เผลอกินยาโรคกระเพาะ

ตอนนี้ดิฉันอายุ 24 ย่าง 25 ปี กำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนแล้วค่ะ เป็นท้องแรกรู้สึกกังวลสารพัดเหมือนคุณแม่มือใหม่ทั่วๆ ไป ยิ่งในช่วงก่อน 2 เดือน ยังไม่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่จะมีอาการแปลกๆ เช่น แสบท้อง คลื่นไส้ อาเจียน แล้วช่วงนั้นมีอาการท้องเสียร่วมด้วย จึงสันนิษฐานว่า อาหารเป็นพิษ ร้านขายยาก็จ่ายยามาให้เป็นแคปซูลเพียงชนิดเดียวเท่านั้น แต่ไม่ทราบว่าชื่อยาอะไรนะคะ จ่ายมาประมาณไม่เกิน 10 เม็ด แต่ก็กินไม่หมดนะคะ
จากนั้นอาการถ่ายท้องก็หายไป แต่อาการอื่นๆ ที่กล่าวมายังมีอยู่ ก็สงสัยอีกว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารจึงไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอก็แค่ถามอาการ แล้ววินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอาหาร จึงให้ยามากิน มี DISFLATRY, RANIDINE 1 และ CISAPIE 10 กินได้ซักระยะ (แต่ยังไม่หมด) ก็ไม่ดีขึ้น ประจำเดือนก็ขาด (ทุกครั้งมาปกติดี) จึงสงสัยและซื้อที่ตรวจท้องมาตรวจจึงทราบว่าตั้งท้อง พอไปฝากครรภ์คุณหมอบอกว่า อายุครรภ์ 2 เดือนแล้ว (วันที่ 8 เม.ย.44) จากนั้นจึงกินแต่ยาบำรุงที่คุณหมอให้ และกินยาสมุนไพรแก้โรคกระเพาะด้วย (ยังสงสัยว่าเป็นอยู่) อยากเรียนถามคุณหมอว่า ยาทั้งหลายที่ดิฉันกินไปจะเป็นอันตรายต่อลูกหรือเปล่า ทั้งทางสมองและร่างกาย ดิฉันไม่สบายใจเลย

อมรรัตน์ สกุลเพ็ชร์








เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณอมรรัตน์พบได้บ่อยทีเดียวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในบ้านเรา เพราะส่วนใหญ่พฤติกรรมของคนไข้บ้านเราไม่ค่อยยอมไปพบหมอก่อน เนื่องจากร้านขายยาบ้านเราเปิดซื้อขายยาได้เสรีโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ พอมีอาการผิดปกติก็มักจะไปซื้อยามารับประทานเอง โดยไปบอกอาการผิดปกติกับร้านขายยา ถึงแม้ร้านขายยาจะมีเภสัชกรคอยดูแลอยู่ก็จริง แต่เภสัชกรเหล่านี้ก็ไม่ได้มีความรู้ในการวินิจฉัย หาสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้เช่นเดียวกับแพทย์ เนื่องจากไม่ได้ซักประวัติอย่างละเอียด และไม่ได้มีการตรวจร่างกายหรือการตรวจพิเศษอื่นเพิ่มเติม เภสัชกรจะเรียนรู้เรื่ององค์ประกอบของยาชนิดต่างๆ อย่างละเอียด มีความรู้ว่ายาชนิดใดเหมาะกับโรคหรืออาการอะไร รู้วิธีใช้และขนาดของยาชนิดต่างๆ แต่ไม่ได้เรียนรู้ลึกลงไปถึงวิธีการตรวจวินิจฉัยแยกโรคจากอาการที่คนไข้บอกมา
ดังนั้นเมื่อคุณอมรรัตน์เล่าอาการให้ฟัง ยาที่ได้รับก็เป็นยาที่รักษาเฉพาะอาการที่เป็นอยู่เท่านั้น แต่อาจไม่ใช่เป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่แท้จริงก็ได้ อย่าว่าแต่เภสัชกรเลย ขนาดคุณอมรรัตน์ไปหาหมอที่โรงพยาบาล ถ้าไม่ได้ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดพอ รวมทั้งความด้อยประสบการณ์ของหมอ ก็อาจให้การวินิจฉัยที่ผิดพลาดได้ คุณอมรรัตน์ยังโชคดีที่ได้แค่ยารักษาอาการท้องอืด และยารักษาโรคกระเพาะอาหารมา ซึ่งยาเหล่านี้ไม่มีอันตรายต่อทารกในครรภ์หรอกครับ

