มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ร้องเรียนวินัยปัญหาครอบครัว



สามีเจ้าชู้มาก พอเลิกกับคนนั้น ก็ติดต่อกับคนนี้ ทุกครั้งที่คบกับผู้หญิงคนใหม่ สามีจะเริ่มไม่รับผิดชอบค่าใช้
จ่ายต่างๆ เพราะสะสมเงินไปปรนเปรอผู้หญิงจนกว่าผู้หญิงจะยอม พี่ปลงได้บ้างแล้ว แต่ที่เบื่อคือ เขามักอารมณ์เสีย แล้วพาลมาหาเรื่องทะเลาะกับพี่เป็นประจำ ขณะนี้ก็เริ่มติดพันผู้หญิงอีกคนแล้ว พี่รักลูกมาก ไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ จึงพยายามทนและปลง เพื่อจะได้ไม่ต้องเลิกหรือหย่ากัน

แต่ถามว่าเขียนมาหาน้องสุกัญญาต้องการอะไร สิ่งที่ต้องการ คืออยากให้สามี ช่วยเหลือเรื่องการเงิน และค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ อยากจะปรึกษาคุณสุกัญญาว่า หากพี่เลือกใช้วิธีไปพบหัวหน้าของสามี เพื่อให้ว่ากล่าวตักเตือนเรื่องชู้สาวหรือตัดเงินเดือน มาช่วยเหลือทุกเดือน จะเป็นการรุนแรงหรือไม่ ? และจะเป็นสาเหตุให้สามีอ้างเป็นเหตุนำ มาขอหย่ากับพี่ในภายหลัง ว่าทำให้เขาเสียชื่อเสียงได้หรือไม่ ?

ยินดี



สมัยก่อนดิฉันเคยทำงาน เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับความเดือดร้อน จากการที่สามีไม่รับผิดชอบครอบครัว รวมทั้งการดำเนินการร้องเรียนทางวินัยให้ผู้บังคับบัญชา ช่วยว่ากล่าวตักเตือน หรือดูแลครอบครัว ขั้นร้ายแรงก็คือ ขอให้คณะกรรมการสอบสวนความผิดด้วย

สำหรับหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เราร้องเรียนไปในนามองค์กรผู้หญิง มักจะได้รับ ความช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็มีเหมือนกันที่หัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่สนใจอ้างว่า เป็นเรื่องส่วนตัว แต่หลายรายให้ความสำคัญในเรื่องสถาบันครอบครัวมาก จึงมีมาตรการแก้ไข ให้แก่ผู้ร้องเรียน ตั้งแต่การกล่าวตักเตือนเบื้องต้น การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และการลงโทษทางวินัยเป็นขั้นเป็นตอน ขั้นที่รุนแรงที่สุดคงเป็นการให้ออกจากราชการ

ผู้ที่ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา มิได้หวังผลที่จะให้คนของตัวเองออกจากงาน เพราะนั่นหมายถึงครอบครัวอาจจะเดือดร้อนเพราะไม่มีรายได้ คงต้องการเพียงแต่ ให้ผู้บังคับบัญชาเห็นใจและมีมาตรการที่จะยับยั้งให้ลูกน้องเกรงกลัว และดูแลครอบครัว เพิ่มขึ้นกว่าเดิม เท่าที่เคยพบทำมาต้องขอชมผู้บังคับบัญชาสายทหารที่ดูแลให้ความสำคัญ ต่อปัญหาเหล่านี้

มีทหารคนหนึ่งภริยาร้องเรียนหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องสามีไม่กลับบ้าน แต่ไปอยู่บ้านผู้หญิงอื่น ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ จนสามีต้องผืนใจกลับบ้านทุกวัน เพื่อมิให้ภริยามาร้องเรียนอีก นานวันเข้าผู้หญิงคนใหม่ ก็โกรธจนต้องเลิกกันไป สามีก็หวนกลับมารักครอบครัวเหมือนเดิม

หลายครั้งเช่นกันที่มีการร้องเรียน โดยภริยาไม่ต้องการหย่ากับสามี แต่ทำอย่างไร ที่จะให้สามีส่งเสียค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทุกเดือน และถ้าสามีทำงานบริษัทเอกชน ระบบร้องเรียนทางวินัยไม่ค่อยมีความหมาย เพราะจะเจอปัญหาว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่อาจไปก้าวก่ายได้ จึงต้องนำมาตรการฟ้องศาลขอให้สามีจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรทุกเดือน (โดยไม่ต้องฟ้องหย่า) หลังจากนั้นก็นำคำพิพากษาที่ศาลสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูไปที่ฝ่ายบัญชี และตัดเงินตามจำนวนที่ศาลพิพากษาให้ภริยามารับทุกเดือน

มีหลายรายทีเดียวที่ตอนแรกสามีโกรธและอายมาก ที่ภริยามาร้องเรียนว่า ไม่เลี้ยงดูลูก แต่ต้องจำยอมให้เงินทุกเดือน พอระยะเวลาผ่านไปเด็กได้เรียนหนังสือสูงๆ เพราะแม่เรียกร้องสิทธิเหล่านี้ให้แก่ลูก แม้พ่อจะให้ด้วยความไม่เต็มใจในขณะนั้น แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้ หากเด็กได้เล่าเรียน เพราะส่วนหนึ่งมาจากเงินเดือนของตนเอง ที่ถูกตัดไปให้ภริยามารับทุกเดือน

คำถามที่ว่าการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา จะเป็นสาเหตุให้สามีเสียชื่อเสียง จนเป็นผลให้นำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่นั้น การร้องเรียนทางวินัย อาจจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งโกรธ และนำมาอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง ซึ่งฟ้องได้ แต่ผลที่ออกมาศาลมักจะยกฟ้อง เพราะถือว่าการร้องเรียนทางวินัยเป็นการป้องกันสิทธิ ป้องกันส่วนได้เสีย ฯลฯ ลองศึกษาดูแนวบรรทัดฐานที่ศาลวางไว้

ฎีกา 5347/2538 การเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง หมายความว่า การกระทำที่เป็นอุปสรรค หรือขัดขวางที่สามีและภริยา จะดำเนินชีวิตครอบครัวอย่างปกติสุข หรือการกระทำที่เป็นอุปสรรค หรือขัดขวางต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา เกี่ยวกับความเป็นอยู่ร่วมกัน อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง

ฉะนั้นการที่จำเลยผู้เป็นภริยามีหนังสือร้องเรียนรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ของโจทก์ผู้เป็นสามี เล่าประวัติตั้งแต่เริ่มแรกที่โจทก์จำเลยมีความสัมพันธ์กัน จนกระทั่ง ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตลอดจนความประพฤติของโจทก์กับหญิงอื่นใดระหว่างชีวิตสมรส และเกี่ยวกับข้อความที่โจทก์ให้สัมภาษณ์ในหนังสือ.... ว่าปัจจุบันโจทก์สมรสกับนาง ด. อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความจริง จึงเป็นการกล่าวป้องกันส่วนได้เสียของจำเลย มิให้โจทก์แสดงต่อบุคคลภายนอกว่าจำเลยมิใช่ภริยาโจทก์ ไม่ถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลย

ฎีกา 4.65/2532 การที่จำเลยร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ขอแบ่งเงินเดือน เนื่องจากโจทก์ไม่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูบุตรเลยนั้น การกระทำดังกล่าวเพื่อคุ้มครองสิทธิ ที่จำเลยคิดว่าควรจะได้ จึงไม่ถือว่า เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา กันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


(update 2 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันอังคารที่ 4-11 กันยายน พ.ศ. 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600