ครรภ์เป็นพิษ

ดิฉันตั้งท้องครั้งแรกเดือนพฤศจิกายน 2542 อายุครรภ์ครบ 3 เดือน ตรวจอัลตราซาวนด์ปรากฏว่าเป็นไข่ฝ่อ ไม่มีตัวเด็ก คุณหมอที่รพ.รักษ์สกลเลยขูดมดลูกให้ เมื่อเดือนมกราคม 43 หลังจากนั้นแค่เดือนเดียวก็ตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์เดือนมีนาคม 2543 ท้องครั้งนี้ยอมรับว่าบำรุงร่างกายมากกว่าเก่า ใส่ใจกับสุขภาพอย่างมาก แต่ก็พลาดตรงที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นความดันสูง

อายุครรภ์ครบ 3 เดือน อัลตราซาวนด์ดูมีตัวเล็ก รู้สึกดีใจมาก หลังจากที่คอยกังวลสารพัดกลัวว่าจะเหมือนท้องแรก แต่ท้องนี้ก็ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ เข้าออกรพ.เป็นว่าเล่น พออายุครรภ์ย่างเข้า 4 เดือน ความดันสูงก็เพิ่มขึ้น อาการจะบวมตามตัว แขนขา จนกระทั่งไปนอนรพ.อยู่อาทิตย์หนึ่ง ช่วงระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลคุณหมอจะฉีดยาเร่งให้ปอดเด็กทำงานเร็วขึ้น และก็ฉีดยาขับฉี่ลดความบวมตามร่างกาย เห็นว่าอาการดีขึ้นดิฉันก็ขอกลับบ้าน

หลังจากนั้นไม่นาน เดือนที่ 5 ก็เกิดปัญหาท้องบิดขึ้นตลอดเวลาช่วง 15-16 ของเดือนที่ 5 ท้องบิดทุกๆ 1 นาที จากนั้นก็ถี่ขึ้นและมีเลือดออกทางช่องคลอด เลยตัดสินใจเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรักษ์สกลต่อไปอีกอาทิตย์ อาการเริ่มดีขึ้น ไม่มีท้องบิดแต่หมอบอกว่าท้องครั้งนี้รกเกาะต่ำด้วย และภาวะร่างกายที่มีความดันสูงอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษขึ้น คุณหมอเองก็พยายามปลอบใจ โดยคุณหมอจะช่วยพยุงอายุครรภ์ ให้มีอายุได้ 7 เดือนขึ้นไปเป็นอย่างมาก

ช่วง 5 ถึง 6 เดือน สังเกตเห็นว่าเด็กดิ้นน้อยลง สาเหตุมาจากว่าดิฉันมีโพรงมดลูกแฝด เป็นรูปที่คุณหมออธิบายให้ฟัง เนื่องจากเด็กจะเกาะอยู่ตรงฝั่งขวามีพื้นที่น้อยไป ตื่นนอนทุกเช้ามีน้ำใสๆ ออกจากช่องคลอดไม่มากนัก แต่ก็ไม่ได้เอะใจจนกระทั่งครบกำหนดที่คุณหมอนัด ผลตรวจปรากฏว่าน้ำคร่ำภายในท้องที่เด็กอาศัยอยู่นั้นแทบจะไม่มีเลย แถมเด็กก็ตัวเล็กมาก คุณหมอจึงทำการเติมน้ำเกลือผ่านหน้าท้องให้จึงเดินทางกลับบ้าน ใจก็คิดว่าคงไม่เป็นไร

ตลอดเวลาตั้งครรภ์ก็จะกินยาลดความดันอย่างสม่ำเสมอ ตามที่คุณหมอจัดมาให้ จนผ่านไปเกือบจะอายุครรภ์ครบ 7 เดือน คืออีก 5 วัน วันที่ 16 ก.ย.43 ครบ 7 เดือน ก็บังเอิญว่ามีเลือดออกจากช่องคลอดเหมือนเดิม ร่างกายก็จะบวมอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ท้องครั้งนี้ไม่ได้ทำงานหนักเลย ครอบครัวก็จะให้พักผ่อนอยู่บนเตียงตลอดเวลา แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากเข้าห้องน้ำ อ้อ! ดิฉันลืมบอกอีกอย่าง ดิฉันขาพิการข้างขวาเป็นโปลิโอแต่ก็พอเดินได้ ช่วงท้องจะซื้อรถเข็นมานั่งไม่ได้เดินเอง

หลับจากกลับเข้าโรงพยาบาลอีกเป็นครั้งที่สาม คุณหมอตรวจดูปรากฏว่า น้ำคร่ำแห้งอีกแล้ว ทั้งๆ ที่เติมไปก่อนหน้านั้น 1 วัน พอวันรุ่งขึ้นแห้งอีกแล้ว เลยตัดสินใจขอเอาเด็กออกและถามคุณหมอว่าเด็กไหวไหม จะรอดไหม คุณหมอขอเวลาปรึกษาทีมงาน จนกระทั่ง 3 ทุ่ม ของวันที่ 13 กันยายน 2543 คุณหมอส่งตัวเข้ามารักษายังโรงพยาบาลอุดรธานีต่อไป

