คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิกกฏหมาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 14 กันยายน 2542 ]
law clinic

คู่สมรสแยกกันอยู่ชั่วคราว


ผมแต่งงานมาเป็นเวลา 20 กว่าปี ต่อมาทราบว่าภริยาผมมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้ชายอื่นด้วย ผมพยายามให้อภัยและได้ขอร้องให้เธอเลิกติดต่อกัน เพื่อความสงบสุขของครอบครัวเรา เป็นเวลาเกือบ 2 ปี เขาและเธอจะเลิกกัน ผมและเธอได้ทนอยู่กันแบบเซ็งๆ ด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอก็ไม่ค่อยอินังขังขอบผมเท่าใดนัก ผมก็อยู่อย่างคนหวาดระแวงว่าเธอเคยเป็นของคนอื่น แต่ผมและเธอก็ได้พยายามอดทนเพื่อลูกสองคนตลอดมา ขณะนี้ลูกคนโตแต่งงานหมดห่วงไปแล้ว ส่วนลูกคนเล็กสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ กำลังจะเดินทางไปเรียน

ส่วนผมกับภริยาลับหลังลูกก็ทะเลาะกันบ่อย ๆ หรือพูดเสียดสีกันประจำ ทำให้เธอยื่นข้อเสนอให้กับผมว่า ถ้าหากเราไม่ประสงค์จะหย่ากันก็ได้แต่จะแยกกันอยู่สักพักดีไหม เพื่อผมจะได้เจอผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่าเธอ ผมจะได้ตัดสินใจหย่ากับเธอได้ โดยที่เธอไม่คิดมากว่าเธอได้ทำร้ายจิตใจผม ส่วนเธอก็จะได้มีโอกาสคิดทบทวนความดีของผมได้ว่าจะมีผู้ชายอื่นที่อดทนกับเธอเท่าที่ผมพยายามอดทนได้หรือไม่

ทุกครั้งที่เรามีปากมีเสียงกันหรือบางครั้งลงไม้ลงมือกันบ้าง เราก็หาข้อยุติกันว่า ถ้าไม่อยากให้ลูกเสียใจคงต้องแยกกันอยู่ชั่วคราวสักระยะโดยยังไม่หย่า เพราะไหนจะเรื่องปัญหาทรัพย์สินหนี้สินที่หากแบ่งยังคงตกลงกันไม่ได้ หรือปัญหาสังคมเพราะภริยาผมเป็นข้าราชการใหญ่ในจังหวัด เธอยังไม่พร้อมที่จะตอบคำถามญาติพี่น้องว่า เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว ผมจึงอยากจะปรึกษาคุณสุกัญญาดังนี้

  1. หากผมจะตกลงตามข้อเสนอของภริยาว่า เราจะแยกกันอยู่ชั่วคราว ระยะเวลานานแค่ไหนที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งอ้างเหตุตกลงกันอยู่มาฟ้องหย่าได้ในภายหลัง
  2. ถ้าหากผมไม่ตกลงตามที่ภริยาผมเสนอ ภริยาผมจะฟ้องกันตามศาลขอแยกกันอยู่กับผมได้หรือไม่ เพราะภริยาผมขู่ว่าหากผมทำร้ายร่างกายเธออีก เธอจะฟ้องศาลขอไปอยู่ตามลำพัง
  3. และหากผมตกลงแยกกันกับภริยาอยู่ จะถือเป็นความยินยอมของภริยาให้ผมสามารถมีภริยาคนใหม่ในระหว่างนี้ โดยภริยาผมไม่มีสิทธิจะฟ้องหย่ากันได้หรือไม่

ภูวดล

ส่วนใหญ่การที่สามีภริยาไม่ต้องการหย่า อาจเป็นเพราะยังไม่พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาที่จะตามมาอีกหลายอย่าง ฝ่ายที่ไม่ต้องการหย่าจึงมักกลัวเสมอว่าจะป้องกันอย่างไร ไม่ให้เขาฟ้องหย่าเราได้ โดยเฉพาะรายที่มีทรัพย์สินมาก จะเห็นได้ชัดในต่างประเทศที่ฝ่ายที่ถูกฟ้องหย่ามักจะจนลงไปครึ่งหนึ่งเพราะต้องแบ่งสินสมรสกันคนละครึ่ง หากอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ หลายรายที่ตั้งตัวเป็นเศรษฐีกับเขา เพราะได้ส่วนแบ่งจากสินสมรสนี่แหละ

