แม้ว่าพ่อตายเธอก็ลูกพ่อ


ความรักของมนุษย์สุดห้ามใจ ยากนักที่จะหายาขนานใดมาถอนรักได้ นอกจากอาศัยกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมและกฎหมายมาค้ำจุน

กระนั้นมิวายที่มนุษย์แหกคอกแหกกรอบค่านิยมประเพณีกระทบต่อเหตุผลทางศีลธรรมและกฎเกณฑ์ของบ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากปีหนึ่งไปสู่ปีหนึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนไป กิเลสตัณหาของมนุษย์ไม่อาจถูกฉุดหรือเหนี่ยวรั้งจากความตกต่ำปล่อยให้ความรู้สึกทางอารมณ์เข้ามาบงการให้ฝืนใจยับยั้งจากบทเรียนแห่งการผิดพลาดของคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่ได้ดั่งใจคิด

บทกวีแห่งความระทมถูกวาดไว้เป็นจินตนิยายของกวีหรือนักเขียนผู้โด่งดังในเรื่อง "หนึ่งชายสองหญิง" จึงถูกสร้างเป็นอมตะนิยายจนอาจพูดได้ว่าเป็นอมตะนิรันดร์กาลเกิดขึ้นอ่านไม่รู้เบื่อ หญิงหนึ่งอาจสมหวังมีใบทะเบียนสมรสไว้เป็นหลักประกัน หญิงหนึ่งเล่าได้หลักประกันอะไรทางกฎหมาย นอกจากความรักที่หนึ่งชายคนนั้นมอบให้ แต่ไม่เสมอไปหากเธอหลงเชื่อจดทะเบียนสมรสซ้อน กลายเป็นเรื่องจดทะเบียยซ้อนซ่อนรัก

ความรู้สึกในทางบันเทิงอารมณ์ยามว่างเว้นกับความขมขื่นของชีวิตที่เวียนว่ายอยู่ในทะเลบาปของสามชีวิตย่อมอยู่คนละมุม อีกมุมหนึ่งของชีวิตหนึ่งที่ไม่เคยสุนทรีย์กับชีวิตที่เกิดขึ้นต้องทุนทุกข์ทรมานใจตั้งแต่จำความได้ ถูกเพื่อนล้อในโรงเรียนว่าลูกไม่มีพ่อ จนเขาหรือเธอเติบโตเป็นหนุ่มสาวบนถนนชีวิตที่โหดร้าย มีแม่คนหนึ่งเธอเป็นพ่อในเวลาเดียวกันอยู่ใกล้ชิดไม่ห่าง

แม่ตอบคำถามข้อสงสัยของลูกแม้ว่าไม่กระจ่างชัดนัก ตอบไปร้องให้ไปด้วยความปวดร้าวสำหรับหญิงที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้จะไม่อาจเข้าใจว่าแม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเธอและลูกของเธอแค่ไหน แม่บอกกับลูกได้เพียงว่า ถึงเธอจะไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นแต่เธอมีแม่และเธอเป็นลูกของแม่เสมอ ไม่มีใครจะพรากเธอจากแม่ไปได้

แต่ลูกยังต้องการมีพ่อเหมือนกับคนอื่นอยู่ดี เธอรอจนเป็นผู้ใหญ่ พ้นจากภาวะผู้เยาว์จวบจนมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์

จากแรงกดดันของชีวิตและสภาพจริงของนางสาวแพรพิไล เธอได้รวบรวมพยานหลักฐานข้อมูลจนทราบแน่ชัดว่าพ่อของเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน มีฐานะตำแหน่งอะไร ก่อนพ่อเสียชีวิตเธอไม่รู้ว่าแม่จะรู้หรือไม่ และเธอไม่รู้ว่าผู้ที่เธอเชื่อว่าเป็นพ่อนั้นสั่งเสียกับคนใกล้ชิดไว้ก่อนสิ้นลมหายใจว่าอย่างไร

แพรพิไลรู้อย่างเดียวว่า พิชยา คือพ่อของเธอที่ไม่เจอหน้ากันไม่น้อยกว่า 15 ปี เธอต้องการความยุติธรรมให้แก่ชีวิต จึงยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งแสดงว่าเธอในฐานะผู้ร้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพิชยาผู้เป็นพ่อผู้บังเกิดเกล้า เธอจะปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามชะตากรรมนับแต่นี้ไปไม่ได้อีกแล้ว

ศาลประกาศนัดไต่สวนแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของนายพิชยา แต่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเกิน 1 ปี นับแต่วันบรรลุนิติภาวะ จึงขาดอายุความตามกฎหมาย มีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของพิชยาผู้ตายในเบื้องต้น คงมีปัญหาแต่เพียงว่าศาลจะยกเอาอายุความมาเป็นมูลยกฟ้องได้หรือไม่ เห็นว่าอายุความ 1 ปี เด็กบรรลุนิติภาวะจะต้องฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะนั้น คู่ความจะต้องยกขึ้นเป็นประเด็นศาลจึงวินิจฉัยให้ตามกฎหมาย

คดีนี้ไม่ปรากฏว่าคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นเป็นประเด็นเพื่อให้ศาลวินิจฉัยแต่ประการใด ที่ศาลล่างทั้งสองยกเอาเรื่องอายุความขึ้นวินิจฉัยและยกคำร้องของผู้ร้องจึงไม่ชอบ

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของพิชยา ผู้ร้องย่อมมีสิทธิที่จะร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายได้ตามที่กฎหมายบัญญัติ (ป.พ.พ.มาตรา 1555) ฎีกาผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ผู้ร้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายพิชยาผู้ตาย มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฏีกาที่ 3304/2528

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 3 มิถุนายน 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10479]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600