มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างฟ้องหย่า



ขณะนี้ครอบครัวดิฉันกำลังประสบปัญหาแยกกันอยู่กับสามี ซึ่งต้องการหย่ากับดิฉัน แต่ต่างตกลงเรื่องลูก
และทรัพย์สินไม่ได้ จึงรอดูสถานการณ์ไปก่อน ปรากฏว่าดิฉันสืบทราบว่า สามีได้แอบโอนที่ดินหลายแปลงไปใส่ชื่อของผู้อื่น รวมทั้งปิดบัญชีธนาคารที่เคยฝาก คิดว่าสามีคงเตรียมทางหนีทีไล่ หากดิฉันฟ้องหย่าจะทำให้ทรัพย์สินที่เป็นชื่อของสามี ซึ่งดิฉันไม่ได้ช่วยหาถูกแบ่งให้แก่ดิฉันด้วย ดูแล้วอาจถูกต้องที่ดิฉันไม่ได้ช่วยหา เพราะเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้ เพราะตอนแต่งงานใหม่ๆ สามีให้ทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว เมื่ออายุมากจึงไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ จึงคิดว่าดูไม่เป็นธรรมสำหรับผู้หญิงที่หย่ากับสามีแล้ว มีอาชีพแม่บ้านอย่างเดียว อยากทราบว่า

1. ทรัพย์สินที่สามีหามาได้ภายหลัง โดยดิฉันไม่ได้มีรายได้หรือไม่มีส่วน ช่วยเงินทองในการหาซื้อมา จะมีส่วนแบ่งบ้างหรือไม่ ถ้าในระหว่างที่มีการฟ้องร้อง จะป้องกันอย่างไรไม่ให้สามีขายทรัพย์สินเหล่านี้ไปเสียก่อนที่ศาลจะตัดสิน

2. กว่าคดีเสร็จต้องใช้เวลานานมากแค่ไหน และระหว่างที่ศาลยังไม่ตัดสิน หากดิฉันหางานทำไม่ได้ ยังมีสิทธิขอค่าเลี้ยงดูลูกจากสามีได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ลูกอยู่ด้วยทั้ง 2 คน

ปราณี ลำพูน



ทรัพย์สินที่สามีหรือภริยาแต่ละฝ่าย ทำมาหาได้ในระหว่างสมรสเป็นสินสมรสทั้งสิ้น โดยไม่ต้องคำนึงว่าฝ่ายใด มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้นั้นหรือไม่ โดยมีผู้เปรียบการสมรสว่า เสมือนการเข้าเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สินสมรสจึงเป็นกำไรที่หุ้นส่วนหามาได้ จึงควรเป็นเจ้าของร่วมกันทั้งสามีภริยา แม้สามีภริยาแยกกันอยู่ เป็นแม่บ้านพ่อบ้าน ที่ไม่มีรายได้ หรือบวชเป็นพระภิกษุ ตราบใดที่ยังไม่ได้หย่ากันทรัพย์สินที่หามาได้ ในระหว่างนี้เป็นสินสมรส หากการสมรสสิ้นสุดลงด้วยการตาย การหย่า หรือศาลมีคำพิพากษา ให้การสมรสสิ้นสุดลง สินสมรสต้องมีการแบ่งคนละครึ่งระหว่างสามีภริยา

สำหรับคดีที่มีการฟ้องร้องกัน และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งยังไม่ทราบว่า ผลของคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นอย่างไรนั้น หากระหว่างคดีน่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งหากศาลตัดสินให้ชนะคดีไม่อาจดำเนินการบังคับคดีได้ เพราะได้มีการทำลาย ยักย้าย ถ่ายเทไปจนหมดสิ้นแล้ว ต้องรอจนกว่ามีทรัพย์สินให้บังคับคดีได้ ซึ่งเขาคงป้องกัน มิให้ทราบอีกเช่นกันว่าไปสร้างทรัพย์สินใหม่ไว้ที่ไหนบ้าง

จึงได้มีมาตรการขอคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างคดีเกิดขึ้น เช่น สัญญาซื้อขายที่ดิน ผู้ซื้อจ่ายเงินแล้วบางส่วน แต่ผู้ขายยังไม่ยอมไปดำเนินการโอน หากผู้ขายฟ้องบังคับ ให้โอนขายตามสัญญา ก่อนฟ้องคดีสามารถขออายัดที่ดิน ตามสัญญาซื้อขายนั้นไว้ก่อน หรือเมื่อฟ้องคดีไปแล้วสามารถร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดที่ดินไว้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เพื่อป้องกันมิให้จำเลยโอนที่ดินไปให้ผู้อื่น ทั้งๆ ที่แม้โจทก์ที่ชนะคดีมีสิทธิติดตามคืนมาได้ แต่ต้องใช้วิธีฟ้องร้องติดตามคืนซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่าย