คนดังทั้งหลายจึงมักแต่งงานและหย่ากันหลายครั้งเป็นเรื่องธรรมดา ดีเสียอีกที่จะได้กลายเป็นม่ายทรงเครื่อง ส่วนฝ่ายที่ไม่ต้องการแบ่งทรัพย์สินที่ตนสู้อุตส่าห์สร้างขึ้นมาในระหว่างสมรสต้องถูกแบ่งไป ก็พยายามประคับประคองไม่ให้อีกฝ่ายมีเหตุผลที่จะฟ้องหย่าได้

1. กรณีที่สามีภริยาไม่ต้องการที่จะถึงขั้นหย่า แต่ต้องการที่จะแยกกันอยู่ชั่วคราวไม่ว่าจะเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะตบตี หรือเพื่อความสบายใจชั่วคราวในระหว่างมีปัญหากัน ฯลฯ สามีภริยาอาจทำข้อตกลงระหว่างกันเพื่อแยกกันอยู่ชั่วคราวได้ โดยอาจจะตกลงกันด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนไว้ก็ได้

ผลของการตกลงแยกกันอยู่ มีประโยชน์ในแง่ที่ว่า แม้จะแยกกันอยู่เกิน 1 ปี ก็ไม่ถือว่าเป็นการจงใจทิ้งร้าง คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะอ้างมาเป็นเหตุฟ้องหย่าว่าถูกอีกฝ่ายหนึ่งทิ้งร้างไปไม่ได้

แต่ต้องระวังว่าถ้าหากตกลงแยกกันอยู่เป็นเวลาเกิน 3 ปี ถ้าหากการตกลงแยกกันอยู่นี้เป็นเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข และได้แยกกันอยู่โดยสมัครใจมาเป็นเวลาเกิน 3 ปี สามีหรือภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิ์ฟ้องหย่าได้

2. สามีหรือภริยาฝ่ายที่ต้องเสียหายหรือเดือดร้อน อาจร้องขอต่อศาลให้อนุญาตแยกกันอยู่ชั่วคราวได้ 3 กรณี คือ

  1. การอยู่ร่วมกันจะเป็นอันตรายแก่กายอย่างมากของสามีหรือภริยา
  2. การอยู่ร่วมกันจะเป็นอันตรายแก่จิตใจอย่างมากของสามีหรือภริยา
  3. การอยู่ร่วมกันจะเป็นการทำลายความผาสุกอย่างมากของสามีภริยา ดังนั้นการที่ภริยาถูกทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุหนึ่งที่แม้คุณไม่ตกลงจะแยกกันอยู่ชั่วคราวกับภริยา แต่ภริยาก็สามารถมาร้องต่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้แยกกันอยู่ชั่วคราวได้

3. เมื่อสามีภริยาทำข้อตกลงแยกกันอยู่ต่างหากชั่วคราวตามข้อ 1. หรือศาลมีคำสั่งอนุญาตให้แยกกันอยู่ต่างหากเป็นการชั่วคราวตามข้อ 2. ก็ตาม สามีภริยาต่างฝ่ายต่างหมดหน้าที่ที่จะต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อกันแต่ยังไม่ถือว่าการสมรสสิ้นสุดลง สามีหรือภริยาที่ตกลงแยกกันอยู่จึงไม่อาจจะทำการสมรสกับบุคคลใหม่ได้ การที่ตกลงแยกกันอยู่หากอีกฝ่ายหนึ่งไปมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นระหว่างนี้ ก็เป็นเหตุที่ทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายสามารถฟ้องหย่าได้

จะต่างกันก็แต่เพียงว่า ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวระหว่างสามีกับหญิงอื่นนั้น สามีต้องให้การอุปการะยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาด้วย...ภริยาจึงจะฟ้องหย่าสามีได้ ส่วนฝ่ายภริยาแค่มีหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับชายใดไม่ต้องถึงขนาดยกย่องว่านี่คือสามี สามีก็ฟ้องหย่าภริยาว่ามีชู้ได้แล้ว

ดังนั้นการที่ภริยาไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับชายอื่น หรือการที่สามีอุปการะยกย่องหญิงแทนฉันภริยา ในขณะที่ตกลงแยกกันอยู่ชั่วคราวหรือศาลอนุญาตให้แยกกันอยู่นี้ อาจทำให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเหตุที่จะฟ้องหย่าได้ เพราะการแยกกันอยู่ชั่วคราวมิใช่เป็นการหย่ากัน วัตถุประสงค์ของการตกลงแยกกันอยู่ชั่วคราวระหว่างสามีภริยาจึงไม่ได้หมายความถึงขนาดที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างมีอิสระเสรีที่จะมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ โดยจะช่วยป้องกันมิให้อีกฝ่ายจะมาฟ้องหย่าตนในเหตุหย่าข้ออื่นด้วยนะคะ

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]