ฟ้องภริยาคนใหม่


ชีวิตสมรสคือความมุ่งมั่นศรัทธาที่ชายหญิงคู่หนึ่งมีต่อกัน ความรัก ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ นำไปสู่ความผูกพันแต่งงานทะเบียนสมรสโดยสมัครใจใช่ใครบังคับก็หาไม่

การเริ่มต้นของชีวิตคู่คือความหวังสูงสุดของชีวิตที่จะสร้างอนาคต ต่างวาดหวังที่จะมีทายาท มั่งมีศรีสุข หรืออาจมีสืบชาติพันธุ์ตามความคิดที่ยิ่งใหญ่ของนักรบผู้มีอำนาจบางคน

การสมรสก่อให้เกิดครอบครัว ต้องจดทะเบียนตามแบบฟอร์มของเจ้าหน้าที่กำหนดขึ้น ทำให้ดูเหมือนกับว่ามีการทำสัญญาให้ไว้ต่อกันเพราะเกิดขึ้นจากบุคคลสองฝ่ายซึ่งกฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้หลายเรื่อง

สัญญาพิเศษที่มีเงื่อนไขกำกับไว้นี่เอง ใช่ว่าผู้ใดนึกจะจดทะเบียนแต่งงานกับใครเมื่อไหร่ก็หาได้ไม่ เงื่อนไขนี่เองนำไปสู่ความราบเรียบ ป้องกันปัญหาความมักง่าย คุ้มครองสิทธิของชายหญิงที่สมัครใจเป็นสามีภริยา และรักษาศีลธรรมบรรทัดฐานของสังคมให้อยู่กันอย่างมีความสุข

ชายหญิงใดที่มีคู่สมรสจดทะเบียนกันแล้วอยู่กันมาสุขทุกข์ตามประสามนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฝ่ายใดเกิดเบื่อหน่ายแอบไปจดทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นทำไม่ได้ ชายมักจะท้าทายกฎชีวิตข้อนี้และกฎหมายจนดูเหมือนว่าปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ปกติอาจมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

การสมรสใหม่ขณะที่มีคู่สมรสอยู่แล้วนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย คำพิพากษาของศาลเท่านั้นที่จะแสดงว่าการสมรสใหม่เป็นโมฆะ

ยุ่งทั้งชีวิตส่วนตัว ยุ่งทั้งการฟ้องร้องที่จะมีขึ้นภายหลัง ไม่ว่าผู้ที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ทางสังคมหรือกฎหมายบ้านเมืองยังมีชีวิตหรือตายไปแล้วก็ตาม

สิ่งที่จะต้องมองต่อไปว่าหากโมฆกรรมเกิดขึ้นจากการสมรสเช่นที่กล่าว จะก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้มาใหม่พิสูจน์ได้หรือไม่ว่าทรัพย์สินที่งอกเงยขึ้นมาภายหลัง เพราะมีความสามารถช่วยกันทำมาหากินหาได้ร่วมกันกฎหมายให้แบ่งกันคนละครึ่ง

ถ้าทรัพย์สินฝ่ายใดมีหรือได้มาไม่ว่าก่อนหรือหลังการสมรสรวมทั้งดอกผลกฎหมายบัญญัติไว้ว่า "คงเป็นของฝ่ายนั้น" หมายถึงผู้มาใหม่อย่าได้โผล่หน้าเข้ามายุ่งหรือทวงสิทธิและอาจถูกคู่สมรสเดิมฟ้องเอาด้วย

มีปัญหาเกิดขึ้นว่า สามีสุดที่รักจดทะเบียนสมรสซ้อนกับหญิงอื่น ภริยาฟ้องศาลให้การสมรสเป็นโมฆะภายหลังสามีเสียชีวิตได้หรือไม่

นางณัฐกานต์ อดีตนางงามท้องถิ่นแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนายนวิน ข้าราชการหนุ่มหล่อ เมื่อ 35 ปีก่อน ก่อนเกษียณอายุสามีของเธอได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวอรนุชและเสียชีวิตอีกปีต่อมา เธอเป็นโจทก์ยื่นฟ้องอรนุชเป็นจำเลยให้การสมรสระหว่างจำเลยและสามีเป็นโมฆะ

จำเลยต่อสู้คดีว่าจะมาฟ้องคดีกันทำไม การสมรสของทั้งสองฝ่ายได้สิ้นสุดกันไปแล้ว เพราะสามีคนเดียวกันได้ตายไป อ้างโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนสมรส

ที่สุด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิเคราะห์ดูตามที่คู่ความแถลงรับกันดังกล่าวข้างต้นเห็นว่า การสมรสได้สิ้นสุดตอนที่โจทก์นำคดีมาฟ้องแล้ว โจทก์มิได้แสดงให้เห็นว่ากระทบกระเทือนต่อสิทธิอันใดของโจทก์อีกที่จะต้องให้ศาลเพิกถอนการสมรสซึ่งสิ้นสุดไปแล้ว จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิในครอบครัว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1889/2527

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 4 ตุลาคม 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์หมอชาวบ้าน วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10416]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600