ที่ผมเคยเจอมาบางรายคุณหมอหวังดีเกินไปหน่อย นอกจากให้ยารักษาโรคกระเพาะอาหาร แล้วยังเอาคนไข้ไปตรวจอย่างละเอียดโดยการให้กลืนแป้งแล้วเอ็กซเรย์เพื่อหาแผลในกระเพาะอาหาร หลังจากตรวจระบบทางเดินอาหารจนทั่วแล้ว ก็ยังหาสาเหตุที่คนไข้มีอาการท้องไส้ปั่นป่วนไม่เจอ กว่าจะรู้ว่าท้องก็ตอนที่คนไข้มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ส่งมาปรึกษาสูติแพทย์ พอวินิจฉัยได้ก็แท้งซะแล้ว

จากที่ผมเล่ามาก็คงเป็นอุทาหรณ์ว่า เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกไม่สบายอย่าหวังพึ่งหมอเพียงอย่างเดียว ตัวของเราเองนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ดีที่สุด เราต้องพยายามหาสาเหตุความผิดปกติ จดจำอาการต่างๆ ให้ละเอียดที่สุด เพื่อที่จะได้สามารถให้ข้อมูลแก่หมออย่างเต็มที่ อย่ารอให้หมอมาซักประวัติเราเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าบังเอิญหมอที่ตรวจเรามีเวลาไม่เพียงพอ ต้องรีบดูแลคนไข้รายอื่นๆ หรือไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางในโรคที่เราเป็นอยู่ ก็อาจมองข้ามโรคของเราไปได้ ยกตัวอย่างเช่นผู้หญิงที่ปวดท้องน้อยด้านขวาจากโรคไส้ติ่งอักเสบ ถ้าไปให้หมอสูติฯ ตรวจ ก็อาจวินิจฉัยผิดเป็นปีกมดลูกอักเสบได้บ่อยๆ กว่าจะรู้ไส้ติ่งก็เกือบแตกหรือแตกไปแล้ว

ในทำนองเดียวกันผู้หญิงที่ปวดท้องน้อยด้านขวาจากปีกมดลูกอักเสบ ถ้าไปให้หมอศัลยกรรมตรวจก็อาจวินิจฉัยผิดเป็นไส้ติ่งอักเสบ ถูกผ่าตัดฟรีอยู่เนืองๆ การที่จะวินิจฉัยโรคเหล่านี้ได้ถูกต้องแม่นยำ คนไข้ต้องให้ประวัติและอาการผิดปกติอย่างละเอียด นอกจากหมอจะต้องเป็นคนช่างสังเกตแล้ว ตัวคนไข้เองก็ต้องเป็นคนช่างสังเกต ในอาการผิดปกติของตัวเองด้วย การตรวจรักษาจึงจะมีประสิทธิภาพเต็มที่

ขณะนี้คุณอมรรัตน์ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนแล้ว ถ้ายังกังวลใจอยู่ก็สามารถให้สูติแพทย์ ที่ดูแลอยู่ช่วยทำการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อดูความสมบูรณ์ของลูกได้ สำหรับยาสมุนไพรที่รับประทานอยู่ควรงดไปได้แล้ว เพราะผมคิดว่าคุณอมรรัตน์ คงไม่ได้เป็นโรคกระเพาะอาหารหรอกครับ โรคนี้พบได้น้อยมากในคนอายุน้อยๆ แบบนี้ ในขณะตั้งครรภ์อยู่ไม่ควรรับประทานยาที่ไม่ทราบขนาดและตัวยาที่ชัดเจน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ และอย่าลืมไปฝากครรภ์ตามแพทย์นัดนะครับ

น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์




(update 23 ธันวาคม 2002]
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก  ปีที่ 19 ฉบับที่ 225 ตุลาคม 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600