สมรสอย่างไรถึงเป็น โมฆะ


สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพกลับมาพบกันอีกเช่นเคย ในคอลัมน์กฎหมายกับผู้หญิงในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมานี้ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านได้สังเกตเห็นไหมครับว่า จะมีงานแต่งงานกันบ่อยมากกว่าหน้าอื่นๆ สำหรับผมช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาไปงานแต่งงานทั้งเพื่อนและญาติ รวมแล้วสิบกว่างาน ก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้เจอะเจอญาติและเพื่อนฝูงบ่อยครั้ง

เมื่อช่วงใกล้ปีใหม่ไปงานแต่งงานเพื่อนรายหนึ่งในกรุงเทพฯ พบปะเพื่อนสมัยเรียนกฎหมายที่ธรรมศาสตร์หลายคน ก็นั่งทานอยู่โต๊ะเดียวกัน หัวข้อส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องกฎหมายกันหล่ะครับ เจ้าเพื่อนคนหนึ่งเป็นทนายเหมือนกัน ก็เปรยขึ้นมาว่าช่วงนี้พวกเราก็ไปงานแต่งงานกันบ่อยเคยสงสัยมั้ยว่า มีการแต่งงานประเภทไหนบ้างที่เป็นโมฆะ (โมฆะ - หมายความว่าไม่มีผลมาตั้งแต่เริ่มต้น พูดง่ายก็คือในทางกฎหมายเสมือนไม่มีการแต่งงานนั้นเกิดขึ้นเลย)

พวกเราในวงเลยช่วยกันนึกอยู่เท่าที่พอนึกได้ในขณะนั้น ก็คือเรื่องการสมรสซ้อน เพราะสมัยเรียนหนังสืออาจารย์สอนเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียด อีกเรื่องคือการสมรสในหมู่ญาติพี่น้องกันเอง แต่ก็จำไม่ได้ละเอียด เพื่อนคนหนึ่งทราบว่าผมเขียนคอลัมน์กฎหมายอยู่ที่นิตยสารบันทึกคุณแม่ เลยบอกว่าเอาอย่างนี้ให้ผมไปค้นมาแล้วตอบลงในนิตยสารทีเดียวเลย ท่านผู้อ่านก็จะได้รู้ด้วยดีกว่ามานั่งนึกกันอยู่อย่างนี้

ผมเห็นว่าไอ้หมอนี่ความคิดเข้าท่าดีก็เลยลองไปค้นตำรับตำราดูแล้วก็เลยเอามาเป็นหัวข้อที่จะเล่าในคราวนี้ ปกติแล้วในเรื่องของการสมรสกฎหมายถือว่าเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่สามารถจะพึงมีพึงได้ และจะต้องได้รับการเคารพด้วยตามหลักเสรีภาพของการแสดงเจตนา

อย่างไรก็ตาม การสมรสบางอย่างก็เป็นการฝ่าฝืนความรู้สึกของคนในสังคม หรือการสมรสบางอย่างอาจทำให้เด็กที่เกิดขึ้นมามีโอกาสปัญญาอ่อน หรือเป็นการสมรสที่เอาเปรียบอีกฝ่ายมากเกินไป กฎหมายจึงต้องเข้ามาควบคุมในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากสถาบันครอบครัวถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมจึงถือว่า มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากสถาบันครอบครัวคลอนแคลนเสียแล้ว สังคมส่วนใหญ่ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ซึ่งศาลฎีกาของประเทศไทยเราก็เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 272/2488 มีเนื้อหาสรุปว่า “ปัญหาที่หญิงชายจะเป็นสามีภรรยากันได้ตามกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน” ผลในเรื่องนี้ก็คือว่าบุคคลไม่สามารถไปตกลงทำนิติกรรม สัญญายกเว้นในส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวกับการเป็นสามีภรรยากันได้

