คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิก กฏหมาย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2544]


ทรัพย์สินของสามีภริยานอกสมรส


ศาลฎีกาได้วินิจฉัยคดีนี้ไว้ว่า " แม้โจทก์จำเลยจะเป็นหญิงไม่สามารถจะเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย แต่ตามพฤติการณ์ที่บุคคลทั้งสองได้อยู่ร่วมกันมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี โดยจำเลยทำหน้าที่แม่บ้าน และได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่า บางครั้งจำเลยก็มาช่วยโจทก์ขายเนื้อในตลาด ในการซื้อโค กระบือ นั้น หากจ่ายเป็นเช็คก็ใช้เช็คของจำเลย แสดงให้เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหากิน แสวงหาทรัพย์สินมาเป็นสมบัติของโจทก์จำเลยร่วมกัน บรรดาทรัพย์ที่โจทก์หรือจำเลยทำมาหาได้ในระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยแรงหรือเงินของฝ่ายใดหาใช่สำคัญไม่ แต่ต้องถือว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยทั้งสองฝ่ายมีเจตนา ที่จะเป็นเจ้าของร่วมกัน

เมื่อทรัพย์พิพาททั้งหมดเป็นทรัพย์ที่ได้มาระหว่างที่โจทก์จำเลยอยู่ร่วมกัน.. จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โจทก์และจำเลยมีส่วนในทรัพย์ ที่พิพาทมาทั้งหมด คนละกึ่งหนึ่ง " พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวให้เป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง"

การที่ชายและภริยานอกสมรสร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สินใดมา ทรัพย์สินที่ได้มานี้เป็นกรรมสิทธิ์รวม ระหว่างชายกับภริยานอกสมรส โดยภริยานอกสมรสมีส่วนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของชายนั้น จะเป็นสินสมรสระหว่างชายกับภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ว่าความเป็นจริงชายผู้นี้ จะไม่ได้อยู่กินกับภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม

ดังนั้น ถ้าชายผู้เป็นสามีตาย ทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับภริยานอกสมรสจะแบ่งเป็น 4 ส่วน ครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินจะตกได้แก่ภริยานอกสมรส ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะตกได้แก่ชายผู้ตาย ที่ต้องนำมาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกแบ่งเป็นสินสมรสให้แก่ภริยาชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่สองจะเป็นมรดกของผู้ตาย ตกได้แก่ทายาทตามกฎหมาย ได้แก่บิดา มารดา คู่สมรสชอบด้วยกฎหมาย บุตร (รวมทั้งบุตรบุญธรรม หรือบุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้วหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร) ดังนั้นเมื่อทรัพย์สินได้ หักส่วนของภริยานอกสมรสในฐานะเจ้าของร่วมออกไปแล้ว ภริยาชอบด้วยกฎหมายจึงเข้ามามีสิทธิ ในทรัพย์สินทั้งในส่วนของสินสมรส และในฐานะทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกด้วย

มีคดีตัวอย่าง (คำพิพากษาฎีกาที่ 678-680/2535) โจทก์ที่ 1 เป็นภริยาที่ผู้ตายเชิดชูให้เกียรติเสมอตน ชายผู้ตายกับโจทก์ที่ 1 ร่วมกันทำกิจการโรงแรมมีเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน เงินที่ใช้เป็นทุน ปลูกสร้างโรงแรมนั้น จะเกิดจากฝ่ายใดหามาไม่สำคัญ ต้องถือว่าโรงแรมนั้นเป็นทรัพย์สินร่วมกัน ระหว่างผู้ตายกับโจทก์ที่ 1 การที่จำเลยที่ 5 จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย แม้จำเลยที่ 5 จะเลิกร้างกับผู้ตายไปนานแล้ว แต่เมื่อไม่ได้จดทะเบียนหย่านั้น ทรัพย์สินที่ผู้ตายได้มา ระหว่างที่เป็นสามีภริยากับจำเลยที่ 5 ย่อมเป็นสินสมรส

ดังนั้น โรงแรมเมื่อแบ่งกรรมสิทธิ์รวมระหว่างผู้ตายกับโจทก์ที่ 1 แล้ว ครึ่งหนึ่งของโรงแรม ที่ได้แก่ผู้ตายจึงเป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 5 มีสิทธิเป็นเจ้าของโรงแรม เศษหนึ่งส่วนสี่ของโรงแรม และผู้ตายมีสิทธิเป็นเจ้าของเศษหนึ่งส่วนสี่ของโรงแรม ซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายตกทอดแก่ทายาท

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]