คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 325 มีนาคม 2542]

ล้างไม่ออก

ณรงค์ นิติจันทร์


คำว่า "แฟชั่น" ดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อผู้หญิงในบ้านเราอย่างม้ากมาก อะไรที่เป็นแฟชั่น คุณเธอจะรับเอาทันที โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ไม่คำนึงว่าในความเป็นจริงแล้ว มันไปกันได้กับตัวเองหรือเปล่า เข้าท่าเข้าทางหรือเปล่า

แม้กระทั่งความปลอดภัยที่ควรใส่ใจก็ไม่นำพา ก็มองข้าม ฉันจะทำเพราะนั่นคือแฟชั่นไม่งั้นจะล้าหลังเข้ากับฝูงเขาไม่ได้

ตัวอย่างในตอนนี้ (ต้นปี 2542) ที่มาแรงคือ "เสื้อสายดี่ยว" ของคุณผู้หญิง เป็นเสื้อที่ไม่มีคอ ไม่มีไหล่ เปิดคอ เปิดไหล่ แล้วรั้งส่วนที่เป็นเสื้อปิดแผ่นหลังและหน้าอกหน้าใจไว้ ด้วยสายเส้นเล็กกระจิ๋วหลิวข้างละเส้น รวมแล้วเสื้อตัวหนึ่งมีสองเส้น แต่เรียกว่า "เสื้อสายเดี่ยว"

บางรายหนักไปกว่านั้น เสื้อสายเดี่ยวที่ว่านี้เปิดหลังด้วย และมีสายเดี่ยวจริงๆ คือ สายที่คล้องคอไว้ ดูแล้วเหมือนเอี๊ยมนั่นแหละ โอเค! สาวๆ หรือไม่สาว (ก็เอากะเขาด้วย) อาจจะมีเนื้อมีหนัง มีผิวพรรณพอที่จะโชว์ได้ อาจจะดูเซ็กซี่ ทำให้ไอ้หนุ่มไอ้แก่หรือกลางๆ อย่างผมซี๊ดซ๊าด

ในรายที่ผอมโกโรโกโส แผ่นอก ไหปลาร้าเห็นแต่ก้าง เห็นแต่กระดูกกระเดี้ยวแต่ไม่เจียมบอดี้ ยอมให้แฟชั่นครอบงำ โดยไม่คำนึงถึงว่ามันเหมาะมันควรอุตส่าห์สายเดี่ยวกะเขา แลดูน่าเกลียดน้อยอยู่เมื่อไหร่

เคยสวมเสื้อผ้าค่อนข้างมิดชิดอำพรางไว้แล้วมีราคา มีคนเหล่ พอเห่อแฟชั่นสายเดี่ยวเลยหมดราคา ไอ้หนุ่มมองแล้วห่อเหี่ยว (ใจนะไม่ใช่อย่างอื่น) ยังงี้ก็มี

เสื้อสายเดี่ยวยังไม่ปลอดภัยอีกต่างหาก เพราะเอาเนื้อหนังมักสา ออกมาล่อตะเข้ เท่านั้นไม่พอ เสื้อสายเดี่ยวที่สวมใส่สามารถดึง ให้หลุดลุ่ยได้ง่ายมาก เมื่อหลุดง่ายเผยให้เห็นเนื้อหนังมากขึ้น ผู้ร้ายทางเพศก็งุ่นง่านมากขึ้นเป็นเงาตามตัวแล้วมันจะเหลือหรือน้อง อะไรไม่ว่ามีเอดส์แถมอีกต่างหาก (ผู้ร้ายมันไม่สวมนวมหรอกขอรับ)

อันตรายของเสื้อสายเดี่ยวอีกอย่างคือ สายเดี่ยวที่เสื้อ ถ้าทำด้วยผ้าหรือวัสดุค่อนข้างเหนียว ผู้ร้ายทางกาม อาจจะนำมาใช้ประโยชน์อีกทางหนึ่งเวลาลงมือทำชั่ว นั่นคือ รัดคอเหยื่อเพื่อปิดปาก ลองนึกภาพว่าตายอย่างทรมานแค่ไหน น่ากลัวไหม!!!

