คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิก กฏหมาย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2543]


สมรสโดยถูกข่มขู่



หนูมีผู้ชายมาหมายปองหลายคน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจกับใคร แต่มีผู้ชายคนหนึ่งคลั่งไคล้หนูมาก แม้พยายามหนีก็ตามตื้อจนทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวหนูเอือมระอาไปตามๆ กัน แต่ก็เกิดเหตุร้ายกับหนูจนได้ เพราะเขาหลอกไปทานข้าวแล้วใส่ยานอนหลับในเครื่องดื่ม หนูดื่มมาระหว่างเดินทางจึงได้รู้ว่า ถูกพามาที่จังหวัดหนึ่งซึ่งเป็นบ้านญาติของเขา พยายามพูดดีเพื่อขอให้เขาพากลับบ้าน แต่เขาก็อ้างว่า ขอทำธุระให้เสร็จก่อน ปรากฏว่าคืนนั้นหนูจำต้องพักที่บ้านญาติเขา และเขาข่มขืนหนูในคืนนั้น

รุ่งเช้าญาติเขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้หนูเห็นใจเขา เมื่อหนูขอให้เขาพากกลับบ้าน ไม่มีใครกล้าช่วย อ้างว่ากลัวมีความผิดร่วมด้วย ต่อมาญาติเขาคิดว่าเขาอาจถูกพ่อแม่หนูเล่นงานได้ จึงบังคับให้หนูจดทะเบียนสมรสกับเขาไว้ แล้วจะปล่อยกลับบ้าน ครั้งแรกหนูไม่ยอม เขาจึงขังหนูไว้บนบ้านใส่กุญแจหน้าบ้าน ตกกลางคืนก็ปล้ำ และขู่ว่าถ้าไม่ยอมจดเพื่อช่วยให้เขาพ้นผิด หรือคิดจะหนี เขาอาจฝังหนูไว้ที่นี่ก็ได้ แต่ถ้าจดทะเบียนสมรสกับเขา ถ้าวันใดหนูต้องการหย่า ก็จะหย่าให้ หนูไม่มีทางเลือกอื่น กลัวเขาจะฆ่าทิ้งเพื่อปกปิดความผิด จึงจดทะเบียนสมรสกับเขาที่อำเภอ

หลังจากนั้นสองวันเขาก็พาหนูกลับกรุงเทพฯ ตอนแรกหนูกลัวคนจะรู้จึงปิดบังความจริง อ้างว่าไปกับเพื่อนและไม่มีโทรศัพท์จะติดต่อกลับบ้านได้ หลังจากนั้นสองเดือนเขาเริ่มออกลวดลาย แสดงความเป็นเจ้าของหนู และในที่สุดพ่อแม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเขาจึงมาขอรับหนูไปอยู่กับเขา และจะแต่งงานให้ แต่หนูไม่ไป พ่อแม่เห็นเขารักหนูมาก จึงให้หนูตัดสินใจเอาเองว่าจะเลือกหรือไม่ หนูขอหย่าแล้วหนูจะไม่เอาเรื่อง แต่เขาไม่ยอมหย่า

หนูกลุ้มใจมาก ขณะนี้อายุ 22 ปี กำลังเรียนมหาวิทยาลัย รับแต่วันที่หนูกลับมา จนถึงวันที่เขียนจดหมายฉบับนี้เป็นเวลา 5 เดือนกว่าแล้ว ผอมจนน้ำหนักเหลือ 45 กิโลกรัม พี่ช่วยแนะวิธีที่จะทำให้ทะเบียนสมรสระหว่างหนูกับเขาสิ้นสุดลง ต้องฟ้องต่อศาลหรือไม่

ดารา


การสมรสที่จะกล่าวถึงในที่นี้หมายถึงการสมรสที่มีการจดทะเบียนสมรสเท่านั้น ส่วนจะมีพิธีสมรสหรือไม่ไม่สำคัญ เรื่องนี้คงมิใช่เรื่องหย่า แต่เป็นเรื่องการสมรสโดยถูกข่มขู่ เพราะเหตุที่มีการยินยอมจดทะเบียนสมรส เนื่องจากความเกรงกลัวจากการถูกข่มขู่ อันมีอำนาจเหนือเจตนาที่แท้จริงของผู้ถูกข่มขู่ การสมรสโดยถูกข่มขู่จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้การสมรสสิ้นสุดลงได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1507 "ถ้าคู่สมรสได้ทำการสมรสโดยถูกข่มขู่ อันถึงขนาดซึ่งถ้ามิได้มีการข่มขู่จะไม่ทำการสมรส การสมรสนั้นเป็น "โมฆียะ" สิทธิขอเพิกถอนการสมรสเพราะถูกข่มขู่เป็นอันระงับเมื่อเวลาได้ผ่านไปแล้วหนึ่งปี"

