ให้เพราะลูกไปไถ่จำนองเรียกคืนไม่ได้


วันนี้ดิฉันได้รับจดหมายหนึ่งจากประเทศฟินแลนด์ค่ะ

เรียนคุณมณีรัตน์ ภัคดุรงค์ ที่เคารพ

ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับพี่สาวนิดหน่อยค่ะอยากปรึกาาคุณเพราะสงสารพี่สาวมากเลย เรื่องเป็นอย่างนี้ พ่อมีที่นาติดสวนเนื้อที่ 13 ไร่เมื่อ 8-10 ปีก่อน แม่เอาไปจำนองกับเพื่อนบ้านในราคา 8,000 บาท ถือว่าเยอะมากสำหรับคนจนๆ แบบพวกเรา พอพี่สาวดิฉันแต่งงานไปไม่นานก็เอาเงินส่วนตัวไปไถ่ออกมา (ไม่ใช่แม่ไปไถ่นะคะ) จากนั้นพี่สาวก็ทำกินในที่ดินแปลงนั้นจนถึงปัจจุบัน พี่สาวเขาได้กลบที่ยกขึ้นให้สูงเพราะที่ดินมีแต่โคนเพื่อสร้างบ้าน บัดนี้พี่ชายคนโตไปปักหลักปลูกบ้านเอาเลยไม่คิดละอาย ดิฉันสงสารพี่สาวมาก พี่สาวจึงขอแค่จ่ายเงินที่ถมดินไปแต่พี่ชายไม่ให้ สำหรับพี่ชายคนนี้เคยรับเงินสินสอดที่พี่สาวดิฉันต้องเอาที่ดินของเขาไปขายด้วย

พี่ชายสอบติดโรงเรียนตำรวจค่ะ เขาไม่มีท่าทีที่จะทำไร่ทำนา เพราะเขาไปทำงานให้กับชุมชนจนได้ทุนเยาวชนไปประเทศแคนาดา ดิฉันและพี่สาวเคยคิดว่าพี่ชายคนนี้ไม่มีทางทำไร่ทำนาแน่นอน แต่มาตอนนี้คิดอยากได้ทั้งที่พี่สาวคนนี้ไม่มีเงินเดือนกิน สงสารพี่สาวมากต้องเป็นคนเลี่ยงพ่อแม่ที่แก่ชรา วันไหนแม่กินเหล้าก็ด่าพี่สาวเสียแทบจะเป็นโรคประสาท เธอขยันมากเก็บขวดและรับซื้อของเก่าไว้ขายด้วย เพราะเธอมีลูกสาว 2 คนที่กำลังเรียน พวกเราอยู่ไกล ไม่ต้องรับรู้เวลาแม่ด่า แต่พี่สาวดิฉันอยู่ใกล้ เมื่อไรที่ดิฉันและน้องสาวส่งเงินไปให้แม่โดยผ่านพี่สาวเป็นหมื่นเป็นแสนดิฉันเขียนเหมือนเขียนมาระบายเลยนะคะ เลยไม่รู้สรุปแล้วเป็นเรื่องอะไรแน่ ต้องขอโทษคุณมณีรัตน์ด้วย เรื่องที่ดินดิฉันไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าพ่อโอนให้พี่สาวแล้วหรือยัง หากพี่ชายเอาจริงๆ แล้วพี่สาวก็ต้องให้เขาใช่ไหมคะ เพราะหากพ่อยังไม่ได้โอน ก็ยังถือว่าเป็นมรดกอยู่ใช่ไหมคะ ดิฉันคิดว่าพี่สาวคงไม่มีหลักฐานอะไรว่าแกไถ่ออกมา และที่ของแกที่ขายเป็นสินสอดก็ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันว่าให้พี่ชาย นอกจากพี่น้องได้รับรู้ พี่ชายหนูเขาเรียนกฎหมายด้วยค่ะ ดิฉันเพิ่งรู้เรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่มีพี่น้อง เรื่องผลประโยชน์ไม่มีสายเลือด ถึงว่าพี่น้องเข่นฆ่ากันเพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความไม่รู้จักพอนี้เอง ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับความกรุณาจากคุณมณีรัตน์ ขอบพระคุณเป็นการล่วงหน้า

ด้วยความเคารพ
อารียา Vantaa, Finland


ขอชื่นชมคุณอารียากับน้องสาวค่ะที่ไปฟันฝ่าอุปสรรคที่ประเทศฟินแลนด์ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน นี่ก็เข้าฤดูหนาวของฟินแลนด์แล้ว ประเทศแถบสแกนดิเนเวียนี่ดีค่ะ พอถึงฤดูหนาว โรงงานหรือที่ทำงานหยุดยาวเป็นเดือนเพื่อให้เครื่องจักรพักผ่อนและให้นายจ้างลูกจ้างไปพักผ่อนประจำปีเหมือนพักร้อนบ้านเรา แต่เขาพักหนาวดิฉันเคยเห็นสาวไทยพร้อมครอบครัวบนเครื่องบินลำเดียวกัน สอบถามได้ความว่าพาครอบครัวกลับบ้านนอนพักผ่อนจะกลับไปอีกครั้งก็เดือนมีนาคมหรือหลังสงกรานต์ ที่เป็นวันหยุดประจำปีอยู่ การพักร้อนบ้านเราไม่ยาวนานเหมือนเขา ปีหนึ่งให้ไม่กี่วันแต่ต้องแยกวันพักร้อนเพื่อคนงานจะได้ทำงานตลอดทั้งปี

