หนี้เกียรติยศ


หนี้เกียรติยศ...หากมีคนมาทวงหนี้ชนิดนี้...คุณจะทำอย่างไร

ดิฉันมีเพื่อนเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพนับถืออยู่หลายท่าน ท่านเหล่านี้เป็นแบบอย่างของการดำรงชีวิตที่ดีงาม ให้เล่าเรียนเขียนอ่าน จนมีงานทำและมีหน้าที่ที่ดี เป็นกำลังสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ท่านเหล่านี้เป็นคนมีจิตใจงดงาม เห็นอกเห็นใจผู้อื่น คนหาใครก็คบด้วยใจ ไม่เคยเอาเปรียบใคร ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกับทุกคน เวลาดิฉันได้พูดคุยด้วย ดิฉันจะได้รับความรู้ ในอดีตมากมายคำพูดเป็นคำสอน เป็นเทคนิคในการสอน ฟังแล้วรู้ว่าควรปฏิบัติตาม รวมทั้งการชี้แนะที่มีประโยชน์ที่ท่านทำมาตั้งแต่เยาว์จนถึงสูงวัย

ความใจดีของท่านเหล่านี้ อาจทำให้บางคนได้ใจเข้าไปตีสนิท เข้าไปขอความช่วยเหลือ

ภาษาสมัยใหม่คือ ไปเจ๊าะแจ๊ะ จนท่านที่เคารพของดิฉันตายใจ และไม่เคยคิดร้ายกับพวกที่ตีสนิทด้วยและวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดก็เกิดขึ้น

มีเสียงเรียกจากโทรศัพท์เข้ามา แนะนำตัวว่ารู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปี ถามท่านว่าจำเขาได้หรือไม่ เขาก็จะเล่าความหลังจากการรู้จักกันในอดีตที่ผ่านมาเพื่อเตือนความจำเมื่อผู้ฟังที่เคารพของดิฉันจำได้เขาก็เริ่มต้นเล่าความทุกข์ของตนให้ฟัง เช่นขณะนี้อายุมากแล้ว มีโรคภัยไข้เจ็บ

มีปัญหาต้องใช้เงิน มีที่มีทางจะขาย เพื่อหาช่องทางขอเงินใช้ โดยบอกขายที่ดิน แต่เมื่อท่านไม่ซื้อเขาก็จะขอเงินโดยบอกถึงความเจ็บป่วยของตนที่กำลังจะต้องรับการรักษาอย่างรีบด่วน จนทำให้คนที่มีน้ำใจอยู่แล้วใจอ่อน มอบเงินอนุเคราะห์ด้วยเพราะความสงสารไปคิดว่าได้ช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยเช่นนี้แล้วก็จบกันไปแต่คนพวกนี้กลับได้ใจ เที่ยวโทรศัพท์รบกวนขอเงินอีกโดยอ้างว่าเคยเป็นหนี้กันมาก่อน

ดิฉันเคยฟังมากับหูตนเอง เขาพูดว่า คุณรู้ไหมเราคบกันมา 40 ปี เขาเคยเป็นหนี้ที่ยังไม่ใช้ เป็นหนี้เกียรติยศ ต้องใช้คืน ดิฉันฟังแล้วขำ ถามว่าหนี้อะไรกัน หนี้เกียรติยศมีหรือ ทำไมเขาเป็นหนี้ถึงไม่ไปฟ้องภายในอายุความล่ะ เขาว่ามันเป็นหนี้เกียรติยศ ดิฉันจึงบอกเขาไปว่า ถ้าหากยังโทร.ไปรบกวนผู้ที่ดิฉันเคารพอีกล่ะก็ ดิฉันคงต้องดำเนินคดี ท่านที่ดิฉันเคารพถึงกลับกินไม่ได้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นผิดปกติ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ท่านถามดิฉันว่า

"หนี้เกียรติยศเป็นยังไง แล้วถ้าไม่เป็นหนี้กัน แต่มีคนโทรศัพท์มาก่อกวนความสงบสุข ทำให้เกิดความรำคาญใจอย่างนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง" ดิฉันพิเคราะห์พฤติการณ์แล้วเป็นการขู่กรรโชกทรัพย์มากกว่า ดิฉันเรียนท่านไม่ต้องตกใจ ไม่มีหรอกหนี้เกียรติยศ