เช่นเดียวกันในคดีฟ้องหย่าทั้งหลาย คู่กรณีสามารถร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราวในระหว่างคดีได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1530 " ขณะคดีฟ้องหย่าอยู่ในระหว่างพิจารณา ถ้าฝ่ายใดขอร้อง ศาลอาจสั่งชั่วคราวให้จัดการตามที่เห็นสมควร เช่น ในสินสมรส ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดูสามีภรรยา และการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตร "

ตราบใดที่ยังไม่มีการจดทะเบียนหย่ากัน ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยายังคงมีอยู่ ดังนั้นการอุปการะเลี้ยงดูยังเป็นหน้าที่ระหว่างสามีภรรยาที่มีต่อกัน ดังนั้นหากฝ่ายใด ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะใช้จ่ายเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูสำหรับตนเอง ย่อมมีสิทธิที่จะให้ศาล มีคำสั่งให้อีกฝ่ายหนึ่งจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูในระหว่างคดีได้

แม้ว่าบางครั้งฝ่ายที่ขอนั้นยังพอมีทรัพย์สินส่วนตัวที่นำมาขายมาใช้สอย หรือสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องได้ แต่บุคคลเหล่านั้นถือว่า เป็นบุคคลภายนอก ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ดังนั้นฝ่ายที่ไม่มีรายได้ก็มีสิทธิขอค่าเลี้ยงดูในระหว่างการฟ้องร้องคดีได้ ดังนั้นหากฝ่ายภรรยาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูบุตรไว้ด้วยในระหว่างที่ศาลยังไม่ตัดสิน ภริยาก็ย่อมร้องขอต่อศาลให้สามีจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแต่ละคนได้เช่นกัน

สิ่งที่เป็นปัญหามากก็คือเรื่องสินสมรส ความสามารถพิเศษของผู้ที่ทำคดีฟ้องหย่า อีกประการหนึ่งคือ การติดตามทรัพย์สินมาบังคับคดีได้ มีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล เป็นจำนวนมากที่พิพากษาให้แบ่งสินสมรส แต่ปรากฏว่าไม่มีทรัพย์สินที่จะนำมาแบ่งให้ได้ เคยมีคดีหนึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับเงินสลากลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวนเกือบหลายสิบล้าน ว่าเป็นสินสมรสหรือไม่ ระหว่างที่มีการฟ้องร้องกันนั้น เงินรางวัลซึ่งสามีได้เบิกไปคนเดียว ได้มีการยักย้ายถ่ายเทไปเกือบหมด ฝ่ายภริยาใช้ความพยายามจนสืบทราบมาว่า ยังมีเงินเหลืออีก 3 ล้านกว่า จึงได้ขออายัดบัญชีธนาคารไว้

ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นตัดสินให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าเงินรางวัลเป็นสินสมรส แต่ยังไม่ให้แบ่งเพราะไม่มีการฟ้องหย่า เมื่อการสมรสยังไม่สิ้นสุดสินสมรสจึงยังไม่มีการแบ่ง คดีนี้มีการอุทธรณ์ ต่อมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้เงินบัญชีธนาคารที่ถูกอายัดไว้ ได้มีการเช็กการถอนการอายัด ซึ่งเมื่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษาในเวลาต่อมา ให้ภรรยาเป็นผู้ดูแลเงินอีกครึ่งหนึ่งได้ แต่ปรากฏว่าเงินที่จะขอบังคับคดีนั้น ได้อันตรธานไปจนเกลี้ยงไม่เหลือที่จะนำมาให้ภรรยาดูแลได้ทั้งๆ ที่มีคำพิพากษา ถึงที่สุดแล้วก็ตาม

สรุปในระหว่างคดีฟ้องหย่าแบ่งสินสมรสเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ถ้ามีแนวโน้มว่า อาจมีการยักย้ายถ่ายเทสินสมรส ก็ควรมีการเรียกร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ในระหว่างคดีไว้ก่อน หรือขอให้อีกฝ่ายจ่ายค่าใช้จ่ายค่าเลี้ยงดูไปก่อน จนกว่าศาลจะตัดสิน

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


(update 2 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันอังคารที่ 18-25 กันยายน พ.ศ. 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600