ทรัพย์สินผู้เยาว์


ชีวิตเกิดมาไม่เที่ยงเห็นหน้ากันเมื่อวานซืน วันรุ่งขึ้นรถคว่ำตายก็เคยมี หากมีทายาทยังไม่บรรลุนิติภาวะ พ่อเพิ่งจะเสียชีวิตแม่ตายไปหลายปีแล้วจะให้ผู้ใดทำหน้าที่ผู้ปกครองระหว่างที่เป็นผู้เยาว์อยู่

กฎหมายกำหนดเรื่องผู้ปกครองไว้ว่า ให้ตั้งโดยคำสั่งศาลเมื่อมีการร้องขอของญาติผู้เยาว์ อัยการ หรือผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายทีหลังระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมให้เป็นผู้ปกครอง เว้นแต่พินัยกรรมนั้นไม่มีผลบังคับหรือบุคคลที่ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมนั้นเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้ปกครอง เช่นเป็นบุคคลล้มละลาย เป็นบุคคลซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการใช้อำนาจของผู้ปกครองที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ โดยเฉพาะทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ ผู้ปกครองจะกระทำการใดต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน มิฉะนั้นอาจเป็นโมฆะได้ เพราะเรื่องการใช้อำนาจปกครองใช่ว่านึกจะทำอะไรตามใจชอบหาได้ไม่ ต้องทำตามตัวบทกฎหมายที่กำหนดขอบเขตไว้

หลักของกฎหมายเพื่อให้ศาลทำหน้าที่ในการตรวจสอบกำกับดูแลผลประโยชน์อื่นใดของผู้เยาว์ไม่ให้เสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้อำนาจของผู้ปกครอง การใช้ดุลพินิจกลั่นกรองการตัดสินใจของผู้ปกครองจะกระทำการใดแก่ทรัพย์สินของผู้เยาว์ต้องรอบคอบรักษาประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้เยาว์ ผู้ปกครองจะกระทำการใดโดยพลการที่มีกฎหมายกำหนดบทบาทไว้หาได้ไม่

ศาลอาจใช้ดุลพินิจตามที่ผู้ปกครองร้องขอที่จะจัดการกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ให้ตามที่ร้องขอ หรืออนุญาตบางเรื่องไม่อนุญาตบางเรื่องแล้วแต่ข้อเท็จจริง หรือไม่อนุญาตก็ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจศาล ผู้ปกครองผู้เยาว์ต้องตระหนักให้มากที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ ทำไปแล้วอาจไม่มีผลตามกฎหมายก็ได้

ภายหลังที่ นายสิทธิกร เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์แถววัดแก้ว ถนนจรัญสนิทวงศ์ถึงแก่กรรม นางถมยา ภริยาเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลและเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ 2 คน ผู้ตายหรือเจ้ามรดกมีที่ดินหลายแปลงแถวบางแคและบางบัวทอง รวมทั้งเงินสดในธนาคาร

เกิดปัญหาการจัดการมรดกถึงขนาดฟ้องร้องกัน บังคับให้ภริยาของเจ้ามรดกในฐานะผู้จัดการตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างพ่อสามีกับลูกสะใภ้ ภายหลังผู้จัดการมรดกของพ่อสามีได้ยื่นฟ้องนางถมยาบังคับให้ทำตามสัญญาประนีประนอมยอมความกับ นายศุภเกียรติ พ่อสามีเสียชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อนที่เธอถูกฟ้องเป็นจำเลย

เรื่องมีว่าถมยาทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งทรัพย์ของสามีผู้เสียชีวิต ยกบ้านและที่ดิน 200 ตารางวาแถวบางแคให้แก่ศุภเกียรติ แต่มีเงื่อนไขว่าให้นำเงินจากกองมรดกไปไถ่ถอนที่ดินแปลงนั้นจากสถาบันการเงินที่ติดจำนองไว้และใส่ชื่อเป็นของพ่อสามี โดยที่ถมยาได้รับมรดกส่วนของเธอตามที่ระบุไว้ในสัญญาภายหลังที่แบ่งให้บุตรทั้งสองเต็มส่วนตามสิทธิแล้วให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญา แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามคดีความจึงเกิดขึ้นสู้คดีกันถึงสามศาล

ที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อความตามสัญญาดังกล่าว จะมีผลให้ที่ดินและบ้านหากปฏิบัติตามข้อตกลงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของศุภเกียรติแต่ผู้เดียวกระทบต่อสิทธิของผู้เยาว์ทั้งสอง ซึ่งกฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใช้อำนาจปกครองทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินของเด็ก เว้นแต่ศาลจะอนุญาต

คดีนี้ไม่ปรากฏว่า จำเลยซึ่งเป็นมารดาผู้เยาว์และผู้ใช้อำนาจปกครองได้รับอนุญาตจากศาลให้ทำสัญญาดังกล่าวแต่ประการใด ข้อตกลงที่ทำไว้โดยที่จำเลยจะโอนบ้านพร้อมที่ดินพิพาทซึ่งผู้เยาว์ทั้งสองมีส่วนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ศุภเกียรติแต่เพียงผู้เดียวจึงตกเป็นโมฆะ ฟ้องบังคับตามสัญญาไม่ได้

ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องคดีใหม่เรียกทรัพย์มรดกตามส่วนที่พึงได้ต่อไป ศาลฎีกาเห็นชอบด้วย

พิพากษายืน

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 4006/2526

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 1 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10262 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600