ผมได้ปูภาพกว้างๆ ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นกันบ้างแล้วนะครับ เรามาเข้าเนื้อหากันเลยดีกว่านะครับ ก่อนอื่นการสมรสนั้นจะต้องเป็นการสมรสระหว่างชายกับหญิงเท่านั้นตามกฎหมายบ้านเรา การสมรสระหว่างชายกับชายหรือหญิงกับหญิงในบ้านเรายังไม่มีกฎหมายรองรับให้ทำเช่นนั้นได้ แต่ในต่างประเทศบางที่เขาก็รับรองให้นะครับไม่ใช่ว่าจะไม่มี

ต่อมาการสมรสระหว่างชายกับหญิงนั้นจะต้องมีเจตนาที่จะไปทำการสมรสกันจริงๆ คือไม่ใช่ไปสมรสด้วยเจตนาอื่น เช่น หญิงไทยต้องการไปทำงานต่างประเทศ แต่ถ้าไม่ได้สมรสจะเข้าไปทำงานลำบาก จึงไปหาผู้ชายมาจดทะเบียนสมรสด้วยโดยไม่ได้มีเจตนาที่จะเป็นสามีภรรยากัน เพียงแต่ต้องการจะใช้ทะเบียนสมรสบังหน้าเท่านั้น อันนี้ก็ถือว่าการสมรสเป็นโมฆะ หรือหญิงเป็นชาวต่างประเทศ แต่ต้องการได้สัญชาติไทย จึงมาจดทะเบียนสมรสกับชายไทย เพื่อให้ได้สัญชาติอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นโมฆะอีกเช่นกัน

ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1458 ที่ว่า การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภรรยากัน และต้องแสดงความยินยอมให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย มีข้อสังเกตด้วยว่าการสมรสที่จะบริบูรณ์นั้นจะต้องเป็นการจดทะเบียนตามกฎหมายเท่านั้น การไม่ได้จดทะเบียนก็ดี หรือไปจดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีอำนาจก็ดี ถือว่าไม่มีการสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย

การสมรสนั้นทั้งชายและหญิงต่างฝ่ายจะต้องไม่เป็นวิกลจริต หรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ในเรื่องบุคคลไร้ความสามารถนี้ท่านสามารถหาอ่านได้จากฉบับก่อนๆ ซึ่งผมเขียนไว้ค่อนข้างละเอียด แต่ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือคนที่เป็นบ้านั่นเอง และหากปรากฏว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นบ้าก็ไม่สามารถสมรสกันได้ครับ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1459

ในเรื่องการสมรสหากปรากฏว่าผู้ที่สมรสกันเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปเช่นสมรสกับ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตาและยายของตนเอง หรือลงมา เช่น สมรสกับลูก หลาน เหลน และลื้อของตนเอง หรือเป็นการสมรสระหว่างพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือเป็นการสมรสระหว่างพี่น้องร่วมแต่บิดา หรือมารดาก็ถือว่าการสมรสเป็นโมฆะ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1450

เหตุผลในข้อห้ามนี้ถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลานาน ทั้งด้วยเหตุผลเรื่องพันธุศาสตร์ ซึ่งถือว่าการสมรสของคนซึ่งสืบสายโลหิตเดียวกันจะทำให้คนที่คลอดออกมามีความผิดปกติทางสมองและการพิการ และในเรื่องของการขาดสามัญสำนึกและศีลธรรมอันดีของประชาชน ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกายังมีบทกำหนดโทษในกรณีที่มีสมรสฝ่าฝืนด้วยสำหรับการสมรสซ้อนนั้นหมายความว่า ตนเองไปจดทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นในขณะที่ตนเองมีคู่สมรสอยู่แล้ว กฎหมายถือว่าการสมรสในครั้งหลังนี้เป็นโมฆะครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา 1452 ดังนั้น ก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสกับใครก็ต้องเช็คประวัติกันให้ดีก่อนนะครับ ฉบับนี้ลาไปก่อนพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

ยุวสันต์ วิเวกเมธากร



(update 25 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600