มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ค่าเลี้ยงชีพ



ขณะนี้ผมมีภริยาที่จดทะเบียนสมรสต่อมาแอบทราบว่า ภริยามีความสัมพันธ์กับชายอื่นด้วย ผมจึงเลิกหลับ
นอนกับภริยาคนนี้ เพราะผมยังมีความต้องการในเรื่องเพศอยู่ แต่ไม่ชอบเที่ยวผู้หญิง ไม่นานจึงไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างลับๆ

ต่อมาผมได้แอบพบใบตรวจเลือดของภริยาซึ่งมีเชื้อเป็นบวก ทำให้ผมกลัวมาก แม้ว่าขณะนี้ภายนอกจะดูว่าภริยาผมสุขภาพดี แต่ภายในจิตใจผมก็ยังกลัวเธอมาก

ปัญหาของผมคือ ขณะนี้ผมอยากจะเลิกกับภริยา ซึ่งจริงๆ แล้วจะเลิกกันตั้งแต่ตอนแรก ที่ทราบว่าเธอมีชายอื่นในขณะที่มีผมอยู่ด้วยซ้ำ ซึ่งขณะนั้นเธอท้าผมหย่า แต่ขณะนั้น ผมยังตัดใจจากเธอไม่ได้ จนถึงปัจจุบันถึงจุดแตกหักว่า ผมจะอยู่กับเธอเพื่อสังคมไปวันๆ เท่านั้นหรือ ทำไมจึงไม่รู้จักหาความสุขสบายใจใส่ตัวเองบ้าง

ปัญหาคือเธอไม่ยอมเลิก และเที่ยวประจานผมต่างๆ นานาในที่ทำงาน เพราะผมทำงานราชการ หึงหวงผู้หญิงทุกคนที่มาพูดคุยกับผม สร้างปัญหายุ่งยาก ให้ปวดหัวแทบทุกวัน ผมจึงอยากจะฟ้องหย่าเธอเสียเอง ทรัพย์สินที่มีอยู่ตั้งใจยกให้เธอ เพราะผมมีเงินเดือนและรายได้จากหน้าที่การงานอยู่แล้ว

อยากทราบว่าในกรณีของผม หากฟ้องหย่าเองต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูตามกฎหมาย ให้เธอด้วยหรือไม่ และผมต้องจ่ายไปนานแค่ไหน และมีทนายความที่เคยทำคดีฟ้องหย่า เกี่ยวกับโรคเอดส์บ้างไหม

สุรชัย ราชบุรี



เนื่องจากค่าเลี้ยงดูหรือค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้มีในฐานะที่ชายหญิงยังมีฐานะเป็นสามีภริยากันอยู่ เมื่อใดก็ตาม ที่ฐานะนี้สิ้นสุดลง จะมีการจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่ชายหญิงนี้อีกต่อไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีการต้องหย่ากัน แต่เดิมผู้ที่เป็นฝ่ายผิดในคดีหย่าอาจต้อง จ่ายค่าเลี้ยงดูให้แก่ผู้ที่ถูกหย่า แต่ต่อมาหากได้มีการฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุที่ไม่ได้เกิดจาก ความผิดของคู่สมรสอีกฝ่าย เช่น วิกลจริตหรือเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรง เพื่อให้ความ เป็นธรรมแม้อีกฝ่ายจะไม่ผิด แต่เพื่อความเป็นธรรมจึงต้องช่วยเหลือค่าเลี้ยงดู ให้กับฝ่ายวิกลจริตหรือเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงที่ถูกหย่าด้วย เมื่อการสมรสได้สิ้นสุดแล้ว คำว่าค่าอุปการะเลี้ยงดูเปลี่ยนไปเรียกว่า "ค่าเลี้ยงชีพ" เนื่องจากเป็นการยืดขยาย หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา ภายหลังที่การสมรสสิ้นสุดลงออกไปอีก

ดังนั้น สิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพ จึงมี 2 ประการ

1. ฝ่ายที่ผิดในคดีหย่าอาจต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพ หากการหย่านั้น ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลง เพราะไม่มีรายได้จากการงานที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรส

อย่างไรก็ตาม สิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพ ในกรณีที่เป็นคนผิดของอีกฝ่ายดังกล่าวนี้ จะเป็นอันสิ้นสุด ถ้ามิได้ฟ้อง หรือฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น คือถ้าผู้ฟ้องเป็นโจทก์ฟ้องหย่า เพราะจำเลยเป็นผู้ผิด โจทก์ก็ต้องฟ้องเรียกค่าเลี้ยงชีพไปในคดีเดียวกันนั้นด้วย หรือเมื่อผู้ถูกฟ้องซึ่งเรียกว่าจำเลย ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์เป็นผู้ผิด จำเลยก็ต้อง ฟ้องแย้งขอให้โจทก์จ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่จำเลยด้วย ถ้าโจทก์มิได้ฟ้อง หรือจำเลยมิได้ยื่นฟ้องแย้ง เรียกค่าเลี้ยงชีพดังกล่าวมา ต่อมาหย่ากันแล้วต้องการจะได้ค่าเลี้ยงชีพ จะนำไปฟ้อง เรียกค่าเลี้ยงชีพต่างหากจากคดีหย่านั้นไม่ได้ เพราะกฎหมายบัญญัติว่า เป็นอันสิ้นสุด ถ้ามิได้ฟ้อง หรือฟ้องแย้งในคดีหย่านั้น

ดังนั้นผู้มีอาชีพเป็นทนายความ ควรต้องระมัดระวังไว้ด้วย เพราะจะทำให้คู่ความ เสียสิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพโดยไม่มีทางแก้ไข แม้ว่าผู้ฟ้องหย่าอาจไม่ต้องการ เรียกร้องอะไรเลย แต่ในทางปฏิบัติควรจะฟ้องหย่า และเรียกค่าเลี้ยงชีพไปด้วย เพราะอาจไม่บังคับคดีตามคำพิพากษาก็ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนใจต้องการขึ้นมาก็สามารถ นำคำพิพากษาไปบังคับคดีเอาค่าเลี้ยงชีพได้

2. การหย่าเพราะเหตุวิกลจริต หรือเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรง กฎหมายบังคับให้คู่สมรสฝ่ายที่ใช้เหตุนี้ฟ้องหย่า จะต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่คู่สมรสของตน ที่วิกลจริต หรือเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรง จะจ่ายมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถ ทางการเงินของผู้จ่าย แต่ศาลต้องกำหนดให้ จะไม่ให้จ่ายเลยไม่ได้ เพราะผู้เป็นโรคติดต่อ หรือวิกลจริต เป็นผู้ที่ไม่สามารถทำงานหารายได้มาเลี้ยงตนเองได้

ข้อสังเกตจะเห็นได้ว่าสิทธิที่ได้รับค่าเลี้ยงชีพในข้อนี้ ไม่รวมเอาการหย่า เพราะการสมัครใจแยกกันอยู่ และเหตุแห่งกาย ที่ไม่อาจร่วมประเวณีได้มาให้จ่ายค่าเลี้ยงชีพ เพราะเหตุดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรค ในการประกอบอาชีพ หรือหารายได้แต่ประการใด

ถ้าฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพย่อมหมดไป เพราะถือว่า ย่อมมีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดู จากคู่สมรสใหม่ตามกฎหมายแล้ว จึงควรให้คู่สมรสเก่า ยุติการจ่ายค่าเลี้ยงชีพ และสิทธิหน้าที่เกี่ยวกับ ค่าเลี้ยงชีพเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ว่าฝ่ายใดถึงแก่กรรม การจ่ายค่าเลี้ยงชีพย่อมสิ้นสุดลง ไม่ตกทอดเป็นมรดกไปยังทายาท

ดิฉันเคยเห็นตัวอย่างคดีฟ้องหย่า เพราะคู่สมรสมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นอัมพาต วิกลจริต หรือไร้ความสามารถ แต่เหตุหย่า เพราะคู่สมรสเป็นเอดส์ ยังไม่ทราบว่า มีการฟ้องหย่ากันบ้างแล้ว หรือไม่.

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


(update 2 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   วันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600