มอเตอร์ไซค์ซิ่ง


ทำไมประเทศไทยถึงมีร้ายขายมอเตอร์ไซค์มากกว่าโรงเรียน สนามเด็กเล่น และห้อมสมุดประชาชน

ทำไมเรายอมให้มีการจำหน่ายรถพวกนี้มากมายผู้จำหน่ายรู้หรือเปล่าว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่สร้างปัญหา “มอเตอร์ไซค์ซิ่ง” ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจรบนทางเท้าและถนนหลวง

สำหรับบริษัทผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้โฆษณา ควรต้องรับผิดชอบกับปัญหามอเตอร์ไซค์ด้วย ถึงจะเกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนผู้สุจริต

ที่กล่าวมานี้คงไม่เกินความจริงนะคะ มีผู้เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านขายมอเตอร์ไซค์ ดีกว่าขายสินค้าอื่นๆ มิน่าเวลาที่เราไปต่างจังหวัด เราจะเห็นร้านขายรถมอเตอร์ไซค์จำนวนมากผูกริบบิ้นสีสวยเหมือนลูกวาดไว้ล่อตาเด็กๆ

ร้ายค้าที่ขายสินค้าประเภทนี้ จะมีรูปแบบการแข่งขันและล่อใจผู้ซื้อมากมาย ไม่ว่าการทำสัญญาแบบวางเงินดาวน์เล็กน้อย ไม่จนไม่ต้องวางเงินดาวน์ หรือเอาบุคคลที่เป็นข้าราชการชั้นน้อยๆ มาค้ำประกัน การเช่าซื้อมีของแจกของแถม บางที่แถมขับขี่ก่อน 1 เดือนแล้วค่อยผ่อน

ผู้ปกครองน่าจะรู้เห็นเป็นใจให้กับเด็กๆ ด้วย เพราะเด็กซื้อเองไม่ได้ ต้องให้ผู้ปกครองซื้อ ปัจจุบันทุกครัวเรือนในหมู่บ้านตามต่างจังหวัด จะมีรถมอเตอร์ไซค์อย่างน้อย 1 คัน ถ้าบ้านไหนมีลูกมาก ก็ต้องซื้อตามจำนวนลูกที่มีลูกบ้านไหนไปเรียนหนังสือในตัวจังหวัด หรือไปเรียนจังหวัดอื่น พ่อแม่ต้องซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ด้วย แล้วรถมอเตอร์ไซค์จะไม่ขายดีได้อย่างไร

การโฆษณาในโทรทัศน์เป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ อยากได้ เพราะโทรทัศน์ในประเทศไทยอยู่กรุงเทพฯ มีเพียง 6 ช่อง ทุกช่องมีโฆษณาสินค้าประเภทนี้อย่างระทึกใจ ทั้งนี้ไม่รวมกับรถที่แห่ไปตามหมู่บ้านและขนเอาคนทำสัญญาเช่าซื้อไปทำกันถึงที่บ้านด้วย

เด็กไม่ว่าในกรุงหรือต่างจังหวัดล้วนขับมอเตอร์ไซค์ได้เก่งโดยไม่มีใบขับขี่ ไม่ต้องใส่หมวกกันน็อก มีเสรีนั่งซ้อนกันตามใจชอบเหมือนไม่มีตำรวจ ไม่มีจราจรและไม่มีกฎหมาย

ปัญหาวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์ซิ่งจึงเกิดขึ้น ก็สนามเด็กเล่นไม่มี สนามกีฬาไม่มี เด็กวัยรุ่นไม่ต้องเรียนหนังสือพ่อแม่มีเงินซื้อรถมอเตอร์ไซค์ แล้วไม่รู้จะไปออกกำลังที่ไหนก็นำรถไปขี่แข่งขันแสดงแสนยานุภาพกันเต็มถนนไปหมด คนที่ซื้อรถให้เด็กไปซิ่งเล่น คงรู้กฎหมายแล้วแต่วันนี้จะขอบอกวัยรุ่นที่ชอบบิดมอเตอร์ไซค์แข่งขันไปสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

มาตรา 43 “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ

(8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”

การนำรถมอเตอร์ไซค์ขี่แข่งขันกันในเวลากลางคืนเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่สังคม บางแห่งปิดการจราจรห้ามคนอื่นใช้ถนน บางแห่งบิดเสียงดังทำให้ชาวบ้านได้รับความทุกข์ทรมานไมได้นอนโดยเฉพาะบ้านที่มีลูกเล็กน่าสงสารจริงๆ ถ้าขับขี่ในขณะเสพยาอีหรือยาเสพติด ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบก็มีความผิด

มาตรา 43 ทวิ “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาททั้งนี้ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา...” และพระราชบัญญัติยาเสพติดด้วย

ถ้าขับรถเร็งเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และขับเร็ว ผิด

มาตรา 67 ผู้ขับขี่ต้องขับรถด้วยอัตราความเร็ว ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือตามเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ในทาง...”

มาตรา 134 “ห้ามมิให้ผู้ใดแข่งรถในทาง........

ห้ามมิให้ผู้ใดจัดสนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทาง........”

การแข่งขันอย่างบ้าระห่ำ มีบทลงโทษดังนี้

มาตรา 160 วรรคสาม “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 43 (1) (2) (5) หรือ (8) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 160 ทวิ “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 134 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่”

ถ้าผู้ปกครองปล่อยให้เยาวชนไปแข่งรถ อาจถูกริบรถได้ อย่าโอดครวญว่าสัญญาเช่าซื้อยังไม่หมดนะคะ ถ้าบริษัทไม่เห็นรถ อาจถูกแจ้งยักยอกทรัพย์ สำหรับผู้ปกครองที่รู้เห็นเป็นใจให้บุตรหลานออกไปซิ่ง อาจรับโทษจำคุกหรือปรับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ด้วยส่วนบางคนบอกว่า แล้วไปร้องขอศาลให้รอลงอาญาลูกลองอ่านแนวทางของศาลสูงนี้นะคะว่า จะได้ไหม

“การที่จำเลยร่วมกับพวกขับรถจักรยานยนต์แข่งกันประมาณ 400 คัน ด้วยความคึกคะนองและด้วยความเร็วสูง แซงซ้ายแซงขวา โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น นอกจากจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียงกับถนนที่จำเลยกับพวกขับรถแข่งกันแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นอีกด้วยตามพฤติกรรมเป็นเรื่องร้ายแรง ขณะการกระทำความผิดจำเลยอายุ 20 ปี สมควรมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้วไม่มีเหตุรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย

ความผิดฐานขบรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 90”

ทางเท้ามีไว้ให้คนเดินแต่ก็มีรถมอเตอร์ไซค์เต็มไปหมด ถนนหลวงมีไว้ให้รถวิ่งแต่ก็เอามอเตอร์ไซค์ไปซิ่ง ถูกจับ ก็อย่าคร่ำครวญว่ายังเป็นเด็กอยู่ ไม่รอด ไม่รอด.

มณีรัตน์ (มยุรี) ภัคดุรงค์



(update 4 เมษายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 344 ธันวาคม 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600