คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิกกฏหมาย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ]
law clinic

หนี้สินสามีภริยา


ดิฉันและสามีมีโครงการจะแต่งงานเป็นสามีภริยากันในไม่ช้า แต่เราทั้งสองคนต่างประกอบธุรกิจ ด้วยกันทั้งคู่
ดิฉันจึงอยากจะเรียนถามพี่สุกัญญาว่า ถ้าดิฉันจดทะเบียนสมรสกับแฟน ในวันข้างหน้าในภาวะเศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่ในวันนี้ หรือวันข้างหน้าเราจึงมีหนี้สินก่อนจดทะเบียนสมรส เป็นสามีภริยากันนั้น จะมีผลเป็นหนี้ส่วนตัวหรือหนี้รวมระหว่างเราสองคนได้อย่างไรบ้าง

ขณะนี้แฟนได้กู้ยืมเงินของดิฉันไปทำธุรกิจหลายแสนบาท ถ้าแต่งงานกันแล้ว หากเราต้องเลิกกันในข้างหน้า ดิฉันจะสามารถเรียกร้องเงินที่แฟนยืมไปคืนได้หรือไม่และจะบังคับเอาจากทรัพย์สินของเขาเอง หรือเอาจากสินสมรสเท่านั้น

ระพีพรรณ กรุงเทพฯ

ตอบ
หนี้ก่อนสมรส กรณีที่ชายหรือหญิงไปเป็นหนี้กับบุคคลภายนอก แต่ละฝ่ายก็ต้องรับผิดใช้ที่ตนเป็นผู้ก่อ ขึ้นมาเป็นการส่วนตัว
หนี้ในระหว่างสมรส โดยหลักแล้ว คู่สมรสฝ่ายใดเป็นผู้ก่อหนี้ขึ้น หนี้ที่เกิดขึ้นก็เป็นหนี้ส่วนตัวของฝ่ายนั้น แต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบกันเองเป็นการส่วนตัว เว้นแต่จะเป็นหนี้ร่วมกันหรือที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหนี้ร่วมกันแล้วจึงจะรับผิดชอบร่วมกัน

สำหรับหนี้ที่กฎหมายบัญญัติให้ถือเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีภริยานั้น จะมีผลทำให้ แม้จะมีชื่อคู่สมรส ฝ่ายใดเป็นลูกหนี้ฝ่ายเดียว แต่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดร่วมกันมีอยู่ 4 กรณี คือ

1. หนี้ที่เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือน จัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะ เลี้ยงดู การรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว และการศึกษาของบุตร ตามสมควรแก่อัตภาพ
หนี้เหล่านี้จะต้องมีจำนวนพอสมควรแก่อัตภาพของครอบครัว เพราะหากเกินสมควรแล้ว ส่วนที่เกิน ย่อมไม่ถือว่าเป็นหนี้ร่วม แต่กลายเป็นหนี้ส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายนั้นได้ เช่น หนี้ที่สามีไปค้ำประกัน การทำงานให้กับญาติพี่น้อง หรือเพื่อน หรือผู้ใดเป็นส่วนตัว ภริยาย่อมไม่ต้องรับผิดชอบ ในหนี้ค้ำ ประกันที่ถูกฟ้องในเวลาต่อมา เป็นต้น

หนี้ตามข้อนี้หากสมควรแก่อัตภาพแม้จะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่สามีภริยาแยกกันอยู่ แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนหย่าก็ถือว่าเป็นหนี้ร่วมทั้งสองฝ่ายเช่นกัน

2. หนี้ที่เกี่ยวข้องกับการสมรส เช่น กู้ยืมเงินมาซ่อมแซมบ้านที่เป็นสินสมรส

3. หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน
เช่น เปิดร้านขายของ ภริยาเป็นคนขาย สามีซื้อเชื่อของเข้าร้านหนี้ค่าซื้อเชื่อเป็นหนี้ร่วม, สามีทำธุรกิจจัดสรรที่ดิน ภริยาก็ต้องรับผิดชอบในสัญญาที่สามีลงลายมือชื่อในสัญญาจะขาย ที่ดินจัดสรร ไว้คนเดียว ร่วมกับสามีด้วย,
สามีกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนเปิดห้างให้ภริยาดูแล สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่สามีทำกับธนาคาร โดยมีเงื่อนไข ให้ภริยาเบิกจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าวได้

