ฟ้องขอหย่าหลังหย่าขาด


มีครอบครัวใดบ้างที่ประสงค์ที่จะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน หากไม่เหลืออดกันจนทนไม่ได้ แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฝ่ายชายปันใจให้หญิงอื่นและยกย่องเป็นภริยาอีกคนอาจเป็นเรื่องธรรมดาของบุรุษเพศ แต่ไม่ธรรมดาสำหรับภริยา หญิงใดหรือจะยอมได้

บางประเทศจะกำหนดวิธีการหย่าให้ยุ่งยากเข้าไว้ เพราะเห็นว่าชีวิตคู่จะต้องมีความอดทนการอยู่ร่วมกันอาจมีปัญหาทะเลาะขัดใจกันก็ถือว่าปกติสำหรับมนุษย์

สำหรับประเทศไทยนั้นให้หย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่ง คู่สมรสใดจะหย่ากันก็คิดให้ดีเสียก่อนโดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อลูกและตัวเราเอง

หากการหย่าโดยความยินยอมเกิดขึ้น ถ้าสามีภริยาทำบันทึกเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีอยู่ยอมยกให้แก่ลูกๆ บันทึกดังกล่าวถือได้ว่ามีเจตนาที่จะให้มีผลทางกฎหมาย ฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามอีกฝ่ายหนึ่งย่อมฟ้องได้เช่นกัน มีปัญหาน่าคิดในทางกฎหมายหากสามีภริยายินยอมหย่าขาดจากกันทำหลักฐานไว้สมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ ฝ่ายหญิงลืมเรียกค่าทดแทนจากฝ่ายชาย จึงฟ้องศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากกันเพราะสามีแอบไปเชิดชูยกย่องหญิงอื่นเป็นภริยาเช่นนี้ ฝ่ายหญิงจะมีสิทธิหรือไม่

สามีภริยาคู่หนึ่งรับราชการต่างกระทรวงกัน ใช้ชีวิตคู่ด้วยความรักและความเข้าใจกัน จารึกผู้เป็นสามีต้องเดินทางไปราชการต่างจังหวัดเป็นประจำ ส่วนศจีผู้เป็นภริยามีอาชีพเป็นครูประจำจังหวัดชัยนาท อีกแปดปีต่อมา เธอรู้ความจริงว่าสามีไม่ซื่อสัตย์แอบไปมีภริยาไว้อีกคนอยู่จังหวัดนครสวรรค์ เธอคาดคั้นหาความจริงจนสามียอมรับว่าเป็นเรื่องจริงด้วยความรู้สึกที่เธอไม่อาจรับการกระทำของสามีได้ จึงได้ตกลงกันไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาที่อำเภอวันที่สามียอมรับความจริง

ปรากฏว่า การหย่าดังกล่าวไม่ได้มีการบันทึกข้อตกลงให้สามีต้องรับผิดชอบหรือรับภาระอย่างใดอย่างหนึ่ง มารู้ตัวอีกครั้งก็ให้รู้สึกคับแค้นใจ เธอจึงเป็นโจทก์ฟ้องหย่าอ้างเหตุว่าผู้เป็นสามีจงใจละทิ้งร้างเธอและอุปการะเลี้ยงดูและยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา ขอให้จำเลยซึ่งหมายถึงผู้เป็นสามีจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท

จะด้วยสาเหตุใดไม่ทราบได้นอกจากตัวจำเลยนั่นแหละรู้ดี กล่าวคือ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ 50,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่ากันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2526 หลังจากนั้นอีกหนึ่งปี โจทก์ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2527 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากหย่ากันแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอหย่า และไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนเพราะว่าค่าทดแทนจะมีขึ้นได้ต่อเมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามบัญญัติของกฎหมายเพราะสามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาเท่านั้น

กรณีนี้หากจำเลยผิดสัญญาไม่จ่ายเงินให้โจทก์ก็ชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะนำคดีมาฟ้องเรียกค่าทดแทนหาได้ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 3120/2530

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 4 ตุลาคม 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์หมอชาวบ้าน วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10423]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600