สามีบอกล้างสัญญาระหว่างสมรส


คงจะไม่ง่ายนักที่จะวิจารณ์ถึงการตัดสินใจบางประการของชีวิตครอบครัวที่ฝ่ายสามีอ้างสิทธิในทรัพย์สินที่หามาได้ ระหว่างจดทะเบียนสมรสที่จะให้เพิกถอนสัญญาระหว่างสมรสและให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนในโฉนดที่ดิน เป็นชื่อของสามีภริยาร่วมกันดังเดิม เพราะความมีเหตุผลเฉพาะเรื่องที่ส่อนัยบางประการของผู้ใช้สิทธิอันชอบธรรม ที่รู้ถึงเหตุผลจากสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าภริยาจะเต็มใจหรือยินยอมหรือไม่ก็ตาม

ชีวิตครอบครัวนั้นความรัก ความเสน่ห์หาเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่การตกลงปลงใจจะอยู่ร่วมกัน ตามขนบธรรมเนียมประเพณี และผูกพันด้วยกฎหมายคือการจดทะเบียนสมรสอยู่กินกันจนมีลูกสืบสายโลหิต เพื่อดูแลยามพ่อแม่แก่ชราและคุ้มครองรักษามรดกไว้เป็นทุนชีวิตต่อไป

บางครอบครัวนั้นอาจมีปัญหาอยู่บ้างขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังเป็นภริยาสามีตามกฎหมายแต่ทั้งคู่ต้องเป็นคดีความกัน เพราะทรัพย์สินที่สามียกให้เป็นเหตุ ดังอุทาหรณ์ที่จะยกมาเล่าสู่กันฟังเป็นกรณีศึกษา

บวรเกิดมาแทบจะไม่รู้จักคำว่าความลำบากคืออะไรด้วยซ้ำไปเพราะโชคดีที่เกิดในตระกูลเศรษฐีย่านสี่พระยา ธุรกิจของครอบครัวมีตั้งแต่โรงสี เรือเดินทะเล และค้าน้ำตาลทราย บวรถูกส่งไปเรียนหนังสือที่สิงคโปร์ตั้งแต่จบชั้นมัธยม เขารู้จักกับเนตรนภานักศึกษาสถาบันเดียวกัน เธอคือลูกสาวเศรษฐีภูเก็ต ความใกล้ชิดนำไปสู่ความรัก และแต่งงานกันภายหลังที่ทั้งคู่จบการศึกษา

ทั้งคู่ใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯช่วยกันทำมาค้าขายด้วยทุนเดิมจนมีฐานะและมีลูกชายหญิง 2 คน บวรสูญเสียภริยาด้วยโรคหัวใจที่ไม่อาจรักษาชีวิตเนตรนภาไว้ได้ ห้าปีต่อมาบวรแต่งงานใหม่กับเศรษฐีม่ายชื่อแพรว มีลูกจากสามีเดิมคนเดียว แพรวเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมทั้งต่างประเทศด้วย ร้านค้าของแพรวอยู่ที่โรงแรมห้าดาวย่านสุขุมวิท เป็นชีวิตครอบครัวที่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูงมิตรสนิททั้งสองฝ่าย ระหว่างนั้นบวรซื้อที่ดินมีโฉนดแถวสีลม 10 แปลง มูลค่า 250 ล้านบาท เขาได้ยกที่ดินเฉพาะส่วนที่ซื้อไว้ 10 แปลงให้แก่แพรวเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานปีที่เก้า

และแล้วสิ่งที่ไม่คาดหมายเกิดขึ้นกับชีวิตครอบครัวคู่นี้ แพรวประสงค์ที่จะขายเฉพาะส่วนที่เธอมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพื่อนำเงินไปขยายการลงทุนที่ตลาดต่างประเทศ สามีของเธอเห็นว่าการแบ่งแยกที่ดินแปลงงามเนื้อที่ 10 ไร่ ไม่อาจหาได้อีกแล้วในถนนเส้นนั้น บวรคัดค้านและไม่ยินยอม บวรได้บอกล้างสัญญาเป็นหนังสือให้ภริยาของเขาโอนที่ดินคืน แพรวทำเฉยเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ที่สุดบวรฟ้องแพรวเป็นจำเลยขอให้พิพากษาให้มีการเพิกถอนขีดฆ่าหนังสือสัญญาระหว่างสมรสของโจทก์ จำเลยให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียนในโฉนดที่ดินตามฟ้องเป็นชื่อของโจทก์ร่วมกับจำเลยดังเดิม จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่เคยยกที่ดินให้ตามฟ้องโจทก์ได้แสดงเจตนาไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ ไม่เคยได้รับหนังสือบอกล้าง ขอให้ยกฟ้อง

เวรกรรมอะไรเช่นนั้นจำเลยถึงแก่กรรมทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยจามที่โจทก์ยื่นคำร้องขอ ศาลขั้นต้นอนุญาต ศาลขั้นต้นอนุญาตให้เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วนโฉนดที่พิพาทระหว่างโจทก์จำเลย จำเลยอุทธรณ์ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรมอีกคน ทายาทและผู้จัดการมรดกขอยื่นคำร้องขอเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ยกที่ดินตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.10 ให้จำเลยผู้เป็นภริยาระหว่างสมรส โจทก์มีสิทธิบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสเวลาใดก็ได้ โจทก์มีสำเนาหนังสือบอกล้างและใบตอบรับไปรษณีย์ ตามเอกสารหมายเลข จ.15 ฟังได้ว่าโจทก์บอกล้างสัญญาระหว่างสมรสแก่จำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ว่าสิทธิบอกล้างจะเป็นสิทธิเฉพาะ แต่เมื่อมีการบอกล้างโดยชอบดังกล่าวก่อนที่โจทก์จะถึงแก่กรรม กรณีจึงไม่เป็นสิทธิเฉพาะตัวอีกต่อไป และย่อมตกทอดไปยังทายาทของโจทก์ด้วย ทายาทของโจทก์จึงเข้าเป็นคู่ความแทนได้ ที่ศาลทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินชอบแล้ว พิพากษายืน

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 5485-5486/2537

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 22 มกราคม 2005)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9807 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600