แต่งได้ 9 วัน ฟ้องหย่า


อะไรคือสาเหตุที่ต้องซ่อนเร้นจำบัง ผู้นั้นย่อมรู้อยู่แก่ใจ หญิงหนึ่งคือภริยาคนที่เขารักต่างสมัครใจอยู่กินฉันสามีภริยาจนมีลูกคนหนึ่งกับหญิงหนึ่งที่เขารักใหม่และแต่งงานจดทะเบียนสมรส อีก 5 วันต่อมาเห็นแก่ลูกเกิดมาแล้วต้องมีพ่อจึงได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ของลูก

รักร้าว ร้าวลึกย่อมเกิดขึ้นถึงขั้นฟ้องหย่า

กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า "ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้ หากการสมรสฝ่าฝืนต่อบทบัญญัตินี้ ย่อมเป็นโมฆะ"

นายทิติพงษ์หลังจากจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ สอบเข้ารับราชการที่กระทรวงมหาดไทย และบรรจุให้รับราชการครั้งแรกที่จังหวัดปัตตานี นิยายรักเกิดขึ้นก่อนเรียนจบปีสุดท้าย นางสาววัลลภา เพื่อนนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัยที่รักผูกพันจนอยู่ด้วยกันหลังจากทั้งสองคนเรียนจบได้ 2 ปี หลังจากนั้น เขาเดินทางไปรับตำแหน่ง ครั้งสุดท้ายย้ายไปอยู่ที่จังหวัดลำปาง

กามเทพขี้เล่นลองใจว่าเขารักมั่นสัญญาไว้กับวัลลภาว่าขอเก็บเงินรอวันแต่งงานอีก 2 ปี ทิติพงษ์เจอหญิงหนึ่งในงานแต่งงานที่โรงแรม เธอสวยมีเสน่ห์บาดตาตรึงใจไม่อาจห้ามใจได้ สอบถามคนรู้จักมารู้ภายหลังว่าเธอทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่งในเมืองแผนกรับฝากเงิน

เขาหาวิธีทำความรู้จักตีสนิทจนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เข้าใจในรักและแต่งงานกันในที่สุด เธอผู้ชนะใจทิติพงษ์ภริยาคนใหม่จดทะเบียนภายหลังแต่งงานได้ 1 วันชื่อนางสาวธัญวลัย ความจริงถูกเปิดเผยด้วยผู้หวังดีประสงค์ร้ายหรือไม่แล้วแต่จะคิด

ที่แน่นอนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ทิติพงษ์สามีตกเป็นจำเลย และธัญวลัยภริยาเป็นโจทก์ว่า ก่อนที่สามีจะแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับเธอนั้น สามีอยู่กินกับวัลลภาจนมีลูกด้วยกัน 1 คน สามีปกปิดความจริงกับเธอมาตลอดเวลาที่รู้จักกัน จนหลังจากแต่งงานได้ 5 วัน เธอรู้ความจริงว่าสามีได้แอบไปจดทะเบียนสมรสซ้อนกับผู้หญิงดังกล่าว

การกระทำของผู้เป็นสามีต่อภริยาเช่นนี้ถือว่าเป็นการดูถูกดูหมิ่นผู้ที่เป็นภริยา เพราะได้มีการอุปการะยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา อันจะเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ เป็นการกระทำที่ไม่อาจให้อภัยได้ จึงฟ้องศาลให้พิพากษาหย่าขาดจากกัน และเรียกค่าทดแทนแก่โจทก์ให้สาสมกับความผิด

ที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องฟังเป็นยุติดังกล่าวแล้ว โจทก์จะรู้เห็นยินยอมหรือเป็นใจให้สามีไปจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นเพราะเท่ากับว่าเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน เพราะทั้งโจทก์และจำเลยต่างเพิ่งจะแต่งงานจดทะเบียนได้ 10 กว่าวันเท่านั้น

การตัดสินใจของทั้งสองฝ่ายเพื่อการแต่งงานด้วยความเชื่อและหวังว่าจะได้อยู่กินกันฉันสามีภริยาอย่างปกติเหมือนคู่สามีภริยาอื่น มีเหตุผลอันใดที่จะยอมให้สามีกระทำเยี่ยงนั้น มีแต่จะสร้างปัญหายุ่งยากแก่ครอบครัว

ที่จำเลยนำสืบว่าอย่าได้วิตกไม่ขอสัมพันธ์กับวัลลภาอีกนับแต่นี้ไป ที่ทำไปเพราะเห็นแก่ลูก เด็กที่เกิดนั้นต้องมีพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายจะให้อยู่สภาพนั้นได้อย่างไร หากเป็นจริงตามที่อ้างไซร้เหตุใดไม่ขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ทำได้อยู่แล้ว

ศาลเห็นว่า การไปจดทะเบียนสมรสซ้อนเพื่อเหตุผลของจำเลยตามที่อ้างไว้ เสี่ยงต่อการกระทำผิดทางอาญาฐานแจ้งความเท็จ จึงรับฟังไม่ได้

โจทก์เองที่อ้างว่าเป็นผู้มีชื่อเสียง ไม่อาจพิสูจน์ให้เห็นว่ามีคนนับถืออย่างใด ต้องเสียชื่อเสียงอย่างไรนั้น เห็นว่า กฎหมายบัญญัติให้โจทก์ได้รับค่าทดแทนที่ศาลพิพากษาให้หย่าขาดกันแม้โจทก์ไม่นำสืบ ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ได้ เมื่อพิเคราะห์ดูพฤติการณ์แห่งคดีและหน้าที่การงานของโจทก์แล้ว จึงควรกำหนดเสียใหม่ให้เหมาะสม

พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ 20,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา และไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานทะเบียนจังหวัดลำปาง

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 2308/2527

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 8 กันยายน 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10388 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600