อำนาจปกครองลูก


ความจำเป็นในชีวิตของหญิงหนึ่งเมื่อมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ ใครเล่าจะรู้ดีเท่ากับตัวเธอเอง มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายในสังคมที่ทุกอย่างจะสุกงอมและชัดเจนขึ้นภายหลังปัญหาถูกเก็บซ่อนไว้ วันนั้นวันแห่งการต้องแยกกันอยู่อย่างชัดเจนระหว่างผู้เป็นพ่อและแม่

คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะพูดถึงรอยปริร้าวของครอบครัวใดที่อยู่ด้วยกันฉันสามีภริยาจนมีลูกน้อยเกิดขึ้นเติบใหญ่มีอนาคตในภายหน้า ผู้เป็นพ่อและแม่ต้องแยกกันอยู่ ซ้ำร้ายพ่อไปมีภริยาคนใหม่ แม่ต้องอยู่กับลูกเลี้ยงดูลูกกว่าจะเป็นหนุ่ม-สาว ยกเว้นบางรายผู้เป็นพ่อมีภริยาเดิมอยู่ก่อนแล้ว

แน่นอนที่สุดสิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นข้อโต้แย้งในหลายปัญหามักจะยกข้ออ้างที่ว่า มนุษย์เรามักจะมีเหตุผลของตัวเอง ผิด-ถูกมีคุณธรรมหรือมโนธรรมแค่ไหนมักจะพูดกันภายหลัง ทั้งที่ต้องนำมาเป็นเหตุผลเฉพาะตัวก่อนเกิดปัญหาใดๆ ด้วยซ้ำไป

แม้กฎหมายเขียนไว้ว่า เด็กที่เกิดมาในวินาทีแรกนั้นย่อมเป็นลูกที่ชอบด้วยกฎหมายของแม่เสมอ แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ก็ตาม แต่เด็กที่เกิดมานั้นย่อมต้องมีพ่อเสมอ กฎหมายจึงคุ้มครองผู้เป็นลูกไว้ให้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อทั้งพ่อและแม่หมดสิ้นปัญหาอุปสรรคใดๆ ได้มีการสมรสกันภายหลัง หรือบิดาเกิดสำนึกถึงความเป็นพ่อได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร หรือโดยคำสั่งศาลแล้วแต่ข้อเท็จจริง

จึงขอกล่าวอย่างหนักแน่นและไว้เตือนสติสำหรับตราบาปที่ได้สร้างไว้กับเด็กคนนั้นว่า ปัญหาจะรุนแรงที่เกิดจากการก่อขึ้นของคนสองคนย่อมมีเวลาของการคลี่คลาย ผู้เป็นพ่อจะถือว่าเป็นหน้าที่ก็ว่าได้ เพื่อให้เด็กมีหลักประกันมีสิทธิตามกฎหมาย แม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ของลูก เพราะพ่อคนนั้นต้องมีหน้าที่ทางศีลธรรมและกฎหมาย

ข้อถกเถียงจนเกิดปัญหาซ้อนปัญหาเดิม อำนาจปกครองลูกจะอยู่กับใคร แม่นั้นจะดูและอยู่ใกล้ชิดลูกยามลูกป่วย นั่งเฝ้าระวังไม่ห่างไกล บางครั้งต้องแอบร้องไห้ไม่ให้ลูกเห็นน้ำตา และต้องตอบคำถามลูกที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดทุกครั้ง กว่าลูกจะโตเธอต้องตอบคำถามของลูกเกี่ยวกับพ่ออีกกี่พันครั้ง นี่คือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เป็นแม่

นายจรูญวิทย์ เจ้าของธุรกิจแท็กซี่ให้เช่า เกิดปัญหาทะเลาะกันอย่างรุนแรงกับ นางชลธี ภรรยาสาวเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของบริษัทมีชื่อทำธุรกิจสิ่งทอ ชีวิตทั้งสองเริ่มต้นด้วยความรัก แต่ไม่อาจจดทะเบียนสมรสได้ นอกจากอยู่กันอย่างสามีภริยาตราบจนลูกชายอายุได้ 10 ขวบ ชีวิตคู่เริ่มมีปัญหาไม่อาจอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อีก

สิ่งแรกของการแสดงถึงความเป็นพ่อ จรูญวิทย์จูงลูกชายไปพบหัวหน้าเขตวัฒนาและจดทะเบียนรับรอง เด็กชายจรัสแสง ว่า เป็นบุตรของเขา แต่สิ่งที่เขาไม่อาจทำได้ คือ การจดทะเบียนสมรสกับแม่ของลูก หลังจากนั้นต่อมาอีก 1 เดือนทั้งคู่ทำสัญญายกเลิกที่จะอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาอีกต่อไป เขารับภาระเลี้ยงดูให้การศึกษาจนกว่าลูกของเขามีความสามารถที่จะเรียนได้ แต่ทั้งคู่ไม่ได้ตกลงเรื่องอำนาจปกครองลูก

เรื่องไปยุติที่ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เป็นพ่อเพิ่งจะมีอำนาจปกครองลูกร่วมกับแม่ภายหลังที่ได้จดทะเบียนรับรองบุตรก่อนที่จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความเลิกจากการเป็นสามีภรรยากันเพียงเดือนเศษ ก่อนหน้านี้นั้นอำนาจปกครองลูกอยู่กับแม่ฝ่ายเดียวมาตั้งแต่ลูกชายเกิด จึงไม่มีเหตุผลที่จะคิดเห็นว่าผู้เป็นแม่ยอมสละอำนาจปกครองบุตรทั้งหมดให้แก่โจทก์ผู้เป็นพ่อเพียงฝ่ายเดียว ข้อตกลงในสัญญาไม่อาจแปลเลยเถิดไปถึงขนาดนั้น

อำนาจปกครองบุตรเป็นอำนาจที่สำคัญมาก เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตกลงให้ชัดแจ้ง โจทก์จะขอให้ศาลบังคับให้จำเลยส่งบุตรคืนไม่ได้

พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 301/2526

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 1 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10255 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600