ลูกตัดแม่ออกจากกองมรดก


เจตนาของเจ้าทรัพย์มรดกที่เขียนไว้ในพินัยกรรมกฎหมายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าจะมีทายาทโดยธรรมอ้างความชอบธรรมหรืออ้างสิทธิตามกฎหมายก็ตาม หากพินัยกรรมระบุชัดเจนให้ตัดออกจากกองมรดก แม้ว่าจะอ้างฐานะของความเป็นแม่ของผู้ตาย ก็ไม่อาจมีสิทธิในทรัพย์มรดกขึ้นมาได้

นางสาวธิดาถึงแก่กรรมยังมิได้สมรสและไม่มีบุตร มีมารดาและพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน ก่อนตายนางสาวธิดาเขียนพินัยกรรมด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับ ไม่มีพยานรับรองพินัยกรรม ข้อความตอนหนึ่งมีว่า " เห็นความดีงามของน้าคือนางบัวคลี่ ผู้มีน้ำใจดูแลเอาใจใส่เรียกใช้ทำธุระทั้งส่วนตัวและหน้าที่การงานไม่ปริปาก น้าบัวคลี่มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อนางสาวอารีย์ เห็นว่าเป็นเด็กดีขยันเรียนหนังสือมีแววที่จะมีอนาคตต่อไป หากผู้เขียนพินัยกรรมจะต้องมีอันเป็นไปตายไปจากโลกนี้ ก็ให้ห่วงในทรัพย์สินทั้งหมด ไม่มีลูกไม่มีสามีที่จะยกให้ในใจนั้นคิดจะยกให้นางสาวอารีย์ ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวของน้าสาวคนเล็ก ผู้เขียนเพียงแต่คิดว่าควรที่จะยกเงินสดในธนาคาร ที่ดินพร้อมบ้าน ขอเพียงแต่ให้นางสาวอารีย์ช่วยดูแลเด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแล 2 คน ผู้เขียนไม่ประสงค์ที่จะยกทรัพย์สมบัติใดๆ ให้แก่แม่และลูกๆ ของแม่ทุกคนโดยเด็ดขาด ขณะที่เขียนพินัยกรรมฉบับนี้นั้นมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ ถ้าภายหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากข้อความที่เขียนไว้แล้วตามพินัยกรรมฉบับนี้ ก็ขอให้ถือว่าเป็นการสั่งเสียก่อนตาย..." ลงชื่อ นามสกุล

หลังจากนางสาวธิดาถึงแก่กรรมนางสาวอารีย์ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรผู้เยาว์ของนางบัวคลี่และเป็นทายาทผู้รับพินัยกรรมของนางสาวธิดาผู้ตาย ครั้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2530 ผู้ตายถึงแก่กรรม และได้อ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ขอให้มารดาผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก มารดาของผู้ตายยื่นคำร้องคัดค้านว่า เป็นมารดาและเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย มีสิทธิรับมรดกเพียงคนเดียว ผู้ร้องทำพินัยกรรมปลอมขึ้นไม่มีผลบังคับใดๆ ได้ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ยกคำร้อง และให้ตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ในที่สุดศาลวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่านางสาวธิดาผู้ตายเป็นผู้เขียนพินัยกรรม ด้วยลายมือของตนเองทั้งฉบับ พินัยกรรมจึงสมบูรณ์โดยหาจำเป็นต้องมีพยานรับรองตามที่ผู้คัดค้านอ้างไม่ และที่อ้างว่าผู้ตายเขียนข้อความบรรยายความรู้สึกไว้เท่านั้นไม่ใช่เป็นพินัยกรรม พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความตามพินัยกรรมเขียนยกทรัพย์สินของผู้ตาย ให้แก่ใครบ้าง มีใครบ้างที่ไม่ยอมให้ และลงท้ายว่าขณะที่เขียนนั้นมีสติดี จึงเข้าลักษณะตามกฎหมายที่ว่า " บุลคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้" และ "การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายนั้นย่อมทำได้ด้วยคำสั่งสุดท้ายกำหนดไว้ในพินัยกรรม" ข้อความในพินัยกรรมจึงไม่ใช่เป็นการบรรยายความคิดความรู้สึกในใจเท่านั้น จึงมีคำสั่งตั้งนางบัวคลี่เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และให้ยกคำร้องของผู้คัดค้านเสีย

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 4043/2534

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 12 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9905 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600