อันที่จริงเสื้อถ้ามีคอปก มีไหล่สามารถออกแบบได้หลากหลาย ผิดจากเสื้อสายเดี่ยวไปได้ไม่เท่าไหร่หรอก เพราะสายเดี่ยวบังคับ เอากันแค่พอหอมปากหอมคอก็น่าจะหยุดได้แล้วสำหรับเสื้อสายเดี่ยว มันไม่เริ่ดอะไรนักหรอกทูนหัว

แฟชั่นอีกอย่างที่ผมเห็นว่าไม่เอาอ่าวอย่างมาก คือ แฟชั่นทรงผม ที่ผมเรียกว่า "ทรงกระเซอะกระเซิง"

เป็นทรงผมที่แสดงถึงความไม่เรียบร้อย ขาดระเบียบวินัย ดูยังไงก็เห่ย ทรงผมนี้ถ้าอยู่บนหัวผู้หญิงที่อยู่กันตามลำพัง กับผู้ชายพายเรือแล้วโผล่หน้าออกมาให้คนเห็น มันเหมือนกับผู้หญิง คนนั้นโดนปลุกปล้ำโดนข่มขืน หรือไม่ก็สมัครใจฟัดกับผู้ชายมาหยกๆ ยังไงยังงั้น อ้าว ลองนึกดูซิว่าจริงไหม

แฟชั่นนี้คงทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหาวเรอไม่น้อย ถ้าลูกหลาน มันเห่อตามคนอื่น ถ้ามองหาแง่ดีของทรงผมกระเซอะกระเซิง น่าจะอยู่ที่การทุ่นเงินไปทำผม ไม่ต้องเข้าร้านเสริมสวย ตื่นขึ้นมา ไม่ต้องเอาธุระกับหัวกระบาลของตัวเอง แต่งตัวเสร็จไปไหนได้เลย ปล่อยให้ผมกระเซอะกระเซิงไปตามเรื่อง ถ้ายังไม่พอใจก็ให้คนใกล้ตัว จับหัวขยี้ๆ หรือขยี้เองก็เสร็จกระเซอะกระเซิงสมใจ เพื่อนๆ ที่บ้าตามแฟชั่น เห็นอาจจะร้องกรี๊ดกร๊าด "วุ้ย เธอไปทำผมร้านไหนเนี่ยบอกมั่งเด้ วุ้ยเริ่ด ที่สุดเลย"

มาคิดดูแล้วคนบ้านเราโดยเฉพาะผู้หญิง (ผู้ชายก็แยะ) อยู่อย่างไร้จุดยืน มีแต่จุดระทวย อยู่อย่างขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เขาเฮไปทางไหน เห่ยแค่ไหน ไปด้วยทั้งนั้น ในความเป็นจริง เราต้องใช้มองพินิจพิจารณาซะก่อนว่า มันดีจริงหรือเปล่า ไปกันได้กับสังขารร่างกายเราหรือเปล่า ไตร่ตรอง ในฐานที่เกิดเป็นคนดีแล้ว ค่อยตัดสินใจว่าจะเอาด้วยไหม เอาแค่ไหน

การบ้าตามแฟชั่นแสดงถึงความอ่อนแอ ไม่เป็นตัวของตัวเอง และเป็นเหยื่อของพวกขายแฟชั่น หมดเงินหมดทองไปอย่างไร้สาระ มีไม่น้อยที่หวนคิดและตั้งสติได้อยากเขกกะโหลกตัวเองสักโป๊กสองโป๊ก ในตอนหลัง
"ไหงเราเพี้ยนไปถึงขนาดนี้"