"โมฆียะ" หรือ "โมฆียกรรม" ตามหลักทั่วไป ถือว่าอาจถูกบอกล้างหรือให้สัตยาบันได้ แต่ถ้ามีการบอกล้างเมื่อบอกล้างแล้วให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก และให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม

และการให้สัตยาบันการสมรสที่เป็นโมฆียะคือ การที่บุคคลที่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอน การสมรสเป็นโมฆียะ สละสิทธิที่จะคดีขึ้นมาสู้ศาลเพื่อขอให้เพิกถอนการสมรสนี้ อันมีผลให้การสมรสดังกล่าวสมบูรณ์ตลอดไป การให้สัตยาบัน เช่น แม้จะจดทะเบียนสมรส โดยถูกข่มขู่แต่ภายหลังจากนั้นผู้ถูกข่มขู่ได้แสดงเจตนาที่จะอยู่กินฉันสามีภริยาต่อไป ซึ่งรวมทั้งการร่วมประเวณีต่อกันโดยสมัครใจหลังจากทราบเหตุ หรือพ้นจากการข่มขู่แล้ว (เกี่ยวกับการให้สัตยาบันสำหรับการสมรสที่ถูกข่มขู่นี้ยังมีความเห็นเป็นสองฝ่ายแตกต่างกันอยู่ ว่าจะให้สัตยาบันได้หรือไม่ได้)

การที่กฎหมายได้กำหนดให้การสมรสที่ถูกข่มขู่ตกเป็นโมฆียะ เนื่องจากการสมรสที่ได้มากโดยวิธีนี้ ได้มาโดยการยินยอมอันไม่เต็มใจของผู้ถูกข่มขู่ แต่การข่มขู่ที่จะทำให้การสมรสเป็นโมฆียะนั้น จะต้องถึงขนาดว่าถ้ามิได้มีการข่มขู่นั้น จะไม่มีการสมรสเกิดขึ้น ซึ่งต้องถึงขนาดที่วิญญุชน จะต้องมีความเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ตนเอง ชื่อเสียง วงศ์ตระกูล หรือทรัพย์สินของตน และเป็นภัยที่ใกล้จะถึง ดังนั้นความกลัวที่เกิดจากความนับถือยำเกรง หรือความเกรงใจ หรือกลัวเพราะถูกข่มขู่ว่าเขาจะใช้สิทธิตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องใด หรือเป็นการใช้สิทธิการปกตินิยม จะไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่

อย่างไรก็ตาม แม้โมฆียะจะถูกบอกล้างได้ แต่สำหรับการสมรสจะแตกต่างจากการทำนิติกรรมทั่วไป เพราะการสมรสก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในทางส่วนตัว ทรัพย์สิน หรือมีบุตรด้วยกัน ดังนั้นการที่จะให้มี การบอกล้างการสมรสที่ตกเป็นโมฆียะได้ จะทำให้มีการกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว กฎหมายจึงได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า จะต้องมาร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการสมรส เมื่อศาลพิพากษาให้เพิกถอนแล้ว การสมรสที่เป็นโมฆียะจะสิ้นสุดลงในวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด

และในการขอให้ศาลเพิกถอนการสมรสที่เป็นโมฆียะเพราะถูกข่มขู่นั้น เฉพาะแต่คู่สมรสที่ถูกข่มขู่เท่านั้น คู่สมรสฝ่ายที่มาข่มขู่ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการสมรสและการเพิกถอนจะต้องใช้สิทธิขอเพิกถอนเสีย ภายในระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่พ้นจากการข่มขู่ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้สิทธิการเพิกถอนระงับได้ ดังนั้นแม้บางรายจะเกินหนึ่งปีนับแต่วันจดทะเบียนสมรส ก็อาจจะฟ้องเพิกถอนได้ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่า หลังจากจดทะเบียนสมรสยังมีภัยจากการข่มขู่และยังไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันพ้นจากการข่มขู่

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]