คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจากคอลัมน์ข้างศาล จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2542]
ร้องสอด

ตามปกติการฟ้องร้องกันในโรงศาล คนยื่นคำฟ้องเรียกว่า โจทก์ ส่วนคนที่ถูกฟ้องเรียกว่า จำเลย ทั้งโจทก์และจำเลยเรียกว่า คู่ความ แต่บุคคลภายนอกที่ไม่ได้ฟ้องและถูกฟ้องมาแต่ต้นก็อาจเป็นคู่ความในคดีได้ด้วย การร้องสอด

การร้องสอดเป็นคู่ความในคดีใดคดีหนึ่งมีได้ 3 วิธี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตร 57 คือ

1. บุคคลภายนอกสมัครใจเข้าไปเป็นคู่ความเองโดยยื่นเป็น คำร้องขอ ต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับการรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ หรือยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง

2. บุคคลภายนอกสมัครใจเข้าไปเองโดยยื่นเป็นคำร้องขอ ต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษาขออนุญาตเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลย หรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียว โดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้น เพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น

3. บุคคลภายนอกไม่ได้สมัครใจเข้าไปเอง แต่ถูกศาลหมายเรียกให้เข้าไปในคดี (ก) ตามคำร้องของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกบุคคลภายนอกฟ้องตนได้ เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ย หรือเพื่อใช้ค่าทดแทน ถ้าหากศาลพิจารณาให้คู่ความเช่นว่านั้นแพ้คดี หรือ (ข) โดยคำสั่งของศาลเมื่อศาลเห็นสมควรเอง หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอในกรณีที่กฎหมายบังคับให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดี หรือศาลเห็นจำเป็นที่จะเรียกบุคคลภายนอกเข้าในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ทั้ง 3 วิธีนี้ ดูเหมือนว่าวิธีที่สามจะมีปัญหาในทางปฏิบัติมากที่สุด

ลูกหนี้นำเช็คซึ่งบุคคลอื่นเป็นผู้สั่งจ่ายมาขายลดให้ แก่เจ้าหนี้ โดยลูกหนี้จำนองที่ดินเป็นประกัน ต่อมาเช็คที่ลูกหนี้นำมาขายลดเรียกเก็บเงินไม่ได้ เจ้าหนี้ฟ้อง ผู้สั่งจ่ายเพียงผู้เดียว เพราะเกรงว่ามูลหนี้ตามเช็คซึ่งมีอายุความเพียง 1 ปี จะขาดอายุความ เหตุที่ไม่ได้ฟ้องลูกหนี้ผู้นำเช็คมาขายให้ร่วมรับผิดด้วย ก็เพราะลูกหนี้มีหนี้ประเภทอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้มีสิทธิคิดจากผู้สั่งจ่ายเช็คและเจ้าหนี้ยังไม่ได้บอกกล่าวบังคับจำนองผู้สั่งจ่ายเช็คต่อสู้คดีและขอให้ศาลหมายเรียกผู้ขายลดเช็คเข้าเป็นจำเลยร่วม เจ้าหนี้คัดค้านว่าผู้สั่งจ่ายไม่มีสิทธิขอให้ศาลเรียกผู้ขายลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพราะผู้สั่งจ่ายไม่มีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ขายลดเช็ค มีปัญหาว่า ผู้สั่งจ่ายมีสิทธิขอให้ศาลหมายเรียกผู้ขายลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วมหรือไม่

ปัญหานี้เป็นปัญหาหนึ่งในหลายปัญหาของมาตร 57 (3) ที่แฟน ๆ ข้างศาลต้องการให้ผมอธิบาย เพราะปัจจุบันมีหลายศาลเรียกผู้ขอลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับผู้สั่งจ่ายตามคำขอของผู้สั่งจ่าย

สำหรับความเห็นส่วนตัวของผมในปัญหานี้ผมเห็นว่า ผู้สั่งจ่ายไม่มีสิทธิขอให้ศาลเรียกผู้ขายลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วมมาตร 57 (2) (ก) เพราะผู้สั่งจ่ายไม่มีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ขายลดเช็ค แต่ที่ศาลหมายเรียกให้ผู้ขายลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับผู้สั่งจ่าย อาจจะเป็นเพราะศาลเห็นสมควรตามมาตรา 57 (3) (ข) ซึ่งถ้าหากศาลได้ทราบข้อเท็จจริงว่า การเรียกผู้ขายลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วมทำให้กระบวนพิจารณายุ่งยากมากขึ้น เพราะฝ่ายเจ้าหนี้ยังไม่ได้บอกกล่าวบังคับจำนองกับผู้ขายลดเช็ค อัตราดอกเบี้ยหนี้ขายลดเช็คกับหนี้ตามเช็คแตกต่างกัน การเรียกผู้ขายลดเช็คเข้ามาในคดี นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมแต่อย่างใด เพราะผู้สั่งจ่ายจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คที่ตนสั่งจ่าย โดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงปัดความรับผิดไปให้คนอื่นได้แล้ว ยังจะเอื้ออำนวยให้จำเลยประวิงคดีให้ชักช้าอีกด้วย ศาลก็คงจะไม่เรียกผู้ขายลดเช็คเข้ามาเป็นจำเลยร่วมแน่นอน

ครับ ฝ่ายเจ้าหนี้ควรชี้แจ้งให้ศาลได้ทราบข้อเท็จจริงโดยละเอียดด้วยความยุติธรรมจึงจะเกิด

คนข้างศาล


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]