ท่านมีคุณพ่อคุณแม่มีฐานะดี ช่วยบอกท่านหน่อยว่า ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องให้เงินใคร แต่ขอให้ถามชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ไว้ ถามว่าเขาเป็นหนี้อะไร ตั้งแต่เมื่อไรเพราะถ้าเป็นหนี้เงินกู้ ผู้ให้กูต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 653 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแก่การกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาไม่ได้

กฎหมายบังคับให้การยืมเงินกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ มิฉะนั้นจะไปฟ้องร้องไม่ได้ ถ้าใครอ้างว่าเป็นหนี้เกียรติยศ ก็ต้องมีหลักฐานมาแสดง จะอ้างลอยๆ กันไม่ได้ เจ้าหนี้ต้องลูกหนี้ ภายในเวลา 10 ปี ถ้าเจ้าหนี้ไม่ฟ้อง หนี้รายนี้ขาดอายุความ

มาตรา 193/30 อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี

ใครมาอ้างว่าเคยเป็นหนี้เมื่อ 40 ปีก่อน อย่าหลงเชื่อว่าเพราะพวกนี้กำลังขู่เอาทรัพย์ท่าน ไม่มีเจ้าหนี้รายไหนที่จะปล่อยให้หนี้สูญ พวกนี้เขาจะฟ้องก่อนสิบปีแน่นอน ไม่ต้องกลัวคำขู่และอย่าให้เงินกับคนพวกนี้ไปถ้ามีโทรศัพท์ หรือมีจดหมายมาขอเงินอ้างว่าเคยยืมเงินกัน ไม่ต้องตกใจ ถ้ามีเทปบันทึกเสียงให้บันทึกไว้ถ้าไม่มีให้ถามรายละเอียดคนพวกนี้จดไว้ หรือเมื่อรับจดหมายก็นำจดหมายไปแจ้งความ ท่านสามารถดำเนินคดีอาญา ฐานกรรโชกทรัพย์ได้

มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

กฎหมายย่อมให้ความคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ผู้สุจริตเราไม่สนับสนุนให้คนที่อ้างว่ารู้จักกันมานาน อ้างว่าเป็นหนี้ อ้างนั่นอ้างนี่ อย่าตกใจให้เงินเขาไป เพราะคนพวกนี้เขาจะกลับมาอีก

พวกที่คิดกรรโชกทรัพย์หลายราย ติดคุกไปเรียบร้อยแล้วตามคำตัดสินของศาลสูงดังนี้

เรื่องที่ 1 จำเลยส่งจดหมายข่มขู่เรียกเอาเงินจากผู้เสียหาย หากขัดขืนจะทำการระเบิดร้านค้าของผู้เสียหายให้พังพินาศ แต่ผู้เสียหายไม่ยอมให้เงินหรือยอมรับว่าจะให้เงินแก่จำเลยตามที่เรียกร้อง ถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดบานพยายามกรรโชก

เรื่องที่ 2 พฤติการณ์ของจำเลยที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปสอบถามโจทก์ร่วมเกี่ยวกับการเฝ้ารถ เมื่อโจทก์ร่วมไม่ยอมให้เฝ้าจำเลยกลับเร่งเครื่องยนต์ให้ดังกว่าปกติและพูดในลักษณะไม่รับรองความเสียหายของรถยนต์ของโจทก์นั้น ย่อมชี้ชักให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยที่ต้องการข่มขืนใจโจทก์ร่วมให้ยอมให้ซึ่งค่าจอดรถแก่จำเลยนั่นเอง แม้ในครั้งแรกโจทก์ร่วมปฏิเสธไม่ให้จำเลยเฝ้ารถแต่เมื่อโจทก์ร่วมถูกจำเลยข่มขู่ในภายหลังจนเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมเกิดความกลัวว่าจะเกิดความเสียหายแก่รถยนต์ของตน โจทก์ร่วมจึงยินยอมจ่ายเงินให้แก่ ศ. พวกของจำเลยไป นับได้ว่าเป็นผลต่อเนื่องโดยตรงจากการถูกจำเลยข่มขู่ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นยังไม่ขาดตอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จในข้อหากรรโชกแล้ว.

มณีรัตน์ (มยุรี) ภัคดุรงค์



(update 4 เมษายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 343 พฤศจิกายน 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600