ช่วงเวลา 4 ทุ่มที่โรงพยาบาลอุดร เป็นช่วงที่ต้องตัดสินใจเพียงลำพัง เนื่องจากสามีและญาติรออยู่ข้างนอก ครั้งแรกคุณหมอให้เลือก 2 ทาง คือคลอดธรรมชาติกับผ่าคลอด แต่คุณหมอก็ได้อธิบายว่าเด็กตัวเล็กมาก แต่ก็ไม่บอกว่าขนาดเล็กแค่ไหนหนักแค่ไหน ก็เลยตัดสินใจผ่าคลอด เพราะถ้าคลอดธรรมชาติไม่แน่ใจว่าจะคลอดเองได้หรือเปล่า เพราะเป็นความดันสูง

หลังจากผ่าคลอดเสร็จหลังจากฟื้นตัวก็ทราบว่าเด็กเป็นเพศหญิงครบทุกส่วน เพียงแต่น้ำหนักน้อยมากแค่ 500 กรัม ตอนนั้นก็ได้แต่ภาวนาขอให้เด็กรอดและปลอดภัย สุดท้ายเด็กอยู่ในตู้อบไอซียู เด็กได้ 2 วันก็เสียชีวิต ขณะนี้ผ่านมาได้ 3 เดือนแล้ว คิดอยากจะวางแผนการตั้งครรภ์ครั้งใหม่หลังจากครบกำหนดแผลผ่าตัด แต่ก็กังวลใจ กลัวว่าเหตุการณ์ครั้งที่แล้วจะกลับมาเป็นอีก จึงอยากเรียนถามคุณหมอให้หายข้องใจ การที่เราเป็นความดันสูงอยู่แล้วกับการมีโพรงมดลูกสองข้าง มดลูกแฝด ไม่ทราบว่า 2 อย่างนี้ตัวไหนเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหา









คุณนิรมลเล่าประวัติมาได้ละเอียดดีมาก น่าเห็นใจจริงๆ ที่ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วทั้งคนไข้และหมอ แต่ลูกมีน้ำหนักตัวน้อยเกินไป จึงไม่สามารถอยู่รอดได้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องทำคลอดก่อนกำหนดในท้องนี้มาจากปัญหาความดันโลหิตสูงครับ คนไข้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว เมื่อตั้งครรภ์ก็มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ง่ายขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นไปอีก ภาวะครรภ์เป็นพิษทำให้เส้นเลือดทั่งร่างกายเกิดการหดตัวและตีบขึ้น ส่งผลให้อาหารและออกซิเจนส่งผ่านมายังทารกน้อยลง ทารกก็จะเกิดการแคระแกร็น เติบโตช้ากว่าปกติ

นอกจากนี้ทารกจะปัสสาวะน้อยลง เนื่องจากปริมาณโลหิตที่มาเลี้ยงน้อยลง น้ำปัสสาวะในโพรงมดลูกซึ่งก็คือน้ำคร่ำนั่นเองจึงมีปริมาณน้อยตามไปด้วย ดังนั้นลูกของคุณนิรมลจึงเติบโตช้า ผอม และน้ำคร่ำในโพรงมดลูกแห้งหรือมีน้อยมาก การที่น้ำคร่ำมีน้อยเกินไป ทำให้ทารกเคลื่อนไหวไม่สะดวก อาจเกิดความพิการตามมาได้ รวมทั้งสายสะดืออาจถูกน้ำหนักตัวของทารกเบียดทับ จนเลือดไม่สามารถผ่านไปยังทารก ทำให้เสียชีวิตได้ ภาวะเช่นนี้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ต่อไป ทารกก็จะได้รับอาหารและออกซิเจนน้อยลงตามลำดับ จนในที่สุดก็เสียชีวิตในครรภ์ได้เช่นกัน
การแก้ไข แก้ไขได้อย่างไรสำหรับการผ่าตัดโพรงมดลูก เพราะตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดที่หนองคาย

