สำหรับเรื่องพี่สาวไม่ใช่เรื่องนิดหน่อยนะคะ หนักหนาสาหัสพอดูเพราะไปมีเรื่องกับพี่ชายที่รู้กฎหมาย และไม่รู้ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับน้องสาวที่เคยช่วยเหลือเงินเพื่อแต่งงานกับเป็นคนเลี้ยงดูพ่อแม่หรือเปล่า เรื่องที่ดินนั้นดิฉันไม่ทราบว่ามีการจำนองถูกต้องหรือไม่ เพราะการจำนองต้องทำเป็นหนังสือจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินค่ะ

มาตรา 714 อันสัญญาจำนองนั้น ท่านว่าต้องเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนจำนอง อาจเป็นไปได้ที่คุณแม่ของคุณไปยืมเงิน 8,000 บาท แล้วนำโฉนดที่ดินไปวางเป็นประกันคือ เอาไปให้ผู้ให้กู้ถือไว้เฉยๆ เมื่อพี่สาวนำเงินไปชำระแล้วผู้ให้กู้จึงคืนโฉนดให้ ถ้าหากมีการคืนโฉนดมาแล้ว พ่อยกที่ให้โดยการโอนที่ที่สำนักงานที่ดิน การยกให้ถือว่าสมบูรณ์

มาตรา 525 การให้ทรัพย์สินซึ่งถ้าจะซื้อขายกันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ท่านว่าย่อมสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีเช่นนี้การให้ย่อมเป็นอันสมบูรณ์โดยมิพักต้องส่งมอบ

คุณอารียาเห็นคุณพ่อพาพี่สาวไปจดทะเบียนหรือเปล่าถ้ายังไม่ได้ทำและคุณกำลังกลับไปพักร้อนพอดี ก็ให้พาคุณพ่อไปโอนที่ดินให้พี่สาวก็จะดีมากและถูกต้องค่ะ ถือว่าคุณทำให้กับพี่สาวที่ทดแทนคุณพ่อแม่ด้วยการจ่ายหนี้แทนเพราะคุณรู้เห็นมา

เรื่องที่พี่สาวได้ทำกินและทำประโยชน์โดยถมที่เพื่อเตรียมสร้างบ้านนั้น ถ้าพี่สาวได้ดำเนินการไปกว่า 10 ปี แล้วโดยคุณพ่อก็มิได้โต้แย้งอะไร ไม่ได้เข้ามาคัดค้านการทำประโยชน์ในที่ดิน และคนทั่วไปรู้ดีว่า พี่สาวพัฒนาที่ดินของตนเอง พี่สาวอ้างว่าเป็นการครอบครองปรปักษ์ได้ โดยทำหนังสือบอกกล่าวไปยังพี่ชายเลย เพื่อให้เขารู้ว่า พ่อไม่ได้พ่อไม่ได้เข้ามายุ่งกับที่ดินแปลงที่ใช้หนี้แทน และพี่สาวครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้ว ถ้าพี่ชายเข้าไปปักหลักปลูกบ้าน ก็ให้พี่สาวไปฟ้องขับไล่เสีย

แต่ถ้าที่ดินเป็น ส.ค. 1, หรือ น.ส. 3 พี่สาวคุณสามารถอ้างสิทธิครอบครองเกิน 1 ปีได้เลยแนะนำให้พี่สาวไปร้องขอออกโฉนดได้เลยค่ะ และฟ้องขับไล่พี่ชายได้เหมือนกัน

ปัญหาว่า พ่อจะไปโอนยกที่ดินให้พี่ชายหรือยังนี่ ต้องระวังค่ะ ถ้าพ่อยังไม่ยกให้ และยังติดตามดูแลที่ดิน พ่อมีสิทธิเต็มที่ที่จะยกให้ใครก็ได้ ถ้าพ่อจากไป ที่ดินนี้แปลงนี้เป็นมรดกค่ะ ถ้าเป็นมรดกเมื่อไร แม่ลูกทุกคนได้แบ่งเท่ากันแต่ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ เกิดถูกพี่ชายพาตัวพ่อไปที่ดิน อย่างนี้พี่สาวเสียเปรียบทันที คุณต้องอาศัยคุณกับน้องสาวอีกนั่นแหละที่ต้องไปบอกพ่อว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของพี่สาวอย่าไปยกให้พี่ชาย ต้องรีบพูดนะคะ

คุณพ่อคงไม่ทราบกฎหมายดีเท่ากับพี่ชาย ดิฉันไม่สนับสนุนให้มีการใช้วิธีที่รุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม เรามีศาล ศาลจะช่วยเราได้ น้องๆ ทุกคนรู้ว่าพี่สาวเป็นผู้ออกเงินและปรับปรุงที่ดินไปเป็นพยานได้ พยานเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทย เพราะพยานจะเป็นผู้ที่จรรโลงความยุติธรรมของโลกไว้ได้

มีอะไรสงสัยเขียนมาถามใหม่ได้ หรือมาถึงประเทศไทยเมื่อไร ก็มาหากันนะคะ มาคุยกัน

สวัสดีค่ะ.

มณีรัตน์ (มยุรี) ภัคดุรงค์



(update 8 กรกฎาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 27 ฉบับที่ 320 ธันวาคม 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600