั้งครรภ์ปกติหรือไม่ ส่วนเรื่องการตรวจต่างๆ ก็คงต้องตรวจตามปกติของสตรีตั้งครรภ์ทั่วไป เช่น ตรวจความเข้มข้นของเลือด ซิฟิลิส ตับอักเสบบี และเชื้อเอดส์ใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ก็ควรได้รับการตรวจโครโมโซมของลูกด้วย เพราะปีหน้าคุณสุมาลีก็จะอายุครบ 35 ปีพอดี ซึ่งเริ่มเป็นคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะตั้งครรภ์ที่มีโคนโมโซมผิดปกติแล้วครับ

น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์




(update 9 ธันวาคม 2002]
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก  ปีที่ 19 ฉบับที่ 227 ธันวาคม 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600