คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2542 ]

กฎหมายชื่อสกุล

พ.ร.บ.ชื่อบุคคล พ.ศ.2505 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาใช้บังคับตั้งแต่ฉบับที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายฉบับนี้บังคับให้หญิงที่แต่งงาน ต้องใช้ชื่อสกุลของสามี

รัฐธรรมนูญปี 2517 ซึ่งเป็นฉบับที่สิบได้บัญญัติไว้ว่า หญิงมีสิทธิเท่าเทียมกับชาย สุภาพสตรีทั้งหลายได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิหลายประการ เธอก็ได้รับสิทธิตามที่เรียกร้องไปหลายประการ คงเหลือแต่สิทธิของสตรีที่ประสงค์จะใช้นามสกุลเดิมของตนเพื่อสมรสเท่านั้นยังมิได้แก้ไข

สภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงปี พ.ศ. 2526-2529 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ผู้แทนราษฎร จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอแก้ไข พ.ร.บ. ชื่อสกุล พ.ศ. 2505 ให้ผู้หญิงที่จะสมรสมีสิทธิใช้นามสกุลของตนได้ ปรากฏว่าได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ส.ส.ชายส่วนใหญ่คัดค้านกฎหมายฉบับนี้ คงมีแต่ส.ส.ชายบางส่วนที่ต้องการให้สิทธิสตรี ได้อภิปรายสนับสนุนอย่างเต็มที่ ปรากฏว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ตกไปโดยแพ้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ศ. 2542 ได้บัญญัติให้หญิงและชายมีสิทธิเท่าเทียมกันเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2517 ในปีพ.ศ. 2538-2539 ส.ส.หญิง อัญชลี วานิชเทพบุตร แห่ง จ.ภูเก็ต ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นได้เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ชื่อสกุล พ.ศ.2505 ให้หญิงที่สมรสมีสิทธิเลือกใช้นามสกุลเดิมของตนได้ ปรากฏว่า กระทรวงมหาดไทยโดยรัฐมนตรีพรรคความหวังใหม่ขอรับไว้พิจารณาก่อนรับหลักการ และส่งเรื่องคืนมาที่สภาพผู้แทนราษฎร โดยมิได้แสดงความเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น

ครั้นมาสมัยรัฐบาลชุดปัจจุบันของท่านนายกชวน หลีกภัย ครั้งแรกกระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างพ.ร.บ. ขอแก้ชื่อสกุล...ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้สตรีที่สมรสมีสิทธิเลือกใช้นามสกุลเดิมของตนได้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการ และส่งร่างให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขถ้อยคำของร่างกฎหมายดังกล่าว ปรากฏว่า คณะกรรมการกฤษฎีกากลับแสดงความเห็นคัดค้านมาว่า ร่างกฎหมายนี้ขัดต่อจารีตประเพณีของครอบครัวที่ภรรยาต้องใช้นามสกุลของสามี ซึ่งความจริงคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่มีหน้าที่ให้ความเห็นเช่นนั้น เพราะคณะรัฐมนตรีมิได้ถามไป คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดนโยบายได้ถูกกำหนดขึ้นแล้ว คณะกรรมการกฤษฎีกามีหน้าที่เพียงตรวจสอบร่างกฎหมายเท่านั้น

คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป) ได้เชิญหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ปรากฏว่า กระทรวงมหาดไทยเจ้าของเรื่องเดิมกลับคัดค้านร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยเหตุผลที่ว่า เป็นการขัดต่อจารีตประเพณีและวัฒนธรรมในครอบครัวไทย

อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า คณะกรรมการส่งเสริม และประสานงานสตรีแห่งชาติ หรือกสส.ได้เคยให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับสิทธิของสตรีในเรื่องนี้มาแล้ว

ผู้เขียนเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่มองโลกอย่างกว้าง ๆ ว่า เหตุผลของฝ่ายค้านที่ว่า เป็นการทำลายจารีตประเพณีและวัฒนธรรมของครอบครัวน่าจะฟังไม่ขึ้น เพราะกฎหมายที่ร่างใหม่ไม่ได้บังคับว่า หญิงที่แต่งงานจะต้องใช้นามสกุลเดิมของเธอเสมอไป แต่เธอจะเลือกใช้นามสกุลใดก็ได้ ความจริง ความสัมพันธ์ในครอบครัวของหญิงชายที่อยู่กินด้วยกันและมิได้จดทะเบียนสมรส หญิงก็ใช้นามสกุลเดิมของตนมาโดยตลอด ผู้เขียนไม่เห็นว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวจะสูญหาบไปอย่างใด

หญิงเป็นผู้ถูกกดขี่ข่มเหงมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ หญิงทั่วโลกถูกชายบังคับเป็นทาสแรงงาน เสียสิทธิต่าง ๆ มากมาย ในประเทศไทยเราในชั้นเดิมมีกฎหมายทาส หญิงที่เป็นภรรยาจะถูกสามีขายเป็นทาสหรือเฆี่ยนตีอย่างใดก็ได้ กฎหมายลักษณะนี้ หญิงเป็นวิญญาณทรัพย์ที่สามีสามารถนำไปขายได้ รวมทั้งหญิงเสียสิทธิต่าง ๆ มากมาย ทั้งสิทธิในการทำงาน ในการรับราชการ สุภาพสตรีไทยก็ได้ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิต่าง ๆ มาเป็นเวลาช้านาน จนเธอจะได้สิทธิต่าง ๆ มาเกือบหมดสิ้นแล้ว ผู้ชายยอมให้สิทธิต่าง ๆ แก่ผู้หญิงมามากแล้ว ทำไมสิทธิของการใช้นามสกุลเดิมของผู้หญิงที่สมรส ซึ่งเป็นปัญหาเล็กน้อยจึงจะไม่ให้น่าประหลาดใจมาก

โดม ณ เวียงดอย


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]