จิตบกพร่อง


วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีเหตุการณ์เกิดระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ ที่ไม่น่าเกิดขึ้นในวันส่งท้ายปีเก่าต้องรับปีใหม่ ระเบิดครั้งนี้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีโทรศัพท์ขู่วางระเบิดอีกหลายจุด ปลายปีเก่าเลยมีแต่เรื่องเศร้า ไม่มีใครกล้าฉลองปีใหม่ ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน เกิดความวิตกกังวล บางคนมีอาการเครียด เหมือนเป็นโรคทางประสาท วันที่ 5 มกราคม 2550 หนังสือพิมพ์คมชัดลึก รายงานภาพข่าวชายคนหนึ่งว่า “เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนาย……….. ผู้ต้องหาขู่วางระเบิด สน.ท่าพระ มาแถลงข่าวที่กองบังคับบัญชาการตำรวจนครบาล 8 ขณะที่แม่ถึงกับปล่อยโฮ ยืนยันลูกชายสติไม่สมประกอบ…” ข่าวในวันต่อมา จับเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่โทรศัพท์ว่าจะมีระเบิดที่โรงเรียน สองเด็กแล้ว เด็กบอกว่า “อยากให้โรงเรียนปิดเรียนบ้าง” ยังมีรายงานข่าวว่ามีเด็กหลายคนโทรศัพท์ไปที่ 191 แจ้งว่าจะมีระเบิดเกิดขึ้น ไม่ทราบบ้านเมืองเรากำลังเกิดอะไรขึ้น

ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก ต่าง มีความทุกข์ ใช่ไหม คนเหล่านี้ไม่รู้จะไปพูดกับใครใช่หรือไม่

ภาพที่แม่ปล่อยโฮ บอกว่ามีลูกชายเป็นโรคประสาท สาเหตุเกิดจากอะไร ไม่มีใครรู้

ภาพแม่ที่อุ้มลูกไปขอทาน ไปขโมยของ ไปทำมาหากินทิ้งลูกไว้ในบ้าน พ่อหรือแม่บางคนต้องวิ่งตามลูกที่มีอาการป่วยทางจิต คนเหล่านี้กำลังมีความทุกข์ค่ะ

ภาพลูกเป็นโรคประสาทโตแล้วอายุคงเกิน 20 ปีตามกฎหมายถือว่าบรรลุนิติภาวะ ซึ่งเขาต้องมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1563 “บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา”

แต่ถ้าชายคนนี้แม่บอกว่าเป็นโรคทางประสาทกฎหมายไม่ได้บอกว่าลูกเป็นโรคนี้ใครเป็นคนต้องดูแลทั้งที่เขาไม่อาจหาเลี้ยงตนเองได้ ตามหลักศีลธรรม พ่อแม่นั่นแหละต้องเลี้ยงดู

กฎหมายแพ่ง พ่อแม่จะต้องเลี้ยงดูลูกที่โตแล้วในกรณีนี้เท่านั้น

มาตรา 1564 “บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์

บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เฉพาะทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้” แต่

มาตรา 429 “บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิดบิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคล เช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น”

ถ้าลูกที่เป็นโรคทางประสาทจะเป็น “วิกลจริต” หรือไม่ พ่อแม่คงต้องเหนื่อยที่ต้องไปพิสูจน์ว่าลูกและแม่ไม่ต้องร่วมรับผิด

คดีอาญา มาตรา 65 ผู้ใดกระทำความผิดในขณะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือนผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น

แต่ถ้าผู้กระทำความผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง

ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

การตีความผู้กระทำผิด ที่ว่า “ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ” “ไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง” “โรคจิต” “จิตฟั่นเฟือน” เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะตรวจและให้ความเห็นถึงอาการเหล่านี้ พ่อแม่หรือผู้ที่เป็นผู้ปกครองดูแลผู้ป่วยทางจิต ควรนำลูกหลานไปหาหมอเพื่อรักษาประวัติการรักษาเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างมากสำหรับการต่อสู้คดีอาญา ดิฉันไม่สนับสนุนให้คนทำผิด แต่ถ้าลูกป่วยทางจิตพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเข้าช่วยเหลือ ขอยกตัวอย่างคดีเรื่องความบกพร่องทางจิตให้ดู

ฎีกาที่ 288/2530 แม้จะไม่ปรากฏว่าได้มีการส่งตัวจำเลยไปให้จิตแพทย์ตรวจและลงความเห็น แต่พฤติการณ์ของจำเลยแสดงให้เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่จำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะจิตบกพร่องหรือจิตฟั่นเฟือนแม้การที่จำเลยมีจิตบกพร่องหรือจอตฟั่นเฟือนนั้นจะไม่เป็นอยู่ตลอดเวลา จำเลยก็ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65

ประวัติการรักษาเป็นหลักฐานชั้นดี เมื่อเกิดเหตุทำผิดเพราะจิตบกพร่อง ให้รีบนำไปแสดงหรือไปรายงานพนักงานสอบสวนทราบ ถ้าคดีขึ้นสู่ศาลต้องรีบยื่นคำร้องพร้อมแสดงหลักฐานการรักษาเพื่อให้ส่งผู้กระทำผิดไปตรวจที่นิติจิตเวช ไม่เช่นนั้นอาจมีปัญหาได้อย่างฎีกานี้ คือ

ฎีกาที่ 2537/2548

ปัญหาว่าขณะกระทำความผิดจำเลยมีอาการทางจิตหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยไม่ได้ยกเหตุว่ามีอาการทางจิตในขณะกระทำความผิดขึ้นอ้างในศาลชั้นต้น จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะนำมาปรับแก่ข้อกฎหมายได้ ทั้งข้อเท็จจริงดังกล่าวมิใช่ปัญหา อันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

คนไทยกำลังมีความทุกข์อย่างมหันต์ เราอยากได้แพทย์ทางจิต นักจิตวิทยา พนักงานสอบสวน องค์กรรัฐทั้งหมด มาศึกษาปัญหาและหาทางแก้ไข จัดให้มีที่รักษาประเภทเดินเข้าไปทันทีเจอแต่บริการที่ดี มีสถานที่บำบัดอย่างเป็นมิตร เราอยากได้ความเสมอภาคเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ใช่แค่คิดแก้ไขแต่หุ้นตกเอาใจแต่คนต่างชาติ หรือคิดแต่จะช่วยเหลือพ่อค้าหมูที่ราคาเนื้อหมูตกวันสองวันรัฐก็เข้าแก้ไข คนชั้นรากแก้วอยากซื้อเนื้อหมูราคาถูกบ้าง เราอยากได้ความเท่าเทียมกันในบริโภคที่เป็นธรรม ถ้าทำได้ คนไม่ต้องปากกัดตีนถีบ พ่อแม่มีเวลาดูแลลูก คนที่กำลังตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะความวิตกกังวลมีผลต่อเด็กในครรภ์ ถ้าเด็กเกิดมาจิตบกพร่อง พ่อแม่ต้องแบกภาระมากยิ่งขึ้น ถ้าสังคมไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงไปดูแลคนชั้นรากแก้ว ปัญหาของคนเป็นโรคทางประสาทจิตบกพร่องจะมากขึ้น ถึงวันนั้น เราคงต้องสร้างคุกแบบโรงพยาบาลจิตเวช และคนไม่รู้กฎหมายว่าจะต้องรีบหยิบยกความบกพร่องทางจิต เพื่อต่อสู่คดีในศาลชั้นต้น ท่านว่าจริงไหม?.

มณีรัตน์ (มยุรี) ภัคดุรงค์



(update 7 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 28 ฉบับที่ 334 กุมภาพันธ์ 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600