มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ขอลงชื่อร่วมในสินสมรส


ดิฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรส แต่สามีเป็นคนเจ้าชู้มาก มีภริยาหลายคน ข้อดีของสามีคือ ดูแลรับผิดชอบลูก
ดูแลรับผิดชอบลูกและการงานดี แต่จะไปดูแลภริยาทั้งหลายทุกคนด้วยเช่นกัน เขาไม่ทิ้งผู้หญิง แต่ถ้าผู้หญิงทิ้งก่อนเขาจะตัดใจไม่ไปข้องเกี่ยวด้วย

ปัจจุบันดิฉันเริ่มชินก็เลยปล่อยๆ ไม่ค่อยสนใจหรือราวีอีก เพียงแต่ตอนนี้กลุ้มใจมาก เพราะแอบทราบมาว่า สามีมีลูกคนหนึ่งกับภริยาคนไหนซึ่งดิฉันไม่ทราบ สิ่งที่เป็นห่วงในขณะนี้คือ กิจการงานในครอบครัว ผู้หญิงคนนั้นเริ่มมีบทบาท เพราะเป็นคนมีการศึกษา และสามีก็อายุมาก จึงเชื่อทุกอย่าง ดิฉันเกรงว่าสามีจะถูกสูบเอาทรัพย์สินไปจนหมดตัว แล้วจึงจะเลิกไป โดยอ้างว่ากิจการล้มเหลว

ดิฉันขอให้สามีโอนทรัพย์สินต่างๆ ให้แก่ดิฉัน แต่สามีก็ไม่ยอม อ้างว่าถ้าไม่มีอะไรเหลือไว้มากๆ ลูกๆ อาจไม่เกรงอกเกรงใจ จึงอยากปรึกษาว่า ทรัพย์สินที่สำคัญๆ เช่น บ้านและที่ดิน รถยนต์ หรือเงินฝากในธนาคาร มีวิธีใดที่ดิฉันจะเข้าจัดการได้บ้าง โดยไม่ต้องหย่ากัน เพราะแม้ดิฉันมีสิทธิ จะเพิกถอนในภายหลังถ้ามีการโอนไป แต่ดิฉันอยากป้องกันไว้ดีกว่าเสียใจในภายหลัง

ปิยะนุช กทม.



เหตุที่พ่อแม่ทั้งหลาย ไม่อยากจะยกทรัพย์สินให้แก่ลูกหลานเสียแต่เนิ่น ๆ เพราะนอกจากไม่สะดวก ในการทำนิติกรรมต่างๆ หรือทำการค้า สิ่งหนึ่งก็คงเกรงว่า หากยกให้ให้จนหมด ถ้าโชคไม่ดีลูกหลานไม่เข้าหา หรือทอดทิ้ง ดังนั้นอย่างมากคือทำพินัยกรรมไว้ แต่ก็ทำให้คู่สมรสที่ไม่มีชื่อในสินสมรสด้วยเสียเปรียบ หากว่าคู่สมรสไม่ซื่อสัตย์หรือเสียชีวิตกะทันหัน เพราะต้องมาพิสูจน์กันในหมู่ญาติ หรือภริยาน้อยทั้งหลายกันว่า ทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรส หรือทรัพย์สินที่สามีทำมาหาได้ร่วมกับภริยาอีกคนหนึ่งกันแน่ วิธีหนึ่งที่น่า จะแก้ปัญหาได้บ้างคือ การร้องขอใส่ชื่อร่วมในสินสมรสด้วย

ตามปกติทรัพย์สินใดฟังได้ว่า ได้มาในระหว่างสมรสตามกฎหมาย จะย้ำว่าเป็นสินสมรส (เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย ที่ให้ถือว่าเป็นสินส่วนตัว) ดังนั้นแม้ใส่ชื่อสามีหรือภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงฝ่ายเดียว ก็ยังถือว่าเป็นสินสมรสของทั้งสามีภริยา ซึ่งสินสมรสนี้ตราบใดที่การสมรสยังไม่สิ้นสุด (ด้วยการตาย การหย่า หรือศาลมีคำพิพากษาให้หย่า) สินสมรสก็จะยังไม่มีการแบ่ง

อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็ได้มีการกำหนดวิธีการป้องกัน มิให้มีปัญหายุ่งยากเกิดขึ้นจากการที่สามีหรือภริยา ซึ่งมีอยู่ในเอกสารสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ไม่ให้จัดการจำหน่ายจ่ายโอนสินสมรสนั้นไปให้แก่บุคคลภายนอก เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่คู่สมรสอีกผ่ายหนึ่ง เพราะถ้าทรัพย์ได้มีการจำหน่ายจ่ายโอนไปแล้ว การจะติดตามเอาทรัพย์กลับคืนมาในภายหลังย่อมจะทำได้ยากขึ้น หรืออาจจะไม่ได้คืน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1475 ถ้าสินสมรสเป็นจำพวกที่ระบุไว้ในมาตรา 456 แห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญ สามีหรือภริยาจะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมกัน ในเอกสารนั้นก็ได้

ดังนั้น การที่คู่สมรสจะขอใส่ชื่อร่วมกันนั้น ต้องเป็นทรัพย์สินจำนวนที่ระบุไว้ในมาตรา 456 หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญ ได้แก่ ที่ดิน บ้านเรือน เรือแพ สัตว์พาหนะ ส่วนทรัพย์สินที่มีเอกสารเป็นสำคัญ เช่น ใบหุ้น หรือหลักทรัพย์ต่าง ๆ

ส่วนรถยนต์นั้น แม้จะมีชื่อสามีหรือภริยาเป็นเจ้าของในทะเบียนรถยนต์เพียงคนเดียว แต่ทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่เอกสาร อันเป็นที่ตั้งแห่งกรรมสิทธิ์ จึงไม่ใช่เอกสารเป็นสำคัญสำหรับรถยนต์ จะมาร้องขอตามมาตราดังกล่าวไม่ได้

หรือเงินฝากในธนาคาร ศาลเคยตัดสินว่าขอลงชื่อในสมุดเงินฝากได้ กล่าวคือ คดีนั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยผู้เป็นภริยาถอนเงินฝาก ซึ่งเป็นสินสมรสไปฝากที่ธนาคารอื่น โดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ เป็นการขัดขวางการจัดการสินสมรส ขอให้ยกสินสมรสหรือขอให้โจทก์ลงชื่อร่วมในบัญชีเงินฝากนั้น แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะมิใช่กรณีที่โจทก์ อาจร้องขอให้ศาลสั่งแยกสินสมรสได้ตามมาตรา 1484 เพราะจำเลยมิใช่เป็นผู้มีอำนาจจัดการสินสมรสฝ่ายเดียวก็ตาม

แต่โจทก์ก็ขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมในบัญชีเงินฝากเพื่อการเบิกถอนด้วย เงินฝากในธนาคารเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นสินสมรสจำพวกที่มีเอกสารเป็นสำคัญ ซึ่งตามมาตรา 1475 ให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมในเอกสารนั้นได้ เมื่อจำเลยไม่ยินยอม กรณีนี้จึง ถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิของโจทก์เกิดขึ้นแล้ว ชอบที่ศาลชั้นจะรับฟ้องโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/ 2536)

และสิทธิของคู่สมรสที่จะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมในเอกสารสำคัญดังกล่าวนี้ ตราบใดที่ความเป็นสามีภริยายังมีอยู่ คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิตามที่กำหนดในมาตราดังกล่าวนี้ตลอดไป โดยไม่ต้องคำนึงว่าได้ล่วงเลยเวลาที่ได้สินสมรสมานานแล้วเท่าใด เพราะมิใช่กรณี ที่จะต้องใช้สิทธิเรียกร้อง ภายในระยะเวลาอันกฎหมายกำหนด ฉะนั้นแม้จะได้ความว่าสามีได้รับโอนที่พิพาทมานานร่วม 30-40 ปี แต่เมื่อทรัพย์สินที่โอนมาเป็นสินสมรส คู่สมรสที่ไม่มีชื่อก็ยังมีสิทธิที่จะขอให้ใส่ชื่อของตนไว้ในโฉนดที่ดินด้วยได้

ดังนั้นสำหรับสินสมรสรายการที่ สำคัญ ๆ คุณอาจขอให้สามีใส่ชื่อคุณร่วมกับสามีไว้ ถ้าสามีไม่ยินยอม และคุณเห็นว่าทรัพย์สินที่ว่านี้ มีความสำคัญเพียงพอ ที่จะทำให้มีการโยกย้ายเปลี่ยนมือไปได้ คุณก็ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาล อาจจะทำให้สามีไม่พอใจแต่ก็คงจะดีกว่าการหย่า หรือปล่อยให้ทรัพย์สิน ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น ในขณะที่ยังมีวิธีที่จะป้องกันได้

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


(update 5 กรกฎาคม 2001)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600