คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิกกฏหมาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2542 ]
law clinic

วันเริ่มต้นของการหย่า


เมื่อปีที่แล้วภริยาได้ฟ้องหย่าผมและศาลได้มีคำพิพากษาให้เราหย่ากันเมื่อต้นปีนี้เอง แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน เพราะภริยาเล่นแง่อ้างว่า ยังไม่มีเวลาว่าพอกับเรื่องไร้สาระ ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่อยากไปตอแยกับภริยาอีกจึงปล่อยเลยตามเลยมาหลายเดือนแล้ว จึงอยากจะถามคุณสุกัญญา ดังนี้

  1. ถ้าวันข้างหน้าผมจะจดทะเบียนสมรสใหม่ หากผมยังไม่มีใบทะเบียนหย่ามีแต่คำพิพากษาของศาลให้หย่า และจะถือว่าเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อนหรือไม่
  2. ในกรณีที่ภริยาผมไม่ไปจดทะเบียนหย่ากับผม ผลของการหย่าของผมจะมีผลแล้วหรือยังและถ้ามีแล้วจะเริ่มต้นนับตั้งแต่เมื่อไหร่
  3. ถ้าผมจะให้การหย่ามีผลโดยไม่ต้องไปง้อภริยาให้มาจดทะเบียนหย่ากับผม ผมจะต้องทำอย่างไร ผมอยากจะทำให้เรียบร้อย

ปัญญา กรุงเทพฯ

ตอบ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของเราได้กำหนดไว้ว่า "การสมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายนั้นการหย่าโดยความยินยอมของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีผลนัยแต่เวลาจดทะเบียนหย่าเป็นต้นไป และการหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้ เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว"

ดังนั้นการหย่าโดยคำพิพากษาของศาลมีผลตั้งแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดคือ วันที่มีการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ถ้าคดีนั้นไม่มีการฎีกา ก็นับตั้งแต่พ้นกำหนดระยะเวลาฎีกา คือ 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา ถ้าหากไม่มีการขอขยายระยะเวลาฎีกาไว้ ถ้าคดีนั้นสิ้นสุดที่ศาลขั้นต้นก็ต้องให้พ้นระยะเวลากำหนดเวลาอุทธรณ์ 1 เดือน ในกรณีที่ไม่มีการขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ ปกติถ้าคดีสิ้นสุดแล้วคู่ความก็สามารถคัดรับรองสำเนาคำพิพากษาและรับรองว่า คำพิพากษานี้ถึงที่สุดแล้วได้จากศาล (คำถามข้อ 2 )

ดังนั้นคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้สามีภริยาคู่ใดหย่าขาดจากกันได้แล้ว แม้จะยังไม่มีการไปจดทะเบียนหย่าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็สามารถที่จะจดทะเบียนใหม่กับบุคคลอื่นได้ ไม่ถือว่าเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน เพราะการสมรสเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว (คำถามข้อ 1)

อย่างไรก็ตาม การหย่าขาดตามคำพิพากษาของศาลแม้จะมีผลนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ตาม แต่หากยังไม่ได้ไปจดทะเบียนหย่า จะนำการหย่าไปอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้ ดังนั้นหากมีกรณีที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกและเขาไม่รู้ว่าสามีภริยาคู่นี้ ศาลพิพากษาให้หย่าแล้วและเขาเกิดเสียหายจากการที่มาทำนิติกรรมสัญญากับคู่สมรสเดิม อีกฝ่ายหนึ่งจะอ้างว่าไม่เกี่ยวกับตน ไม่เกี่ยวกับสินสมรสเพราะหย่ากันแล้ว มาอ้างกับบุคคลภายนอกที่เขาไม่รู้ไม่ได้ ทางที่ดีจึงควรจะได้ไปจดทะเบียนหย่ากันให้เรียบร้อย

ในกรณีที่ภริยาของคุณไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าตามคำพิพากษาของศาลแต่เดิมมักจะมีการขอกันในฟ้องว่า หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งนำคำพิพากษาไปแสดงขอจดทะเบียนหย่าได้ ปัจจุบันทนายคนใดที่ใส่คำฟ้องหย่าว่า "หากจำเลยไม่ไปหย่าให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย" ไว้ด้วยนั้นถือว่าคนนั้นเชย เพราะการจดทะเบียนหย่า โดยคำพิพากษาของศาลคู่สมรสไม่ต้องแสดงเจตนาขอจดทะเบียนการหย่าต่อนายทะเบียนอีก เนื่องจากมีพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 มาตรา 16 ได้บัญญัติให้ผู้มีส่วนได้เสียเพียงแต่ยื่นสำเนาคำพิพากษาอันถึงที่สุดที่รับรองถูกต้องแล้วต่อนายทะเบียนและขอให้นายทะเบียนบันทึกการหย่าไว้ในทะเบียนเท่านั้น ดังนั้นถ้าภริยาคุณไม่ไปและคุณไม่อยากง้อก็สามารถทำให้เรียบร้อยได้โดยใช้วิธีตามมาตรา 16 นี้

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]