บางคนหนักหนาไปกว่านั้น หวานใจที่อยู่ข้างๆ ยอมรับไม่ได้กับแฟชั่น และพาลคิดไปว่ายายนี้สมองนุ่มนิ่ม ไม่เหมาะจะเป็นแม่พันธุ์เป็นแม่ของลูก โบกมือ บ๊ายบาย กลายเป็นเรื่องเสียแฟนเพราะแฟชั่นไปซะฉิบ แฟนโปเกยังพอทน ถ้าเป็นแฟนดีๆ สเปกหายาก ทอลล์ดาร์คแอนด์แฮนซั่มมากๆ มันนี่ การเอาแฟนไปแลกกับแฟชั่นที่ไม่เอาเหนียง มันคุ้มไหมล่ะตัว จริงไหมตัว

นับหนึ่งถึงพัน หายใจลึกๆ เหยาะหัวคิดลงไปสักนิด ก่อนที่จะติดบ่วงแฟชั่น เอาล่ะเรามาหาความรู้เกี่ยวกับครอบครัว จากคดีความกันซะหน่อย

เป็นเรื่องของการ "จดทะเบียนซ้อน" ซึ่งยังมีอยู่ ทำได้ (ไม่ยาก) และเกิดขึ้นในบ้านเรา โดยคุณผู้หญิงไม่ยักก่อม็อบไม่ยักรวมตัว ออกมาเรียกร้องให้แก้ไขกฎระบียบเพื่ออุดช่องโหว่ ให้กระโห้ ไปจดทะเบียนซ้อนไม่ได้ (อุดได้ไม่ยาก)

ที่ยุให้ก่อม็อบเพราะผู้บริหารคือนักการเมืองบ้านเรามัวแต่กัดกัน หมดเรื่องนี้หาเรื่องโน้น ไม่สนใจแก้ปัญหาให้ชาวบ้านร้องขออะไรดีๆ ไม่เคยได้ จึงต้องก่อม็อบร่ำไป

เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจากการที่ "นางสุพรรณบุรี" (อย่าเพิ่งตื่นตูม ถามหารูปเพื่อซื้อไปกราบไหว้ ทั้งๆ ที่ควรไหว้มีอยู่แล้วเพราะรายนี้ ชื่อสุพรรณบุรีไม่ใช่สุพรรกัลยาที่คนหัวแหลมเปี๊ยบโมเมชั่น วาดรูปคล้ายๆ ตัวเองแล้วเอามาขาย) เธอหลวมตัวไม่มากไม่มาย แค่ไปจดทะเบียนอยู่กินกับ พ.ต.พร้อม (ไม่ใช่ร้อยตรีพร้อม ในสาวเครือฟ้า) จนได้ลูกสองคน

ต่อมานางสุพรรณบุรีรู้ว่า "มาทีหลัง" ก่อนหน้านั้น พ.ต.พร้อม จดทะเบียนหรือตีตั๋วกับ นางจงรักไปแล้ว ด้วยความที่นางสุพรรณบุรี เธอค่อนข้างรักศักดิ์ศรี ไม่อยากกินน้ำใต้ศอกใคร ทั้งๆ ที่กินมาตั้งนาน จึงตกลงแยกทางกับ พ.ต.พร้อม จดทะเบียนหย่าเป็นที่เรียบร้อย

ไม่เคลียร์ใจหรือล้างใจไม่หมดหรือยังไงไม่ทราบ นางสุพรรณบุรี หาเรื่องขึ้นศาล ไปจ้างทนายยื่นคำร้องที่ศาล

ระบุว่านางสุพรรณบุรีจดทะเบียนสมรสกับ พ.ต.พร้อม เมื่อปี 2513 และจดทะเบียนหย่าเมื่อปี 2528 สาเหตุที่หนูมาร้องศาล เพราะหนูรู้ในตอนหลังว่า พ.ต.พร้อมได้จดทะเบียนสมรสกับนางจงรัก เมื่อปี 2507 ดังหลักฐานที่เดี๊ยนเสมอมา เมื่อเป็นยังงี้การจดทะเบียนสมรส ของหนูกับพ.ต.พร้อมจึงฝ่าฝืนกฎหมาย หนูรับไม่ได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า การจดทะเบียนสมรสระหว่างหนูกับพ.ต.พร้อมเป็นโมฆะ