4. หนี้ที่สามีก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งให้สัตยาบัน
หนี้ประเภทนี้เดิมจะผูกพันแต่เฉพาะสามีภริยาฝ่ายที่ไปก่อหนี้ขึ้น แต่ถ้าคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปให้สัตยาบัน ยอมรับหนี้ที่คู่สมรสของตนได้ก่อขึ้น การให้สัตยาบันจะมีผลให้หนี้ดังกล่าวนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างสมรส กลายเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา การให้สัตยาบันไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้น อาจจะให้สัตยาบันด้วยปากเปล่าไว้ หรือลงรายมือชื่อในหนังสือให้ความยินยอมคู่สมรส ให้คู่สมรสของตน กู้ยืมเงิน หรือจะลงรายมือชื่อในฐานะพยานในสัญญากู้ยืมเงินของสามี

แต่ถ้าเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนสมรสแล้ว แม้ต่อมาภายหลังคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งจะให้สัตยาบัน ก็ยังเป็นหนี้ส่วนตัวของคู่สมรสผู้ที่ก่อหนี้ การให้สัตยาบันหนี้ก่อนสมรสไม่ทำให้หนี้นั้นกลายเป็นหนี้ร่วม ระหว่างสามีภริยาไปได้

เหตุที่ต้องแยกเป็นหนี้ส่วนตัวหรือหนี้ร่วมเพราะถ้าเป็นหนี้ส่วนตัว ไม่ว่าจะก่อขึ้นก่อนหรือระหว่างสมรส เจ้าหนี้จะต้องบังคับหนี้เอากับสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่ก่อหนี้ก่อน ถ้าไม่พอถึงจะไปบังคับหนี้ เอากับทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสของคู่สมรสฝ่ายที่ก่อหนี้ได้ ซึ่งหากมีการบังคับคดีหนี้สินส่วนตัวเอาจาก สินสมรสแล้วจะทำให้คู่สมรสที่ไม่ได้ก่อหนี้ก็มีสิทธิร้องขอกันส่วนของตนจากทรัพย์สินที่เป็นสินสมรส ในส่วนของตนครึ่งหนึ่งออกมาได้

แต่ถ้าเป็นหนี้ร่วม เจ้าหน้าที่ตามคำพิพากษาที่ชนะคดี จะยึดสินส่วนตัวก่อนหรือสินสมรสก่อนก็ได้ และการยึดสินส่วนตัวจะยึดสินส่วนตัวของฝ่ายใดก็ได้ เพียงแต่ในการยึดสินส่วนตัวของฝ่ายใด เจ้าหน้าที่จะต้องฟ้องคู่สมรสทั้งสองฝ่ายเข้ามาด้วยกัน เพราะถ้าไม่ฟ้องเข้ามาด้วยกันก็จะไปยึดสินส่วนตัว ของฝ่ายที่ยังไม่ถูกฟ้องไม่ได้ เนื่องจากคำพิพากษาให้ชำระหนี้ดังกล่าวไม่ผูกพันคู่สมรสที่ไม่ได้ถูกฟ้องคดี

และกรณีที่ชายและหญิงเป็นหนี้กันเอง อันเป็นหนี้ส่วนตัวนั้น แม้ต่อมาชายหญิงคู่นี้ได้จดทะเบียนสมรส เป็นสามีภริยากัน หรืออาจเป็นหนี้ส่วนตัวขึ้นมาในระหว่างสมรส การที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้จะฟ้องคดีจนชนะคดีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถไปยึดหรืออายัดทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่งได้ สามีภริยาจะยึดหรืออายัดทรัพย์กันเองได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้ เช่น เป็นหนี้อุปการะเลี้ยงดู

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]