คำแนะนำหลังภัยคุกคามทางเพศ



น้องทำงานเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยของส่วนราชการแห่งหนึ่ง เดือนหนึ่งอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ที่จะต้องมี

งานแต่งงาน งานวันเกิด งานศพ งานเลี้ยงต้อนรับเจ้านายคนใหม่มาเจ้านายคนเก่าไป ปัญหาคือทำให้น้องกลับบ้านดึก ทางเข้าบ้านค่อนข้างเปลี่ยว ซึ่งถ้าจะกลับเข้าบ้านเองก็กลัวพวกแก๊งวัยรุ่นติดยาแถวปากซอย เพราะขนาดเดินกลางวันยังโดยแซวเล่นบ่อยๆ เวลามีงานต่างๆ ในตอนเย็นหรือตอนกลางคืนน้องต้องบอกปัดไป หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จะอาศัยให้เพื่อนมาส่ง

แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดเรื่องเพื่อนที่อาสามาส่งพาเพื่อนของน้องเข้าโรงแรมหลังจากที่ส่งคนอื่นๆ หมดแล้ว ซ ึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผลจะลงเอยกันอย่างไร น้องจึงตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงคนหนึ่งที่อาจจะเกิดปัญหาล่วงเกินจากเพื่อนร่วมงาน หรือถ้าโชคร้ายอาจเกิดกรณีการข่มขืนได้ น้องจึงอยากทราบว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรในขณะแรกที่โดนล่วงเกินทางเพศ เพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบในภายหลังอย่างรายของเพื่อนน้องที่โดนพาเข้าไปข่มขืนในโรงแรม แต่ฝ่ายชายอ้าง ว่าฝ่ายหญิงยินยอม

ลักขณา



ดิฉันและเพื่อนทนายความเคยนำ ประสบการณ์ส่วนหนึ่งจากการทำคดีภัยคุกคามทางเพศ มาเขียนไว้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับ ผู้ถูกข่มขืนก่อนตัดสินใจดำเนินคดีไว้ในหนังสือ กฎหมายกับผู้หญิง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ สำนัก งานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2545 จึงขออนุญาตคัดลอกบางส่วนมาเผยแพร่ไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้หญิง อื่น ๆ ด้วย

เนื่องจากสรีระของผู้หญิงที่มีมาตามธรรมชาติกำหนดให้ทำหน้าที่เจริญพันธุ์และเป็นมารดา ทำให้ผู้หญิงหนีไม่พ้นความด้อยเปรียบในการถูกใช้ความรุนแรงและคุกคามทางเพศได้ง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในวัยเด็กหรือสาวรุ่น โอกาสจะถูกล่วงเกินทางเพศหรือข่มขืนมักจะเกิดขึ้นได้ในทุกแห่งไม่ว่าที่บ้าน สถานศึกษา หรือเวลาใดๆ

การป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งจำเป็นควบคู่ไปกับการเรียนรู้เข้าใจกฎหมาย การดำเนินการแสวงหาพยานหลักฐาน วิธีการดำเนินคดีในชั้นสอบสวนชั้นศาล เพื่อนำ ผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยไม่ปล่อยให้ ลอยนวลและทำร้ายผู้หญิงอื่นๆ ต่อไปในสังคม จึงมีคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ถูกข่มขืนก่อนตัดสินใจดำเนินคดีดังนี้
1. ในขณะเกิดเหตุควรพยายามตั้งสติให้ได้ หากไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่าการรักษาชีวิตไว้ก่อนแล้ว จำเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตามก็ควรจะยอมไปก่อน เพื่อหาทางหลบหนีเอาตัวรอดเมื่อมีโอกาส

2. พยายามหาทางออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด (โดยเฉพาะกรณีที่ถูกขังไว้) เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดต่อเนื่องต่อไป

3. เมื่อออกจากจุดเกิดเหตุสิ่งแรกที่ควรทำคือ หาผู้ช่วยเหลือที่ใกล้ที่สุด โดยเฉพาะถ้าคิดว่าตนเองไม่อาจทำอะไรต่อไปได้เอง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือมีอาการบาดเจ็บมาก.

4. รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาบาดแผล ตรวจเชื้อกามโรค เชื้อเอดส์ หรือกินยาป้องกันการตั้งครรภ์ และเพื่อตรวจหาหลักฐาน เช่นน้ำเชื้ออสุจิ ร่องรอยการร่วมประเวณี ขน ผม เป็นต้น รวมทั้งการตรวจหาสารประเภทยานอนหลับ หรือแอลกอฮอล์ในร่างกายสำหรับผู้ถูกวางยาหรือมอมเหล้าเบียร์
ดังนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการเก็บ พิสูจน์พยานหลักฐาน จึงไม่ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ ชำระล้างสิ่งใดๆ จากร่างกายก่อนพบแพทย์
5. รีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทันที เพราะจะยังสามารถบอกรูปร่างหน้าตา จดจำลักษณะของผู้กระทำผิดในกรณีเป็นคนแปลกหน้า เพื่อจะจับตัวผู้กระทำผิดได้เร็วก่อนจะหลบหนีไป และต้องแจ้งความ ณ สถานีตำรวจซึ่งอยู่ในท้องที่เกิดเหตุ และจดจำชื่อที่อยู่ของพยานในเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการติดตามมาเป็นพยานในการดำเนินคดี
สำหรับคดีที่ผู้ถูกข่มขืนอายุเกิน 15 ปี ปกติจะต้องมีการแจ้งความหรือฟ้องคดีภายใน 3 เดือน นับแต่วันเกิดเหตุ มิฉะนั้นจะถือว่าคดีขาดอายุความ เว้นแต่จะเป็นการกระทำที่รุนแรง เช่น ผู้ถูกข่มขืนได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือตายเป็นการโทรมหญิง, มีอาวุธขู่บังคับ, ผู้ข่มขืนเป็นพ่อ ปู่ ตา ทวด หรือครูอาจารย์ สามารถแจ้งความได้ แม้ จะเกิน 3 เดือน แต่จะทำให้เสียเปรียบในแง่ของพยานหลักฐานหรือสถานที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ถ้าผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ก็สามารถร้องเรียนทางวินัย เพื่อผลในการตัดความก้าวหน้าทางการงาน เป็นการลดอิทธิพลที่ผู้กระทำผิดจะทำลายพยานหลักฐานได้ทางหนึ่ง

ในด้านเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
1. ผู้เสียหายไม่ควรทำความสะอาดช่องคลอดก่อนที่จะไปตรวจร่างกาย
2. หากผู้เสียหายมีบาดแผล หรือเสื้อผ้าฉีกขาด ก็ควรจะให้แพทย์บันทึกร่องรอยบาดแผลไว้ในใบชันสูตรบาดแผลด้วย
3. หากว่าผู้เสียหายมีภาวะจิตใจที่สับสน ควรพบจิตแพทย์หรือนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อระบายปัญหาและสร้างความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นว่ากฎหมายให้ความคุ้มครอง เช่น ถูกกล่าวหาว่าเต็มใจ หรือใจง่าย เพราะเกรงกลัวบารมี อำนาจ หรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้ข่มขืน ทำให้ไม่สามารถ ปฏิเสธหรือต่อสู้ใดๆ ได้ จำยอมต้องให้ถูกกระทำชำเรา ซึ่งดูคล้ายกับว่าเป็นการเต็มใจ
ตัวอย่าง เช่น เด็กที่ไม่กล้าร้องให้คนช่วยในขณะที่ถูกผู้มีบุญคุณข่มขืน,สามีข่มขืนเพื่อนหญิงของภริยาที่มาอาศัยอยู่ ทำให้สถานการณ์คล้ายกับเต็มใจที่จะนอนกับสามีของเพื่อน, งานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีการดื่มและเมาจนผู้หญิงที่เมาด้วยถูกข่มขืน, สาวแก่ หญิงม่าย หญิงบริการ ตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนได้ง่ายเพราะความอคติว่ามีความต้องการทางเพศ รวมทั้งมีความอับอายที่จะเปิดเผยเรื่องราว.

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


(update 12 ตุลาคม 2002)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันอังคารที่ 24 กันยายน-1 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600