ศาลชั้นต้นไม่ต้องออกเหงื่ออะไรมากพิจารณาแล้วเห็นว่า สั่งให้ตามที่นางสุพรรณบุรีร้องขอไม่ได้ จึงมีคำสั่งยกคำร้องไปเลย

นางสุพรรณบุรีไม่ลดละความพยายามยื่นอุทธรณ์ขึ้นไป ศาลอุทธรณ์ก็ไม่เอาด้วย พิพากษายืน มุ่งมั่นพอสมควร นางสุพรรณบุรียื่นฎีกา ยืนยันว่า ศาลต้องสั่งให้หนูเพราะมันโมฆะจริงๆ ศาลฎีกาลูบคลำคดีนี้จนกระจ่างและชี้ขาดออกมาดังนี้

"จริงอยู่การจดทะเบียนสมรสระหว่างนางสุพรรณบุรีและ พ.ต.พร้อมขณะที่ พ.ต.พร้อมจดทะเบียนกับนางจงรักไปแล้ว มีผลทำให้การสมรสเป็นโมฆะตามกฎหมาย และในกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1496 บอกว่า คำพิพากษาเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสใดเป็นโมฆะ

แต่หนูสุพรรณบุรีคงไม่รู้หรอกว่า ในมาตรา 1501 ระบุไว้ว่า การสมรสสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน เมื่อได้ความว่าหนูจดทะเบียนหย่าไปแล้ว การสมรสจึงสิ้นสุดลง ด้วยการหย่าก่อนที่จะมาร้องคดีนี้

นอกจากนั้นหนูสุพรรณบุรีได้ระบุว่า การสมรสซ้อนมีผลกระทบ ก่อความเสียหายหรือโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่หนูอย่างไร ในอันที่จะต้องมาร้องขอให้ศาลสั่งเป็นโมฆะจึงร้องขอให้ศาล สั่งตามที่หนูต้องการไม่ได้ศาลล่างตัดสินถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน

แสดงว่าศาลอาจสั่งให้ได้ ถ้านางสุพรรณบุรีชี้ให้ศาลเห็นว่า การจดทะเบียนซ้อนทำให้เกิดปัญหาหรือข้อขัดข้องอะไร เมื่อไม่แสดงให้ศาลเห็น และเธอก็หย่าไปแล้ว การสมรสสิ้นสุดไปแล้ว ศาลจึงไม่สั่งให้

งานนี้นางสุพรรณบุรีคิดว่าศาลสั่งให้โมฆะน่าจะเคลียร์กว่า เท่ากับว่าการสมรสไม่มีมาก่อนหรือไม่มีอยู่เลย แต่ถ้าเอาการหย่า การจดทะเบียนก็มีผลอยู่จนถึงวันหย่า แต่เนื่องจากนางสุพรรณบุรี ไม่ได้แสดงว่า ผลที่ต่างกันทำให้นางสุพรรณบุรีมีปัญหาอะไร เดือดร้อนอย่างไร ศาลจึงไม่สั่งให้อย่างที่บอกแล้ว

การขึ้นโรงขึ้นศาลร้องขออะไรก็ตามต้องแจงให้หมดว่ามีปัญหาอย่างไร เดือดร้อนอย่างไร จึงมาร้องขอ แค่ร้องดุ่ยๆ ให้สั่งอย่างโน้นอย่างนี้ บางทีศาลไม่เอาด้วย

ลงท้ายเลยเหนื่อยแต่ไม่ฟรี คือเหนื่อยแบบเสียเงิน ก็เสียให้ทนายน่ะซีน้องถามได้

ณรงค์ นิติจันทร์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600