|
|
|
เป็นคุณแม่อายุมากแต่อยากคลอดเอง
อันตรายไหม
ตอนนี้ดิฉันอายุ 38 ปี และตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้ 34 สัปดาห์แล้ว
คุณหมอบอกว่าอายุมากและเป็นครรภ์แรกต้องผ่าตัด
แต่ดิฉันอยากคลอดเองซึ่งจะมีอันตรายหรือเปล่า
และหากต้องผ่าตัดการวางยาสลบและบล๊อกหลังอย่างไหนจะดีกว่ากัน
พูลศรี/กทม.
|
|
|
คุณพูลศรีถามได้น่าสนใจเพราะเป็นคำถามพื้นฐานที่สตรีตั้งครรภ์ควรจะทราบ
ซึ่งปัญหาของคุณก็คือการตั้งครรภ์นี้เป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก เมื่ออายุมากกว่า 36 ปี
จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เพราะอายุสตรีที่ควรมีบุตรคือ 16-30 ปี
มารดาที่อายุมากอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน
ซึ่งจะมีปัญหาในมารดาระหว่างตั้งครรภ์และมีผลกระทบต่อทารกได้
|
|
|
นอกจากนี้ระหว่างตั้งครรภ์อาจเกิดภาวะโรคพิษแห่งครรภ์
และภาวะที่ปากมดลูกไม่สามารถขยายตัวได้ดีในระหว่างเจ็บครรภ์คลอดอีกด้วย
อีกทั้งทารกในครรภ์จะมีโอกาสเกิดความผิดปกติของโครโมโซม
โดยเฉพาะโรคดาวน์ซินโดรมมากกว่าสตรีที่อายุน้อย
ส่วนที่คุณหมอบอกว่าน่าจะผ่าท้องคลอดเพราะการผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง
จะช่วยย่นระยะเวลาการนำเด็กออกจากครรภ์มารดาจากการเจ็บครรภ์คลอดปกติใช้เวลาประมาณ 8-12 ชม.
ให้เหลือเพียง 10 นาที ดังนั้นโอกาสที่ทารกจะมีปัญหาระหว่างการเจ็บครรภ์คลอดก็จะลดลงไปด้วย
การเสนอการรักษาแบบนี้ มิได้หมายความว่าคุณคลอดเองไม่ได้
แต่คุณหมอต้องการให้การคลอดดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และได้ทารกที่แข็งแรงสมบูรณ์มากกว่า
หากคุณต้องการคลอดเองก็สามารถกระทำได้เพียงแต่ต้องมีแพทย์ดูแลคุณ
และทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิดระหว่างเจ็บท้องคลอด มีการติดเครื่องมือติดตามการเต้นของหัวใจทารกตลอดเวลา
เฝ้าดูการขยายตัวของปากมดลูกเป็นระยะ หากระหว่างเจ็บครรภ์คลอดพบความผิดปกติของทารกในครรภ์
ที่อาจเป็นอันตราย ทารกมีท่าผิดปกติ หรือมีขนาดใหญ่กว่าอุ้งเชิงกราน
ก็จะเป็นข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะต้องทำหรือไม่
ส่วนวิธีระงับความเจ็บปวดระหว่างผ่าตัดคลอดนั้น
สามารถทำได้ทั้งสองอย่างขึ้นอยู่กับความถนัดของวิสัญญีแพทย์และความประสงค์ของมารดา
เพราะหากบล๊อกหลังมารดาก็สามารถเห็นทารกขณะที่แพทย์นำออกจากมดลูกได้
และยาที่ให้ผ่านมารดาก็ไม่ส่งผ่านถึงทารกด้วย แต่หากใช้วิธีดมยาสลบ
อาจผ่านรกไปถึงทารกทำให้ไม่ค่อยร้องได้และมารดาก็ไม่มีโอกาสเห็นลูก
ขณะที่คุณหมอนำออกมาจากมดลูกของเรา
ในปัจจุบันมีหนังสือมากมายที่สอนเกี่ยวกับการคลอดเอง
นอกจากนี้โรงพยาบาลต่างๆ ก็แข่งขันกันให้บริการชั้นเรียนสำหรับสตรีตั้งครรภ์
โดยสอนการออกกำลังกาย การฝึกหายใจ ฝึกเบ่ง แนะนำอาหารการกินที่เหมาะสม
รวมทั้งเชิญสามีมารับฟังเพื่อมีส่วนช่วยการคลอดของมารดาด้วยครับ
นท.นพ.วิวัฒน์ ชินพิลาศ |
|
|