ไม่มีเหตุให้หย่า


ชีวิตในครอบครัวหากเริ่มต้นด้วยการหึงหวง การทะเลาะด่าทอย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางครั้งอาจเลยเถิดถึงขั้นลงมือทำร้ายกันและกันเป็นภาพบาดตาบาดใจของลูกๆ ความสุขในครอบ ครัวจะมีขึ้นได้อย่างไรกัน กระทบต่อสุขภาพจิตของลูกมากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากผู้เป็นพ่อและแม่

ชีวิตครอบครัวหนึ่งเริ่มต้นด้วยความรักเหมือนคู่หนุ่มสาวทั่วไป จนมีลูกชายหญิงสองคน ความหวาดระแวงสงสัยของชายผู้เป็นสามีว่าภริยาจะมีชู้จึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้นผู้เป็นสามีทำร้ายภริยาด่าทอหยาบคายด้วย ภริยาไม่อาจทนสภาพเช่นนั้นได้ จึงได้ฟ้องหย่า

นางณิชกมล ภริยาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเดชสิทธิ สามีเป็นจำเลยว่า ภายหลังที่เธอกลับจากเที่ยวชายทะเลชะอำโดยมีชายอื่นไปด้วยด้วยประโยคที่พาดพิงถึงบุพการีไม่สั่งสอน และหยิบ ยกดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ทำด้วยทองคำมาเปรียบเปรย ถือว่าดูหมิ่นอย่างร้ายแรงทั้งตัวเธอและบุพการี เธอไม่อาจทนได้อีกต่อไป เธอจึงถือเป็นเหตุฟ้องหย่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้หย่าได้และให้บุตรทั้งสองอยุ่ในความอุปการะของโจทก์ ให้สามีจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท จนกว่าบุตรจะสำเร็จการศึกษา

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลแพ่งไม่มีอำนาจพิจารณาฟ้องของโจทก์ที่ขอเป็นผู้ปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะฟ้องที่ขอเป็นผู้ปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ทั้งสองฝ่ายมีอุปนิสัยไม่ยอมลดละด่าทอกันเป็นนิจศีล ด่าด้วยความสมัครใจต่างฝ่ายต่างด่ากัน มิได้มุ่งจงใจถึง บุพการีฝ่ายใด มิได้หมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และมิได้ผิดทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติตามที่จำเลยฎีกานั้น

ปรากฏว่าโจทก์เคยฟ้องหย่าและถอนฟ้องภายหลัง เพราะจำเลยได้ทำทัณฑ์บนไว้ว่าจะไม่ทำร้ายและด่าบุพการีของโจทก์อีกต่อไป คือจะประพฤติเป็นสามีที่ดีของโจทก์นั่นแหละ การพิจารณาคำด่าตามฟ้องอันเป็นเหตุให้หย่าได้หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงสภาพความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมของทั้งสองฝ่ายด้วย

คดีได้ความจากบุตรทั้งสองของพยานโจทก์ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์และจำเลยว่าทั้งคู่ทะเลาะกันเกือบทุกวันเพราะจำเลยหึงหวงโจทก์ เข้าใจว่าโจทก์มีชู้ต่างด่าว่าซึ่งกันและกัน

ก่อนไปเที่ยวชะอำในวันนั้น จำเลยได้ต่อว่าโจทก์จะไปเที่ยวกับชายอื่น จำเลยไม่อยากไปด้วย แต่ในที่สุดจำเลยก็ยอมไป พยานจำเลยอีกคนหนึ่งว่า ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะเพราะโจทก์ชอบไปเที่ยวนอกบ้านในวันหยุดงาน ต่างด่าซึ่งกันและกัน ไม่ฟังการห้ามปรามของสามี จึงน่าเชื่อว่าวันที่ไปเที่ยวชะอำมีชายอื่นไปด้วยไม่ได้ไปตามลำพังเฉพาะครอบ ครัว ทำให้จำเลยไม่พอใจอยู่ก่อนแล้ว

ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าโจทก์ไม่ทราบสาเหตุของการถูกสามีด่า เชื่อว่าโจทก์ปิดบังข้อเท็จจริง อันเป็นสาเหตุที่จำเลยด่าด้วยถ้อยคำดังกล่าวตามที่ฟ้องไว้ จากการพิเคราะห์ถึงสภาพแวดล้อมและอุปนิสัยของทั้งสองฝ่าย ต่างด่าทอกันเป็นปกติวิสัย ภายหลังกลับจากเที่ยวและก่อนไปก็ด่าทอกันเกิดโทสะจริตวู่วามทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น โจทก์จะเอาข้อความที่จำเลยกล่าวในคำด่าทอด้วยถ้อยคำตามฟ้องมาเป็นข้ออ้างว่าจำเลยดูหมิ่นโจทก์และบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง ทั้งเรื่องการทำร้ายโจทก์ เพื่อเป็นเหตุฟ้องหย่าหาได้ไม่ เมื่อโจทก์มิได้ยกประเด็นว่าโจทก์ทำผิดทัณฑ์บนจะไม่ทำร้ายโจทก์ไว้ในคำฟ้อง คดีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติ จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากันได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากันนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นทั้งไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้ออื่น ตลอดจนฎีกาของโจทก์ที่ฎีกาว่า ศาลแพ่งคือศาลชั้นต้นคดีนี้มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคำฟ้องของโจทก์หรือไม่ ในส่วนเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ด้วย

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 719/2528

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 8 กันยายน 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10395 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600