มดลูกของมนุษย์เราเกิดจากท่อที่จะเติบโตต่อไปเป็นมดลูกข้างซ้ายและข้างขวามารวมกันตรงกลาง และเชื่อมกันสนิทเป็นท่อเดียวกัน เกิดเป็นมดลูกอยู่ตรงกลางพอดี แต่ถ้าท่อมดลูกทั้งสองข้าง ไม่มาเชื่อมกันตรงกลาง หรือเชื่อมไม่สนิท รูปร่างของมดลูกก็จะผิดปกติไป เช่น มี 2 มดลูกคือซีกซ้ายและซีกขวาแยกจากกันตลอด อาจจะถึงช่องคลอดเลยก็ได้ กลายเป็นคุณแม่ที่มี 2 ช่องคลอด 2 ปากมดลูก และ 2 มดลูก เรียกว่าแยกกันอย่างสมบูรณ์แบบ หรือเชื่อมกันบางส่วน คือ ส่วนล่างเชื่อมกัน แต่ส่วนบนเชื่อมกันไม่สำเร็จ เกิดเป็นมดลูกรูปร่างคล้ายพัด แต่ส่วนบนแยกเป็น 2 แฉก บางครั้งมดลูกเชื่อมกันเกือบสมบูรณ์แล้ว ขาดแต่บริเวณปลายเท่านั้นที่ไม่เชื่อมกัน รูปร่างมดลูกจะคล้ายรูปหัวใจ

แต่ไม่ว่ามดลูกจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ก็ไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องทำคลอด ลูกของคุณนิรมลก่อนกำหนด มดลูกของคุณนิรมลมี 2 โพรงมดลูกข้างซ้ายและข้างขวา เวลาตั้งครรภ์ทารกก็สามารถเติบโตไปตามปกติจนครบกำหนดได้ โดยมดลูกโพรงที่ตั้งครรภ์จะโตขึ้นเพียงข้างเดียว ผลก็คือมดลูกจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง แทนที่จะอยู่ตรงกลาง ทารกจึงมักจะอยู่ในท่าเอียงๆ หรือตะแคง ทำให้มีโอกาสอยู่ในท่าผิดปกติ ที่คลอดยากหรือคลอดไม่ได้มากขึ้น ส่วนรกก็อาจจะฝังตัวผิดตำแหน่ง เพราะบริเวณยอดมดลูกมีรูปร่างผิดไป อาจมาเกาะทางส่วนล่างแทนเกิดเป็นรกเกาะต่ำ ปิดปากมดลูกเช่น ในรายของคุณนิรมล ทำให้มีเลือดออกก่อนกำหนดคลอดได้ รวมทั้งอาจตกเลือดหลังคลอดได้เนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ทำให้ทารกเจริญเติบโตผิดปกติหรือแคระแกร็น ทารกสามารถเจริญเติบโตจนครบกำหนด สมบูรณ์แข็งแรงดีเช่นทารกทั่วๆ ไปครับ สำหรับการแก้ไข อาจทำได้ตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ โดยการทำผ่าตัดเย็บมดลูกทั้ง 2 ข้าง ให้เข้ามาเชื่อมติดกันตรงกลาง แต่มีข้อเสียคือมดลูกอาจแตกบริเวณแผลที่เย็บเชื่อมได้ในขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้เสียชีวิตทั้งมารดาและทารก ผมว่าคุณนิรมลไม่จำเป็นต้องไปผ่าตัดแก้ไขหรอกครับ ปล่อยเอาไว้ตามเดิมนั่นแหละดีที่สุดแล้ว
และถ้าหากอยากตั้งครรภ์ใหม่ควรปฏิบัติตนอย่างไรถึงจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ดิฉันได้ส่งแบบแจ้งผลการตรวจรักษามาให้พิจารณาประกอบด้วย ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีความสุขเลย กังวลสารพัด คิดมาก กลัว หมดหวังสำหรับการตั้งครรภ์











คุณนิรมลก็คงทราบแล้วว่า สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ต้องสูญเสียลูกไปก็คือ โรคความดันโลหิตสูงนั่นเอง ดังนั้นในครรภ์ต่อไปคุณนิรมลต้องอยู่ภายใต้การดูแล ของสูติแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษไม่ให้เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นช้าที่สุด สูติแพทย์บางท่านอาจแนะนำให้กินยาแอสไพรินในขนาดต่ำๆ ตลอดการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษ แต่ก็ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจน และยังต้องคอยระมัดระวัง การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือเลือดออกมากกว่าปกติในขณะคลอดลูก ซึ่งเป็นผลจากยาแอสไพรินได้

จากประสบการณ์ส่วนตัวของผม ภาวะครรภ์เป็นพิษไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตลอดทุกครรภ์ไป บางครั้งครรภ์ที่แล้วความดันโลหิตสูงมากจนชัก พอครรภ์ต่อมากลับปกติจนคลอด โดยที่ไม่ได้ให้การรักษาอะไรเลย

คุณนิรมลอายุยังน้อย ยังสามารถตั้งครรภ์ได้อีกหลายครั้งอย่าเพิ่งคิดมากกังวล หรือหมดหวังครับ พยายามควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ผมมั่นใจว่า ครรภ์ต่อไปคงจะไม่เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษขึ้นแน่ครับ

นิรมล พระจันทร์ - ถาม น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์ - ตอบ




(update 19 ธันวาคม 2003]
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก   ปีที่ 19 ฉบับที่ 219 เมษายน 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600